โดนขโมยจูบแรก
โดนขโมยจูบแรก
ทางด้านสวีว่านชิงเธอรู้สึกว่าโจวจิ่งเสียนแปลกไป ชายหนุ่มเหมือนคนไร้เรี่ยวแรงไม่ว่าฟางเยว่หรันจะทำอะไรอีกฝ่ายก็ไม่ปัดป้อง สวีว่านชิงไม่รอช้ารีบกดโทรศัพท์โทรหาซูหว่านหนิง
“พี่ชิงชิงมีอะไรหรือคะ” ซูหว่านหนิงที่กำลังกินข้าวถามขึ้น
“หว่านหนิงขอโทษที่พี่โทรมารบกวน แต่พี่คิดว่าคุณชายโจวอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น” สวีว่านชิงรีบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พร้อมกับส่งคลิปที่เธอถ่ายให้ซูหว่านหนิง
ซูหว่านหนิงดูคลิปที่สวีว่านชิงส่งมา เธอรู้สึกว่าโจวจิ่งเสียนผิดปกติ ร่างกายของชายหนุ่มดูเหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรง ลู่อี้เฉินเองก็คิดเช่นเดียวกัน
“พี่ชิงชิง ช่วยดูพี่จิ่งเสียนอย่าให้คลาดสายตา ฉันกำลังจะไปเดี๋ยวนี้”
ลู่อี้เฉินรีบจ่ายเงินค่าอาหารก่อนจะพาคนรักขับรถตรงไปที่โรงแรมที่เกิดเหตุ
โจวจิ่งเสียนมองหน้าฟางเยว่หรัน ก่อนจะพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดถามเธอว่า “ทำแบบนี้ทำไม” เสียงที่ออกมาจากลำคอแหบพร่าเหมือนคนกระหายน้ำ แต่ที่จริงเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไป
ฟางเยว่หรันหอมแก้มชายหนุ่ม ก่อนจะเรียกพนักงานที่เธอจ่ายเงินให้พิเศษให้มาช่วยพยุงโจวจิ่งเสียนขึ้นไปบนห้องพักที่เธอเปิดจองไว้
โจวจิ่งเสียนพยายามจะสะบัดแต่ไม่สามารถทำได้ ชายหนุ่มได้แต่ลุกขึ้นยืนและเดินตามอีกฝ่ายไป อยากจะตะโกนขอความช่วยเหลือก็ไม่สามารถทำได้
สวีว่านชิงเห็นท่าไม่ดีเธอรีบลุกขึ้นก่อนจะชวนเพื่อนชายในกลุ่มให้ไปช่วยโจวจิ่งเสียน
“ชิงชิง เธอรู้จักผู้ชายคนนั้นแน่ใช่ไหม” เพื่อนของสวีว่านชิงถาม
“ฉันรู้จัก และรู้ด้วยว่าท่าทางแบบนั้นมันผิดปกติ” สวีว่านชิงไม่รอช้ารีบลากมือเพื่อนชายสองคนให้เดินออกจากห้องอาหาร
ฟางเยว่หรันกำลังช่วยพยุงโจวจิ่งเสียนเดินไปที่ลิฟท์ สวีว่านชิงรีบตามมาและเธอยังให้เพื่อนสาวอีกคนช่วยบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้
“คุณชายใหญ่โจว” สวีว่านชิงรีบวิ่งไปดึงตัวของโจวจิ่งเสียนเอาไว้
ฟางเยว่หรันเสียหลักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองหน้าสวีว่านชิง
“หล่อนเป็นใคร” ฟางเยว่หรันเอ่ยถาม มือของเธอยังคงกอดแขนของโจวจิ่งเสียนเอาไว้แน่นหนา
“ฉันจะเป็นใครเธอไม่ต้องสนใจ แต่ตอนนี้เธอต้องปล่อยคุณชายโจวมาก่อน ไม่อย่างนั้นฉันจะจัดการเธอ” สวีว่านชิงหันไปพยักหน้ากับเพื่อนชาย
พนักงานที่ฟางเยว่หรันจ้างมานั้นเป็นพนักงานของโรงแรม เมื่อเห็นว่าเรื่องราวจะบานปลายเขารีบปล่อยโจวจิ่งเสียนแล้ววิ่งหนีไป เพื่อนชายของสวีว่านชิงสบโอกาสรีบเข้าไปดึงตัวของโจวจิ่งเสียนออกมาจากการเกาะกุมของฟางเยว่หรัน
“ปล่อยนะ แกจะทำแบบนี้ไม่ได้ พี่จิ่งเสียนคือคนรักของฉัน” ฟางเยว่หรันกรีดร้อง
สวีว่านชิงพุ่งตรงไปด้านหน้าก่อนจะจิกผมของอีกฝ่ายและง้างมือตบเข้าที่ใบหน้างาม
“เพี้ยะ” เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังขึ้น ฟางเยว่หรันล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้น
