รับเป็นลูกบุญธรรม
รับเป็นลูกบุญธรรม
ซูหว่านหนิงหัวเราะก่อนจะถามไปว่า “ขอโทษ ทำไมฉันต้องขอโทษเขาด้วย”
“เธอว่าเขาก็ต้องขอโทษเขาสิ”
ซูหว่านหนิงทำหน้างุนงง “ฉันไปว่าเขาตอนไหน คำไหนที่ฉันว่าเขา”
“ก็เธอว่าเขาดูแย่ลง” อีกฝ่ายโต้กลับมา
ซูหว่านหนิงหัวเราะในลำคอ “เธอนี่สมองมีปัญหาหรือเปล่า” ก่อนจะหันไปทางซูเย่หมิงที่ยืนอยู่ข้างภรรยา “คุณเจ็บมากไหมกับคำพูดของฉัน”
ซูเย่หมิงนิ่งเงียบแต่เป็นหยางเทียนที่พูดขึ้นมา “ผมไม่คิดเลยว่าพี่สาวของคู่หมั้นผมจะปากดีแบบนี้ คุณรู้ไหมว่าผมเป็นใคร ตระกูลหยางของผมมีเส้นสายทั่วปักกิ่ง ผมสามารถสั่งให้คุณออกจากงานได้เลยนะ”
ซูหว่านหนิงหันไปมองหยางเทียนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เธอทำธุรกิจมาสองปีกว่าย่อมรู้จักคนใหญ่คนโตบ้าง และแน่นอนว่าไม่มีใครในปักกิ่งยิ่งใหญ่ไปกว่าตระกูลลู่ เมิ่งและโจวอีกแล้ว ส่วนตระกูลหยางและตระกูลหลิงก็เป็นแค่ปลายแถวเท่านั้น
ทางด้านเมิ่งจิ่งถิงกำลังอัดคลิปเหตุการณ์เพื่อส่งไปให้ลู่อี้เฉิน ส่วนสวีว่านชิงยืนอยู่ข้างซูหว่านหนิงเตรียมพร้อมหากมีการลงไม้ลงมือ
“ก็เอาสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าตระกูลหยางของคุณจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน” ซูหว่านหนิงพูดจบก็หมุนตัวเดินจากไป
ซูเย่อิงรีบหันไปมองคู่หมั้น “ขอโทษแทนพี่รองด้วยนะคะ เขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ คุณอย่าให้เขาออกจากงานเลยไม่อย่างนั้นเขาอาจจะกลายเป็นขอทานเร่ร่อนเพราะไม่มีใครรับเข้าทำงาน” คำพูดของซูเย่อิงดังพอที่จะให้ซูหว่านหนิงได้ยิน
สวีว่านชิงหยุดเดินก่อนจะหันกลับไปและพูดว่า “ยังไม่รู้ว่าใครที่จะกลายเป็นขอทาน อย่าอวดดีให้มันมากเกินไปนักเลย”
“นี่หล่อน มันจะมากเกินไปแล้วนะ” ซูเย่อิงปรี่เข้ามา
“แน่จริงก็เข้ามาสิ” สวีว่านชิงยกมือขึ้นเตรียมพร้อมฟาด
ซูเย่อิงหยุดนิ่งอยู่กับที่ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาคู่หมั้นหนุ่ม
“เราไปกันเถอะ อย่ามัวเสียเวลากับคนบ้าพวกนี้เลย” ซูหว่านหนิงจับมือของสวีว่านชิงก่อนจะดึงให้เดินออกไป
เมิ่งจิ่งถิงจัดการปิดคลิปก่อนจะกดส่งคลิปทั้งหมดให้กับพี่ชายทั้งสองคน ทั้งลู่อี้เฉินและโจวจิ่งเสียนและยังกดส่งคลิปให้กับพ่อของเธอด้วย
ลู่อี้เฉินนั่งดูคลิปในมือจนจบชายหนุ่มกดโทรศัพท์โทรหาเลขาเซียวสอบถามเรื่องคนตระกูลหลิงและตระกูลหยาง เมื่อวางสายจากเลขาเซียว ลู่อี้เฉินรีบโทรหาคนรักทันที
“คุณรู้ได้ยังไงคะ” ซูหว่านหนิงถามด้วยความสงสัย
“อาถิงส่งคลิปมาให้ผมครับ” ลู่อี้เฉินตอบ
“เรื่องมันก็เป็นตามในคลิปนั่นแหละคะ ฉันไม่อยากตอบโต้ให้มากความเพราะอายชาวบ้านที่เขามองดู แต่ไม่ใช่ว่าฉันจะยอมปล่อยพวกเขาไป ตอนนี้ฉันกำลังจะไปที่บ้านคุณอาเมิ่งค่ะ” ซูหว่านหนิงพูดจบลู่อี้เฉินก็ขอวางสายและไปพบกันที่บ้านของเมิ่งจื่อหยวน
