จุดจบของฟางเยว่หรัน
จุดจบของฟางเยว่หรัน
คุณนายโจวเปิดคลิปเหตุการณ์ทั้งหมดให้ลูกชายดู เมื่อโจวจิ่งเสียนเห็นสวีว่านชิงที่อยู่ในคลิป ภาพเหตุการณ์หนึ่งก็ผุดขึ้นมา ภาพที่เขาคว้าต้นคอของอีกฝ่ายและประกบริมฝีปากลงไป
“แม่ครับ คนที่ช่วยผมเขาไปไหนแล้วครับ” โจวจิ่งเสียนรีบถามหาสวีว่านชิง
“กลับไปแล้วล่ะ แม่มาถึงเธอก็ไม่อยู่แล้ว” คุณนายโจวตอบ
“อาเล็ก อาเขยเล็ก อี้เฉินและหนูหว่านหนิงก็เพิ่งกลับไปไม่นาน พ่อของลูกอยากจะอยู่เฝ้าลูกแต่แม่ไล่ให้กลับไปพักผ่อน หมอบอกว่าพรุ่งนี้เช้าลูกกลับบ้านได้ แม่จึงอาสาเฝ้าลูกเอง” คุณนายโจวนั่งลงพร้อมกับเล่าเรื่องที่สวีว่านชิงโทรหาซูหว่านหนิงในตอนที่อยู่โรงแรมให้ลูกชายฟัง
“โชคดีนะที่ได้แม่หนูคนนั้นช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้นตอนนี้ลูกคงจะเสียตัวให้กับฟางเยว่หรันคนนั้นไปแล้ว”
“ผมไม่คิดว่าเธอจะกล้าถึงขนาดวางยาผม” โจวจิ่งเสียนโมโหฟางเยว่หรัน
“ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะกล้าวางยาลูก แม่เองก็ยังไม่เชื่อเลย”
“ผมพลาดเองไม่น่าใจอ่อนไปพบเธอเลย”
“ลูกอย่าคิดมากเลย เรื่องมันผ่านไปแล้ว นอนพักเถอะแม่จะปิดไฟให้” คุณนายโจวพูดจบก็ลุกขึ้นปิดไฟ ก่อนจะเดินไปนอนที่เตียงสำหรับญาติ
โจวจิ่งเสียนพยายามหลับตานอนแต่เขาไม่สามารถทำได้ ภาพที่เขาจูบสวีว่านชิงยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง พรุ่งนี้เขาจะไปขอบคุณและขอโทษอีกฝ่ายที่ล่วงเกิน ส่วนฟางเยว่หรันอย่าคิดว่าเขาจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป
ทางด้านฟางเยว่หรันหลังจากที่แผนการผิดพลาด เจ้าตัวรีบกลับบ้านก่อนจะรีบเก็บเสื้อผ้าเตรียมตัวหลบหนี แต่ไหนเลยที่จะหลุดพ้นไปได้ ยังไม่ทันได้ออกจากบ้านตำรวจก็มาถึงพร้อมกับหมายจับ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ปล่อยฉันนะ” ฟางเยว่หรันกรีดร้อง
ฟางต่งเองก็ตกใจไม่คิดว่าเรื่องราวจะพลิกผัน นอกจากจะไม่ได้ตัวโจวจิ่งเสียนแล้ว ลูกสาวยังมาโดนจับด้วย
“คุณตำรวจเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ ลูกผมจะไปทำเรื่องไม่ดีอย่างนั้นได้ยังไง” ฟางต่งพยายามเกลี้ยกล่อมตำรวจ
“ทางนั้นเขามีพยานหลักฐานและคลิปเหตุการณ์ ขอเชิญคุณฟางเยว่หรันไปให้ปากคำ” ตำรวจพูดจบก็ใส่กุญแจมือให้กับฟางเยว่หรัน ก่อนจะพาขึ้นรถไปที่สถานีตำรวจ
คืนนั้นฟางเยว่หรันต้องนอนในห้องขังรุ่งเช้าฟางต่งรีบมาเยี่ยมลูกสาว ส่วนตระกูลโจวได้ส่งทนายมือดีมาจัดการเรื่องราวทั้งหมด
“นี่คือคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนี่คือผลตรวจจากทางโรงพยาบาล” ทนายยื่นเอกสารทั้งหมดให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผลตรวจจากทางโรงพยาบาลคือผลตรวจเลือดของโจวจิ่งเสียน พนักงานโรงแรมที่ร่วมมือกับฟางเยว่หรันก็ไม่รอด ตำรวจบุกไปจับตัวถึงห้องพักและอีกฝ่ายได้ให้การรับสารภาพเพื่อขอลดหย่อนโทษ
ตำรวจได้โทรไปสอบถามโจวจิ่งเสียนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้ง รวมถึงเชิญสวีว่านชิงมาสอบปากคำเพิ่มเติม
