ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านใหม่
ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านใหม่
เทพเสวี๋ยไป๋มองดูท่าทางโง่งมของซูหว่านหนิง ที่นั่งมองดูหน้าจอโทรศัพท์แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ บางครั้งก็หัวเราะออกมา ท่านเทพทนไม่ไหวต้องยกอุ้งเท้าขึ้นมาตะปบไปที่ศีรษะ
“โอ๊ย” ซูหว่านหนิงยกมือขึ้นมาจับศีรษะของเธอ
“หยุดทำหน้าโง่ ๆ แบบนั้นได้แล้ว ข้าเห็นแล้วรำคาญตา”
“ฉันทำหน้าโง่ ๆ ที่ไหนกัน ฉันกำลังดีใจต่างหาก” ซูหว่านหนิงตอบ
“หน้าแบบที่เจ้าทำนั่นแหละที่เรียกว่าหน้าโง่ ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่าต่อไปจะทำให้เจ้ารวยเป็นร้อยล้านพันล้าน นี่แค่หลักสิบล้านจะมาดีใจทำไมกัน”
“ท่านเทพท่านรู้ไหมเมื่อก่อนฉันได้เงินเดือนละ 4,000 หยวนจ่ายค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ เหลือใช้แค่ 1,000 หยวน ข้าวมื้อนึงอย่างต่ำก็ 15 หยวน วันนึงฉันกินข้าวแค่ 2 มื้อ และยังต้องทำงานพิเศษหาเงินเลี้ยงตัวเอง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้หรอก”
“ตอนนี้ชีวิตเจ้าก็ดีขึ้นแล้วและต่อจากนี้จะดีขึ้นอีกเรื่อย ๆ เจ้าวางแผนจะใช้เงินก้อนนี้ยังไง” ท่านเทพเสวี๋ยไป๋เอ่ยถาม
“ซื้อบ้านค่ะ อย่างน้อยต่อให้เงินหมดฉันก็ยังมีบ้านเป็นที่ซุกหัวนอน” ซูหว่านหนิงตอบ
“ดีมาก เป็นความคิดที่ดีเยี่ยม”
วันต่อมาซูหว่านหนิงโทรศัพท์ไปหานายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง เธอต้องการดูบ้านมือหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก และที่สำคัญต้องอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าเพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย
ซูหว่านหนิงเปิดอีเมลที่ได้รับจากนายหน้าเธอเลื่อนดูแบบบ้านและรายละเอียดของโครงการ บ้านที่เธอพูดถึงนั้นเรียกอีกอย่างว่าคอนโดมิเนียม ส่วนบ้านที่เป็นหลังเธอไม่มีปัญญาเอื้อมถึงเพราะราคาขายของมันสูงมาก
คนทั่วไปต่างเรียกอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดมิเนียมว่าบ้าน และตอนนี้ซูหว่านหนิงกำลังสนใจคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า โครงการนี้เป็นโครงการที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ มีจำนวน 30 ชั้น และมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ส่วนราคาขายนั้นอยู่ที่ ตารางเมตรละ 120,000 หยวน ส่วนขนาดห้องพักเริ่มต้นที่ 60 ตารางเมตร
“ฉันสนใจโครงการนี้ค่ะ พรุ่งนี้จะเข้าไปชมห้องตัวอย่าง” ซูหว่าหนิงส่งอีเมลกลับไป
“นังหนูเลือกบ้านได้แล้วหรือ” ท่านเสวี๋ยไปเอ่ยถาม
“แค่สนใจแต่ต้องไปดูบ้านตัวอย่างก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ ท่านอยากไปกับฉันไหมคะ”
“ไปสิ ข้าอยากออกไปเปิดหูเปิดตาและจะช่วยเจ้าเลือกห้องที่ทำเลดีที่สุด”
วันต่อมาหนึ่งคนหนึ่งแมวนั่งรถไฟใต้ดินเดินทางไปยังเขตไห่เตี้ยนเพื่อชมห้องตัวอย่าง เทพเสวี๋ยไป๋พรางตัวโดยไม่ให้ใครสามารถมองเห็นท่านได้ เหตุผลเนื่องจากการนำสัตว์เลี้ยงเข้าออกสถานีรถไฟใต้ดินไม่สามารถทำได้เพราะผิดกฎหมาย เมื่อไปถึงโครงการที่นัดหมายมีนายหน้าจากทางบริษัทมารอต้อนรับ ซูหว่านหนิงเงยหน้ามองดูตึกสูงตรงหน้า เมื่อเข้าไปภายในมีพนักงานเดินออกมาต้อนรับ