โจวจิ่งเสียนเปิดดูคลิปที่น้องสาวส่งมา ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ที่ปักกิ่ง ชายหนุ่มรีบโทรหาอาเขยเล็กทันที เมิ่งจื่อหยวนเองก็ได้ดูคลิปแล้วเช่นกัน “อาจัดการเอง หลานทำงานให้สบายใจเถอะ” เมิ่งจื่อหยวนบอกหลานชาย
เมิ่งจิ่งถิงกลับถึงบ้านก็ไม่รอช้ารีบเล่าเหตุการณ์ให้พ่อฟัง ซ้ำยังพูดอีกว่า “ผู้ชายตระกูลหยางนั่นอวดดีมากเลยค่ะ เขาพูดเหมือนกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในเมืองหลวง”
เมื่อลู่อี้เฉินมาถึงบ้านตระกูลเมิ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เซียวหย่งส่งข้อมูลของตระกูลหลิงและตระกูลหยางมาให้ ทั้งสองตระกูลเป็นลูกค้าของตระกูลลู่และตระกูลโจว
“จัดการยกเลิกงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลหลิงและตระกูลหยาง หากพวกเขาสงสัยบอกให้มาถามผม”
“ครับบอส” เลขาเซียวรับคำก่อนจะเร่งจัดการเรื่องของตระกูลหลิงและตระกูลหยางในทันที
“จัดการแล้วหรือ” เมิ่งจื่อหยวนถาม
“ใช่ครับ ผมจะให้เขาสองคนมาขอโทษหว่านหนิงด้วยตัวเอง” ลู่อี้เฉินตอบก่อนจะหันไปหาคนรักที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“งานวันเกิดคุณปู่ที่จะถึงนี้ ผมจะเปิดตัวคุณในฐานะคนรักของผม และหากข่าวนี้แพร่ออกไปตระกูลซูอาจจะติดต่อกลับมา คุณพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขาไหมครับ”
ซูหว่านหนิงมองสบตาคนรักก่อนจะตอบไปว่า “พร้อมค่ะ ฉันคิดว่าสักวันวันนี้ต้องมาถึง ไม่ว่าจะมาเร็วหรือมาช้าแต่มันก็ต้องเกิดขึ้น ไม่สู้จัดการให้มันจบ ๆ ไปเลย”
“อาเห็นด้วย อากับอาสะใภ้คุยกันแล้วพวกเราจะรับเธอเป็นลูกบุญธรรม หว่านหนิงอารักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกแท้ ๆ อย่าปฏิเสธความหวังดีของอาทั้งสองเลยนะ” เมิ่งจื่อหยวนพูดดักทางเอาไว้ เพราะรู้ดีว่าซูหว่านหนิงจะต้องรีบปฏิเสธ
เมิ่งจิ่งถิงจับมือของซูหว่านหนิง “หว่านหนิงฉันยกให้เธอเป็นพี่สาว ต่อไปฉันเรียกเธอว่าพี่สาวนะ”
โจวเหลียนเดินออกมาจากในครัวสวมกอดซูหว่านหนิง “ต่อไปหนูเรียกอาว่าแม่ได้ไหม”
ซูหว่านหนิงมองหน้าครอบครัวเมิ่ง ก่อนจะมองหน้าคนรัก ลู่อี้เฉินพยักหน้าให้ เธอหันกลับไปมองหน้าเมิ่งจื่อหยวน โจวเหลียนและเมิ่งจิ่งถิง ก่อนจะพูดว่า “คุณพ่อ คุณแม่ น้องเล็ก”
“เย้ ในที่สุดฉันก็มีพี่สาวเพิ่มแล้ว วันนี้ต้องฉลอง” เมิ่งจิ่งถิงกระโดดดีใจ
เมิ่งจื่อหยวนโทรศัพท์ไปบอกพี่ชายเรื่องที่รับซูหว่านหนิงเป็นลูกบุญธรรม ทางฝั่งเมิ่งเซียวเมื่อรู้ว่าซูหว่านหนิงยอมเป็นลูกบุญธรรมของน้องชายก็ดีใจและอยากจะจัดงานเปิดตัวหลานสาวคนใหม่
“พี่ใหญ่ อย่าทำแบบนั้นเลย หลานสาวของพี่ชอบความเรียบง่าย แต่อีกไม่นานตระกูลลู่จะเปิดตัวหว่านหนิงในฐานะคนรักของอี้เฉิน ถึงเวลานั้นผมจะประกาศบอกทุกคนว่าหว่านหนิงเป็นลูกบุญธรรมของผม และเป็นหลานสาวคนโตของตระกูลเมิ่ง”