“ฉันเริ่มรู้สึกผิดสังเกตตั้งแต่ที่คุณชายโจวดูเหมือนไร้เรี่ยวแรง คือก่อนหน้านี้ฉันรู้มาว่าทั้งสองคนถอนหมั้นและไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่เหตุการณ์เมื่อคืนกลับต่างออกไป ฉันยังมีอีกคลิปเดี๋ยวจะส่งให้คุณทนายค่ะ” สวีว่านชิงส่งคลิปเหตุการณ์ในห้องอาหารให้กับทนายความทางอีเมล
ในคลิปนั้นเริ่มถ่ายตั้งแต่โจวจิ่งเสียนลุกขึ้นแล้วฟางเยว่หรันดึงตัวชายหนุ่มเอาไว้ อีกฝ่ายไม่มีท่าทีขัดขืนได้แต่นั่งลงเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง ต่อมาเป็นฟางเยว่หรันเอาน้ำให้ดื่ม โจวจิ่งเสียนดื่มน้ำหมดแล้วจนไปถึงตอนที่ฟางเยว่หรันหอมแก้มและกอดแขนของอีกฝ่าย โดยที่โจวจิ่งเสียนไม่ปฏิเสธ ภาพตัดไปตอนที่โจวจิ่งเสียนเดินออกจากห้องอาหารโดยมีฟางเยว่หรันและพนักงานช่วยกันประคองออกไป
“ผมได้รับข้อมูลจากทางโรงแรมมาว่า คุณฟางเยว่หรันได้เปิดห้องพักเอาไว้ และตอนที่พาคุณชายโจวเดินออกจากห้องอาหารก็เพื่อที่จะพาไปยังห้องพักนั้นครับ” ทนายความส่งข้อมูลให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สวีว่านชิงให้ปากคำเสร็จเธอบอกลาทนายความก่อนจะขับรถกลับที่พัก ส่วนฟางเยว่หรันนั้นต้องนอนอยู่ในห้องขังรอส่งฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้
โจวจิ่งเสียนออกจากโรงพยาบาลชายหนุ่มกลับบ้านก่อนจะหยิบโทรศัพท์โทรหาซูหว่านหนิงเพื่อขอที่อยู่ของสวีว่านชิง
“ฉันเองก็ไม่เคยไปบ้านของพี่ชิงชิง” ซูหว่านหนิงตอบ
“พี่ขอเบอร์โทรศัพท์ได้ไหม” โจวจิ่งเสียนถาม
“ได้ค่ะ” ซูหว่านหนิงวางสายก่อนจะส่งเบอร์โทรของสวีว่านชิงให้ทางข้อความ
สวีว่านชิงกำลังขับรถไปที่ห้างสรรพสินค้า วันนี้เป็นวันหยุดเธอต้องไปหาซื้อของใช้เข้าบ้าน ยังไม่ทันถึงห้างสรรพสินค้าเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะ สวีว่านชิงพูดค่ะ” สวีว่านชิงกดรับสาย
ปลายสายเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า “ผมโจวจิ่งเสียนครับ”
สวีว่านชิงอยากจะกดตัดสายทิ้งแต่ถ้าทำแบบนั้นจะเป็นการเสียมารยาทกับอีกฝ่าย
“มีอะไรหรือคะ” สวีว่านชิงถามกลับไป
“ผมอยากจะขอบคุณที่คุณช่วยเหลือผมเอาไว้”
“ฉันรับคำขอบคุณของคุณไว้แล้ว ตอนนี้ฉันคงต้องเสียมารยาทขอวางสายก่อน ฉันขับรถอยู่คงไม่ดีแน่ที่จะคุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถ” สวีว่านชิงบอกอีกฝ่าย
“ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” โจวจิ่งเสียนพูดจบก็เป็นฝ่ายวางสาย
สวีว่านชิงมองโทรศัพท์ก่อนจะยกมือขึ้นมาจับหัวใจที่เต้นแรงและเร็ว
“นึกว่าจะพูดเรื่องนั้นเสียอีก ตกใจชะมัด”
วันต่อมาตำรวจควบคุมตัวฟางเยว่หรันไปขึ้นศาล ทางฝ่ายโจวจิ่งเสียนได้ส่งทนายเป็นตัวแทนจัดการเรื่องทั้งหมด ศาลตรวจสอบเอกสารทั้งหมดได้พิพากษาให้ฟางเยว่หรันจำคุกเป็นเวลา 3 ปี ฟางต่งและภรรยามีส่วนรู้เห็นให้จำคุก 1 ปี และตระกูลฟางต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับโจวจิ่งเสียนเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านหยวน