“คอนโดมิเนียมของเราเป็นโครงการระดับพรีเมียม มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และมีห้องฟิตเนสสำหรับออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีห้องโยคะ และพื้นที่สีเขียวไว้สำหรับพักผ่อน”
ซูหว่านหนิงรับเอกสารจากทางพนักงานมาอ่านรายละเอียด ห้องพักเริ่มต้นที่ 60 ตร.ม. ราคาขายอยู่ที่ 7,200,000 หยวน ราคานี้เป็นห้องเปล่าไม่มีการตกแต่งใด ๆ ทั้งสิ้น
“ห้องขนาด 60 ตร.ม. มีกี่ห้องนอนคะ” ซูหว่านหนิงถาม
“มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง 1 ห้องครัว และระเบียงด้านหลังค่ะ ห้องขนาด 60 ตร.ม. จะอยู่ที่ ชั้น 1 – 7” พนักงานขายตอบ
“นังหนูถามดูสิว่าชั้น 28 เป็นห้องขนาดเท่าไหร่” เสียงของท่านเทพเสวี๋ยไป๋ดังขึ้น คนนอกจะได้ยินแค่เสียงแมวร้องแต่ไม่ได้ยินเสียงพูดเหมือนกับซูหว่านหนิง
“สอบถามได้ไหมคะ ชั้น 28 เป็นห้องชุดขนาดกี่ตารางเมตร”
พนักงานขายเปิดเอกสารก่อนจะอ่านรายละเอียดให้ซูหว่านหนิงฟัง
“ห้องชุดตั้งแต่ชั้น 26 – 30 จะเป็นห้องชุดระดับพรีเมียม ขนาดของห้องอยู่ที่ 140 ตร.ม. ค่ะ” พนักงานขายตอบ
สมองของซูหว่านหนิงกำลังคิดคำนวณราคาห้องพัก ซึ่งจะอยู่ที่ 16,800,000 หยวน ถ้าหากท่านเทพเสวี๋ยไปชื่นชอบห้องพักชั้นนี้จริง ๆ ซูหว่านหนิงก็ยินดีที่จะควักเงินก้อนโตจ่าย
“ขอดูแบบห้องได้ไหมคะ” ซูหว่านหนิงถาม
“ได้ค่ะ” พนักงานขายตอบ ก่อนจะเดินพาไปชมห้องตัวอย่าง
ห้องพักขนาด 140 ตร.ม. จะมีทั้งแบบ 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซูหว่านหนิงปรึกษากับท่านเทพเสวี๋ยไป๋ทั้งสองตกลงที่จะเลือกห้องชุดขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และมีห้องโถงที่กว้างขวาง
“คุณลูกค้าสนใจแปลนห้องไหนดีคะ ตอนนี้ทางเราเหลือว่างแค่ 4 ห้องนี้เท่านั้นค่ะ” พนักงานขายยื่นแบบแปลนของชั้น 28 มาให้ดู
ซูหว่านหนิงชี้ไปที่ห้องพักตามที่ท่านเทพเสวี๋ยไป๋บอกมา ท่านบอกว่าห้องพักนี้เปรียบเสมือนประตูสู่โชคลาภ ถ้าใครได้พักอาศัยในห้องนี้จะมีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือ
“คุณลูกค้านำเอกสารทางการเงินมาด้วยไหมคะ ทางเราจะพิจารณาหลักฐานและจะติดต่อธนาคารที่จะยื่นกู้ให้ค่ะ” พนักงานขายสอบถาม
“ฉันซื้อเงินสดค่ะ” ซูหว่านหนิงตอบ
พนักงานขายของโครงการกับนายหน้าบริษัทซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มองหน้ากัน ตอนแรกเมื่อพวกเขาเห็นการแต่งตัวของซูหว่านหนิงทั้งสองก็แทบจะถอดใจเพราะไม่คิดว่าซูหว่านหนิงจะสามารถกู้ซื้อบ้านผ่าน แต่ด้วยจรรยาบรรณของพนักงานขายที่ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ในฐานะไหนพวกเขาก็ยินดีและเต็มใจที่จะให้บริการ
ทางด้านพนักงานเมื่อรู้ว่าซูหว่านหนิงต้องการซื้อห้องชุดด้วยเงินสดก็รีบโทรศัพท์ให้ผู้จัดการเอาเอกสารต่าง ๆ มาให้ซูหว่านหนิงเซ็น
ซูหว่านหนิงอ่านเอกสารายละเอียดการเช่าซื้อห้องชุดที่ทางผู้จัดการนำมา เธออ่านทุกบรรทัดอ่านเสร็จก็เซ็นชื่อลงไปในเอกสารซื้อขาย ก่อนจะโอนเงินจำนวน 16,800,000 หยวน ให้กับทางโครงการ
“ทางเราขอดำเนินเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ อีกสองวันคุณลูกค้าเข้ามารับทะเบียนบ้านและเอกสารได้เลยค่ะ” พนักงานเดินออกไปส่งซูหว่านหนิงที่ด้านหน้าโครงการ
“ขอบคุณมากนะคะ” ซูหว่านหนิงเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะเดินทางกลับที่พัก