“ดี ดีมาก งานวันเกิดคุณลุงลู่พี่ก็จะไปร่วมงาน ถึงเวลานั้นเราไปหนุนหลังหว่านหนิงด้วยกัน”
ในขณะที่เมิ่งจื่อหยวนคุยโทรศัพท์กับพี่ชายได้เปิดลำโพงให้ทุกคนได้ฟังเสียงบทสนทนา ซูหว่านหนิงซาบซึ้งใจที่ตระกูลเมิ่งยอมรับในตัวเธอ เมิ่งจื่อหยวนมีพี่น้อง 2 คน เมิ่งเซียวมีลูกชายและลูกสาว ลูกชายอายุเยอะกว่าเมิ่งจิ่งถิง 2 ปี ส่วนลูกสาวอายุน้อยกว่า 2 ปีเช่นกัน เมื่อซูหว่านหนิงเข้ามาเป็นลูกบุญธรรมของเมิ่งจื่อหยวนก็เท่ากับว่าเธอกลายเป็นพี่สาวคนโตของน้องสองคน
หลังจากที่เมิ่งจื่อหยวนวางสายจากพี่ชาย เขาได้เชิญให้ซูหว่านหนิงเข้าร่วมกลุ่มแชทของตระกูลเมิ่งทันที เมื่อซูหว่านหนิงกดรับเข้ากลุ่มข้อความแสดงความยินดีก็ถูกส่งเข้ามา
[ยินดีต้อนรับเข้าสู่ตระกูลเมิ่ง ต่อไปนี้เธอคือน้องสาวของพี่] เมิ่งหรงลูกชายของเมิ่งเซียวส่งข้อความเป็นคนแรก
[พี่หว่านหนิงต่อไปพี่เป็นพี่สาวคนโตของฉันแล้วนะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวของเรา] เมิ่งจิน ลูกสาวคนเล็กของเมิ่งเซียวส่งข้อความเข้ามา
[ต่อไปนี้ถ้ามีใครมารังแกบอกป้าสะใภ้ได้เลย ป้าจะจัดการให้] คุณนายเมิ่งภรรยาของเมิ่งเซียวส่งข้อความเป็นคนที่สาม
[หว่านหนิงต่อไปหนูไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวของเรา] เมิ่งเซียวส่งข้อความปิดท้าย
ซูหว่านหนิงอ่านข้อความของทุกคน ที่หน่วยตามีน้ำตาเอ่อคลอ เธอรู้สึกซาบซึ้งใจที่คนตระกูลเมิ่งให้การต้อนรับเธอเป็นอย่างดี
[ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ฉันดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวค่ะ] ซูหว่านหนิงพิมพ์ข้อความส่งกลับไป
เย็นวันนี้ซูหว่านหนิงและลู่อี้เฉินได้เดินทางไปที่บ้านใหญ่ตระกูลเมิ่งเพื่อร่วมกินมื้อเย็น หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จเมิ่งจื่อหยวนได้เล่าเรื่องคนตระกูลหลิงและตระกูลหยางให้พี่ชายฟัง
“อี้เฉินจัดการแล้วใช่ไหม” เมิ่งเซียวหันไปถามชายหนุ่มรุ่นลูก
“ผมสั่งให้คนจัดการแล้วครับ” ลู่อี้เฉินตอบ
“ดีมาก ลุงอยากจะรู้นักว่าพวกมันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว กล้ามาหาเรื่องตระกูลเมิ่งของเรา” เมิ่งเซียวหันไปพูดกับซูหว่านหนิง
“ต่อไปมีเรื่องอะไรถ้าจัดการไม่ได้ก็มาหาลุง”
“ค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบ
หลังจากออกจากบ้านเมิ่งลู่อี้เฉินขับรถไปส่งแฟนสาวที่บ้าน ก่อนกลับเขาไม่ลืมถามเธอว่า “พรุ่งนี้คุณไปไหนไหมครับ”
“ฉันจะไปที่ตลาดพานเจียหยวน เพื่อเจอของดีเอาไปมอบให้คุณปู่ของคุณเป็นของขวัญวันเกิดค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบ
“ผมไปด้วยได้ไหมครับ” ลู่อี้เฉินถาม
“ได้สิคะ” ซูหว่านหนิงรีบตอบ
ลู่อี้เฉินยิ้มดีใจไม่รู้ทำไมเขาอยากเจอหน้าของเธอทุกวัน และตอนนี้แม้แต่เวลาพักกลางวันชายหนุ่มก็จะเป็นแขกประจำโรงงานของบริษัทที่ซูหว่านหนิงเป็นเจ้าของ