ฟางเยว่หรันถึงกับเป็นลมเพื่อศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จ เช่นเดียวกับฟางต่งและภรรยาที่เอาแต่อ้อนวอนให้ศาลตัดสินคดีอีกครั้ง ส่วนทรัพย์สินของตระกูลฟางจะทำการยึดทรัพย์เอาไว้และจะนำไปขายทอดตลาดชดใช้ค่าเสียหายให้กับโจวจิ่งเสียน
โจวเหลียนโทรมารายงานผลตัดสินของศาลให้ซูหว่านหนิงฟัง ส่วนซูหว่านหนิงก็ได้เล่าเรื่องให้กับสวีว่านชิงและหรันฮวาที่นั่งกินข้าวด้วยกัน
“ทำตัวเองทั้งนั้น” สวีว่านชิงได้แต่สมน้ำหน้าฟางเยว่หรัน
“โชคดีนะที่ได้พี่ชิงชิงช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้นคุณชายโจวคงจะตกเป็นสามีของผู้หญิงบ้านั่น” หรันฮวาพูดขึ้น
“ตอนแรกก็คิดว่าพวกเขาคงนัดเจอกัน แต่ดูไปดูมาพบความผิดปกติหลายอย่างก็เลยเอะใจ ดีนะที่ช่วยไว้ทัน”
“ฉันดูคลิปแล้วรู้สึกเจ็บแทนฟางเยว่หรันนั่นเลย ทั้งโดนตบ เตะและต่อย” หรันฮวายกนิ้วโป้งให้สวีว่านชิง
“จริง ๆ อยากจะทำมากกว่านั้นอีกสักหน่อย แต่เท่านี้ก็ถือว่าได้แก้แค้นให้กับหว่านหนิงแล้วล่ะ” สวีว่านชิงพูดขึ้น
ซูหว่านหนิงมองหน้าสวีว่านชิงก่อนจะอมยิ้ม เธอจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ซานย่าได้ดี อีกฝ่ายพูดว่าอยากจะตบฟางเยว่หรันที่ทำไม่ดีกับเธอและครั้งนี้สวีว่านชิงก็ได้ลงมือทำมันแล้ว
“ฉันขอบใจพี่มากนะ” ซูหว่านหนิงจับมือสวีว่านชิง
“เรื่องเล็กน้อย เธอช่วยพี่เยอะกว่านี้อีก” สวีว่านชิงตอบ
ยังไม่ทันที่สามสาวจะได้เดินออกจากโรงอาหาร โทรศัพท์ของซูหว่านหนิงก็ดังขึ้น ปลายสายเป็นโจวจิ่งเสียนที่โทรมาบอกว่า ตอนนี้อยู่ที่บริษัท
“พี่ชิงชิง พี่จิ่งเสียนมาขอบคุณพี่น่ะ เรารีบกลับสำนักงานกันเถอะ” ซูหว่านหนิงวางสายก่อนจะหันไปพูดกับสวีว่านชิง
“จะขอบคุณอะไรอีก เมื่อวานก็โทรมาขอบคุณแล้ว” สวีว่านชิงบ่น
“อย่าชักช้าอยู่เลย เรารีบไปกันเถอะ” ซูหว่านหนิงลุกขึ้นก่อนจะจูงมือของสวีว่านชิงเดินไปที่ห้องรับรอง หรันฮวารีบเก็บจานแล้วรีบวิ่งตามไป
โจวจิ่งเสียนไม่ได้มาคนเดียวแต่มาพร้อมกับคุณนายโจวและนายท่านโจว ตระกูลโจวต้องการที่จะมาขอบคุณสวีว่านชิงที่ช่วยเหลือลูกชาย
“สวัสดีค่ะ” ซูหว่านหนิงเข้าไปทักทาย
โจวจิ่งเสียนพยักหน้าให้ซูหว่านหนิงก่อนจะหันไปมองหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“คุณลุง คุณป้าคะ นี่พี่ชิงชิงคนที่ช่วยเหลือพี่จิ่งเสียนค่ะ” ซูหว่านหนิงดึงมือสวีว่านชิงให้มายืนด้านหน้า
“สวัสดีค่ะ” สวีว่านชิงก้มศีรษะทักทาย
คุณนายโจวจับมือของสวีว่านชิงขึ้นมา “หนูนี่เองที่ช่วยเหลือลูกชายฉันไว้ พวกเรามาวันนี้ก็เพื่อมาขอบคุณหนูโดยเฉพาะ”
“ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ค่ะ แค่โทรมาก็พอแล้ว” สวีว่านชิงไม่อยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ที่สำคัญที่สุดคือเธอยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าของโจวจิ่งเสียน ผู้ชายที่ขโมยจูบแรกของเธอไป
“จะทำอย่างนั้นได้อย่างไรกัน ถ้าไม่ได้หนูช่วยเจ้าใหญ่เอาไว้ ป่านนี้ตระกูลโจวของเราคงต้องอ้าแขนต้อนรับสะใภ้แบบฟางเยว่หรัน ซึ่งฉันรับไม่ได้หรอกนะ ที่จะมีสะใภ้ร้ายกาจแบบนั้นเข้าไปอยู่ในบ้านของเรา”