“นังหนู ไม่คิดที่จะซื้อรถบ้างหรือ” ท่านเทพเสวี๋ยไป๋ถามในตอนที่นั่งอยู่บนรถไฟฟ้า ความแออัดทำให้ท่านรู้สึกอึดอัดรำคาญใจ
ซูหว่านหนิงก้มลงกระซิบที่ข้างหูก่อนจะตอบว่า “เอาไว้กลับถึงบ้านเราค่อยคุยเรื่องนี้กันค่ะ”
เมื่อกลับถึงบ้านซูหว่านหนิงวางเทพเจ้าแมวเหมียวลงกับพื้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูยอดเงินที่คงเหลือ ได้รับเงินจากการตระกูลซู 500,000 หยวน เงินเก็บและเงินชดเชย 42,000 หยวน ได้เงินจากการขายของเก่า 25,030,000 หยวน จ่ายค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์จำนวนหกเดือนและหักค่าซื้อคอนโดมิเนียม ตอนนี้เหลือเงินอยู่แปดล้านกว่าหยวน ซึ่งยังต้องจ่ายเงินค่าตกแต่งห้องชุดซึ่งราคาไม่ต่ำกว่าหลักแสนหยวน
“รอให้ตกแต่งห้องชุดให้เสร็จก่อน ฉันจะดูว่าเหลือเงินเท่าไหร่ จากนั้นค่อยวางแผนที่จะซื้อรถยนต์” ซูหว่านหนิงบอกท่านเทพ ส่วนรถยนต์ที่เธอจะซื้อนั้นคงจะเป็นรถไฟฟ้าคันเล็ก ๆ ราคาไม่แพงมากนัก
วันต่อมาซูหว่านหนิงโทรศัพท์ไปติดต่อบริษัทตกแต่งภายใน เธอเข้าไปคุยรายละเอียดและเลือกที่จะตกแต่งแบบจีนโมเดิร์น โดยการตกแต่งผสมผสานแบบร่วมสมัย ราคาตกแต่งอยู่ที่ 4,500 หยวนต่อตารางเมตร ซึ่งของทุกอย่างที่นำมาตกแต่งล้วนแต่เป็นของระดับพรีเมียม
ซูหว่านหนิงมองดูเงินที่ลดลงอีก 630,000 หยวน ตอนนี้เหลือเงินเพียงแปดล้านหยวน และวันต่อมาซูหว่านหนิงไปรับเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์และทะเบียนบ้านใหม่ที่มีชื่อของเธอเป็นเจ้าบ้าน
“ในที่สุดฉันก็มีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว” ซูหว่านหนิงเก็บทะเบียนบ้านใส่ในกระเป๋าก่อนจะเดินทางกลับอพาร์ทเม้นท์
“ดีใจด้วยนะสำหรับบ้านหลังแรก” ท่านเทพเสวี๋ยไป๋มองทะเบียนบ้านในมือของหญิงสาว
“ฉันต้องขอบคุณท่านมากค่ะ ที่ทำให้ฉันมีวันนี้” ซูหว่านหนิงลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะนั่งคุกเข่าแล้วโขกศีรษะ
“นังหนูเจ้าอย่าทำเช่นนี้เลย พวกเราเรียกว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน”
“แต่ถึงอย่างนั้นถ้าไม่มีท่านชีวิตของฉันก็คงจะมืดมนไม่ได้พบกับแสงสว่าง”
“เจ้าลุกขึ้นเถอะ”
ซูหว่านหนิงลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งปลายสายเป็นเบอร์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีให้เธอ
“ฉันสบายดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่เป็นห่วง” ซูหว่านหนิงตอบกลับไป หลังจากต้นทางโทรมาสอบถามอาการบาดเจ็บ
“เอ่อ แล้วเรื่องครอบครัวของคุณ พวกเขาได้มาเยี่ยมบ้างไหมครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถาม
“ฉันกับพวกเขาตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้วค่ะ เขาคงเห็นว่าฉันกลายเป็นคนตาบอดเลยเลือกเส้นทางนั้น” ซูหว่านหนิงตอบ
“ผมเสียใจด้วยนะครับ คุณอยากได้คลิปเสียงที่ผมบันทึกเสียงไหมครับ เผื่อวันข้างหน้าคุณอาจจำเป็นต้องใช้” เจ้าหน้าที่ตำรวจถาม
“ฉันอยากได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยบันทึกเสียงเก็บไว้ให้” ซูหว่านหนิงเอ่ยขอบคุณ
ซูหว่านหนิงเปิดฟังคลิปเสียงที่บันทึกเสียงพ่อของเธอเอาไว้ในตอนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์ไปแจ้งเรื่องอุบัติเหตุ
“ฉันจะเก็บคลิปเสียงนี้เอาไว้ เผื่อวันข้างหน้าพวกเขามาทวงบุญคุณ ฉันจะได้มีหลักฐานในการสู้คดี”