โจวจิ่งเสียนสมองมึนงงไม่รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขารู้เพียงแค่ร่างกายกำลังร้อนรุ่มอยากจะปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกมา
ฟางเยว่หรันรีบลุกขึ้นก่อนจะพุ่งเข้ามาหาสวีว่านชิง แต่ไหนเลยที่อีกฝ่ายจะสู้สวีว่านชิงได้ นอกจากจะโดนตบฟางเยว่หรันยังโดนเตะเข้าที่ท้องน้อย และปิดจบด้วยหมัดที่ต่อยเข้าไปที่เบ้าตา
“กรี๊ดดด” เสียงกรีดร้องของฟางเยว่หรันดังไปทั่วบริเวณ มีผู้คนเดินเข้ามาหยุดดูแล้วก็เดินผ่านไป พวกเขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้เพราะกลัวโดนลูกหลง
สวีว่านชิงจัดการฟางเยว่หรันเรียบร้อยแล้วเธอรีบหันไปทางโจวจิ่งเสียน
“คุณชายใหญ่โจว ฉันจะพาคุณไปหาหมอ คุณไปกับฉันนะ”
โจวจิ่งเสียนทำได้เพียงพยักหน้า สวีว่านชิงจึงให้เพื่อนชายช่วยพยุงชายหนุ่มไปที่รถยนต์ของเธอและให้เพื่อนสาวที่ถ่ายคลิปส่งคลิปให้กับเธอ
“ร้อน” เมื่อนั่งบนรถโจวจิ่งเสียนพยายามแกะกระดุมเสื้อออก สวีว่านชิงเปิดแอร์รถให้เย็นสุดก่อนจะหยิบขวดน้ำส่งให้ชายหนุ่ม
“คุณดื่มน้ำก่อนเผื่อจะช่วยได้บ้าง”
โจวจิ่งเสียนรับมาก่อนจะดื่มน้ำลงไปทั้งขวด สวีว่านชิงรีบกดโทรศัพท์โทรหาซูหว่านหนิง
“หว่านหนิงฉันจะพาคุณชายโจวไปส่งโรงพยาบาล อาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ น่าจะโดนวางยา”
ซูหว่านหนิงวางสายจากสวีว่านชิง เธอรีบโทรไปหาโจวเหลียนเพื่อเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
“เจ้าใหญ่อยู่โรงพยาบาลไหน อาจะรีบไป” โจวเหลียนถาม
“พี่ชิงชิงกำลังพาไปส่งโรงพยาบาลค่ะ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะพาไปโรงพยาบาลอะไร แต่จะเลือกโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด” ซูหว่านหนิงตอบ
“ได้เรื่องแล้วโทรบอกอาด้วยนะ อาจะโทรหาพี่ใหญ่ก่อน” โจวเหลียนวางสายก่อนจะรีบโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวกับพี่ชายและพี่สะใภ้
ทางด้านสวีว่านชิงกำลังเจอศึกหนักนั่นก็เพราะฤทธิ์ยาในตัวของชายหนุ่มเริ่มออกฤทธิ์ โจวจิ่งเสียนพยายามที่จะถอดเสื้อและถอดเข็มขัดของตัวเอง
“คุณอยู่นิ่ง ๆ ได้ไหม ฉันจะรีบพาคุณไปโรงพยาบาล” สวีว่านชิงตอนนี้กำลังจอดรถที่ข้างทางเพื่อจับมือของโจวจิ่งเสียนไม่ให้ถอดเสื้อและปลดเข็มขัด
โจวจิ่งเสียนหันไปมองหน้าหญิงสาวที่อยู่ห่างเพียงคืบ ชายหนุ่มยกมือขึ้นคว้าลำคอของอีกฝ่าย ก่อนจะประกบริมฝีปากหนาลงไป สวีว่านชิงตกตะลึงไม่คิดว่าเธอจะโดนอีกฝ่ายขโมยจูบแรก
สวีว่านชิงรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักชายหนุ่มออกก่อนจะฟาดลงไปที่ใบหน้าของอีกฝ่าย “เพี้ยะ”
“จูบแรกของฉัน โดนขโมยไปแล้ว ฮือ ฮือ” สวีว่านชิงรีบยกมือขึ้นมาเช็ดริมฝีปากของตัวเอง
โจวจิ่งเสียนเหมือนจะได้สติชายหนุ่มรีบเอ่ยปากขอโทษ ก่อนที่หญิงสาวจะปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองแล้วเดินไปเปิดกระโปรงหลังรถเพื่อเอาเชือกเส้นเล็กออกมา
“ฉันต้องทำแบบนี้ ขอโทษคุณด้วยนะ” สวีว่านชิงมัดมือของโจวจิ่งเสียนเอาไว้ ก่อนจะมัดตัวของชายหนุ่มให้ติดกับเบาะรถ
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่รีบเข้ามานำตัวโจวจิ่งเสียนเข้าไปในห้องตรวจ สวีว่านชิงเอารถไปจอดที่ลานจอดรถก่อนจะกดโทรศัพท์โทรหาซูหว่านหนิง
“ฉันใกล้ถึงแล้วค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบกลับมา
สวีว่านชิงลงจากรถก่อนจะเดินไปที่หน้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลเดินออกมาซักประวัติคนไข้
“ฉันไม่ได้เป็นญาติของเขาค่ะ เป็นแค่คนรู้จัก เดี๋ยวญาติของเขาก็คงมา” สวีว่านชิงตอบ
ไม่ถึงสิบนาทีซูหว่านหนิงพร้อมกับลู่อี้เฉินก็มาถึงโรงพยาบาล ลู่อี้เฉินรีบไปสอบถามอาการของโจวจิ่งเสียน
“คนไข้โดนวางยาปลุกกำหนัด ตอนนี้คุณหมอได้ฉีดยาสลายฤทธิ์ยาให้แล้วค่ะ แต่ทางเราต้องมัดมือของคนไข้เอาไว้ รอให้ฤทธิ์ยาสลายแล้วจะรีบแก้มัดให้ค่ะ” ที่ต้องมัดมือของโจวจิ่งเสียนเอาไว้ เพราะอีกฝ่ายพยายามที่จะถอดเสื้อและถอดกางเกงออกจากตัว
“หว่านหนิง เธอมาแล้วฉันกลับก่อนนะ” สวีว่านชิงหมดธุระแล้วเธอจึงขอตัวกลับทันที
“พี่ชิงชิง ขอบคุณพี่มากนะ ถ้าพี่จิ่งเสียนได้สติฉันจะบอกเขาว่าพี่เป็นคนช่วยเขา” ซูหว่านหนิงเอ่ยขอบคุณ
“ไม่จำเป็น พี่ไม่ได้ช่วยเพราะหวังผลประโยชน์ เอ่อ จริงสิ เดี๋ยวพี่จะส่งคลิปเหตุการณ์ทั้งหมดให้” สวีว่านชิงพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ออกมาส่งคลิปที่ให้เพื่อนสาวถ่ายให้กับซูหว่านหนิง
“พี่ไปก่อน ไว้เจอกันวันจันทร์” สวีว่านชิงพูดจบก็เดินจากไป
เมื่อเข้ามาในรถสิ่งแรกที่ทำก็คือหยิบกระดาษเปียกขึ้นมาเช็ดปาก
“ฉันเห็นแก่ที่คุณโดนวางยาหรอกนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะต่อยคุณให้ตาเขียวเลย” สวีว่านชิงหยิบกระจกขึ้นมาดูปากที่ยังคงบวมอยู่เล็กน้อย ดีนะที่ซูหว่านหนิงไม่ทันสังเกตไม่อย่างนั้นเรื่องคงไม่จบแค่ตรงนี้แน่
หลังจากที่สวีว่านชิงกลับไปไม่นานโจวเหลียนและเมิ่งจื่อหยวนก็มาถึง ซูหว่านหนิงจึงส่งคลิปให้กับโจวเหลียนเอาไปจัดการกับฟางเยว่หรัน
“เพื่อนของเธอกลับไปแล้วหรือ อายังไม่ได้ขอบคุณเธอเลย” โจวเหลียนถามหาสวีว่านชิง
“กลับไปได้สักพักแล้วค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบ
ไม่นานคนบ้านใหญ่โจวก็มากันพร้อมหน้า เมื่อนายท่านโจวได้เห็นคลิปเหตุการณ์ก็รีบกดโทรศัพท์หาเลขาส่วนตัว
“จัดการตระกูลฟางให้สิ้นซาก อย่าให้พวกมันมีที่ยืนในสังคม” พูดจบก็ส่งคลิปเหตุการณ์ให้กับเลขา และให้เลขาไปจัดการดำเนินเรื่องเอาผิดกับตระกูลฟาง
โจวจิ่งเสียนหลับไปหนึ่งตื่นเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล
“น้ำ” โจวจิ่งเสียนคอแห้งอยากจะขอน้ำดื่ม
คุณนายโจวรีบลุกจากเก้าอี้หยิบน้ำส่งให้ลูกชาย โจวจิ่งเสียนรับมาก่อนจะดื่มจนหมดแก้ว
“เจ้าใหญ่ลูกดีขึ้นแล้วใช่ไหม” คุณนายโจวนั่งลงบนเตียงจับมือของลูกชายมากุมไว้
“ดีขึ้นแล้วครับ แต่ยังคอแห้งกระหายน้ำ” โจวจิ่งเสียนตอบก่อนจะขอน้ำเพิ่มอีกแก้ว
“ลูกจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ไหม” คุณนายโจวถาม
“จำได้ครับ แต่ตอนที่เกิดเรื่องผมไม่มีเรี่ยวแรง และสมองมึนงงเหมือนกับภาพที่เห็นเป็นแค่ความฝันไม่ใช่ความจริง” โจวจิ่งเสียนตอบ