บทที่ 4 หางานทำได้แล้ว 1
บทที่ 4 หางานทำได้แล้ว 1
ครั้นจัดการเรื่องในบ้านแล้วเสร็จ ซูเจียซินก็เข้าไปในตำบลเพื่อหางานทำ ในเมื่อตัดสินใจที่จะไม่สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว หญิงสาวก็คิดจะไปหางานทำแทน
ซูเจียซินตรงไปที่ร้านบะหมี่ร้านหนึ่ง เพราะชีวิตก่อนเธอก็เคยมาทำงานที่ร้านบะหมี่นี้ เถ้าแก่เป็นคนใจดีมาก ในตอนนั้นเมื่อพลาดจากการสอบแล้ว เธอก็ไม่ได้ละความพยายาม คิดจะหาเงินเพื่อให้ตัวเองได้ไปสอบในปีหน้า และหวังจะเก็บเงินไว้สำหรับให้ตัวเองได้เรียนต่อ เธอได้เริ่มทำงานที่ร้านบะหมี่แห่งนี้เป็นที่แรก
สองสามีภรรยาเจ้าของร้านใจดีมาก ซูเจียซินเลือกที่จะมาสมัครงานที่ร้านบะหมี่นี้อีกครั้ง เธอต้องหาเงินให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้แม่ของเธอสบายใจและไม่กังวลใจอีก
“เถ้าแก่มีงานให้ฉันทำไหมคะ ล้างจาน เช็ดโต๊ะอะไรก็ได้ค่ะ”
ซูเจียซินเห็นว่าเถ้าแก่ว่างแล้ว เธอก็ได้ไปสอบถามกับเขา และก็พอดีว่าวันนี้ภรรยาของเถ้าแก่รู้สึกไม่สบายปวดเนื้อปวดตัว เขาก็อยากหาคนมาช่วยล้างถ้วยชามอยู่เหมือนกัน แต่หญิงสาวตรงหน้าก็ตัวผอมบางเหลือเกิน เขาไม่รู้ว่าเธอจะทำงานหนักได้หรือไม่
“งานล้างถ้วยชามนะทำได้หรือเปล่า” เถ้าแก่ถาม เพราะถ้วยชามค่อนข้างมาก งานนี้ถือว่าเป็นงานหนักไม่น้อย
“ทำได้ค่ะ” ซูเจียซินรีบตอบออกไป
“ถ้าอย่างนั้นก็มาลองทำดูก่อน” เถ้าแก่บอกกับซูเจียซิน ได้ยินแบบนั้นหญิงสาวก็พยักหน้า และก็เริ่มทำงานทันที
ในชีวิตก่อนซูเจียซินเคยทำงานที่นี่ และเธอก็เคยเปิดร้านขายบะหมี่ จึงรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง หญิงสาวล้างถ้วยชามเสร็จก็มาช่วยทำงานในร้านด้วย เธอมาช่วยยกถ้วยบะหมี่ไปให้ลูกค้า แล้วก็เก็บถ้วยที่ลูกค้ากินเสร็จไปล้าง
หญิงสาวทำงานจนถึงช่วงบ่าย หลังช่วยเก็บร้านจนแล้วเสร็จ เธอก็ได้รับเงินค่าแรงมาสองหยวน
“นี่ค่าแรงของเธอ” เถ้าแก่เนี้ยเป็นคนจ่ายค่าแรงให้กับซูเจียซิน
“ขอบคุณค่ะเถ้าแก่เนี้ย”
ซูเจียซินเอ่ยกับภรรยาของเถ้าแก่ร้านบะหมี่ ซึ่งค่าแรงนี้หากทำงานครบเดือน ก็ถือว่ามากกว่าคนที่ทำงานในโรงงานเสียอีก
“พรุ่งนี้ก็อย่าลืมมาแต่เช้าล่ะ”
อีกฝ่ายกำชับอีกครั้ง เพราะซูเจียซินทำงานคล่องและไม่อู้งาน ล้างถ้วยชามเสร็จก็มาช่วยงานในร้านต่อ ต้วนเพ่ยฉินชอบคนขยัน เธอจึงยินดีที่จะจ่ายค่าแรงให้ซูเจียซินที่สองหยวนต่อวัน
“ได้ค่ะ ฉันจะรีบมาค่ะ” ซูเจียซินบอกด้วยความดีใจที่เธอหางานทำได้แล้ว
ออกมาจากร้านบะหมี่ซูเจียซินก็รีบกลับไปที่บ้าน โชคดีว่าหมู่บ้านหงจวินอยู่ไม่ห่างจากตำบลมากนัก เธอนั่งเกวียนเทียมวัวกลับไปราวครึ่งชั่วโมงก็มาถึงบ้านแล้ว
“กลับมาแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง” ซูฟางเฟยถามกับลูกสาว เพราะซูเจียซินบอกว่าจะไปหางานทำ แล้วก็หายไปเกือบทั้งวัน เธอจึงนึกเป็นห่วงลูกสาว
ซูเจียซินเดินไปหาคนเป็นแม่แล้วก็หยิบเอาเงินสองหยวนออกมาให้กับแม่ของเธอ
“นี่เป็นเงินค่าแรงที่ฉันไปทำงานร้านบะหมี่มาค่ะ แม่เก็บเอาไว้นะคะ พรุ่งนี้เถ้าแก่เนี้ยให้ฉันไปทำงานอีก ตอนนี้ฉันได้งานทำแล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
ซูเจียซินบอกกับแม่ของเธอ เงินสองหยวนนี้ไม่นับว่ามาก แต่ถ้าเก็บรวบรวมได้ทั้งเดือนก็ไม่น้อย
“ลูกเก็บเอาไว้เถอะ นี่เป็นเงินที่ลูกหามาได้ ส่วนแม่ก็ยังมีเงินที่เหลือจากการซ่อมแซมบ้านอยู่อีกยี่สิบหยวน แค่นี้ก็พอใช้แล้ว”
ซูฟางเฟยบอกกับลูกสาว แม้จะมีเงินในมือไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าตอนอยู่ที่บ้านตระกูลซ่ง เพราะที่นั่นเธอไม่เคยได้จับเงินเลย และซูฟางเฟยเริ่มรู้สึกว่าชีวิตของเธอตอนนี้สุขสงบที่สุดแล้ว ดีแล้วที่เธอตัดสินใจตัดขาดกับตระกูลซ่ง ครั้นรู้ว่าซูเจียซินหางานทำได้แล้ว เธอก็เบาใจมากขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเก็บเงินนี้ไว้ก่อนนะคะ ถ้าที่บ้านขาดอะไรแม่ก็บอกกับฉันได้ ฉันทำงานที่ตำบลสามารถซื้อของกลับมาให้แม่ได้”
ซูเจียซินบอกแล้วก็เก็บเงินไว้กับตัวก่อน เพราะคิดว่าเธอเข้าไปในตำบลทุกวัน ถ้าแม่ของเธอต้องการอะไรก็สามารถซื้อหามาให้ได้
“เอาอย่างนั้นก็ได้” ซูฟางเฟยเห็นว่าทำแบบที่ลูกสาวบอกก็ดี
“นี่แม่ทำอะไรอยู่คะ” ซูเจียซินเห็นแม่ของเธอกำลังปะชุนเสื้อผ้าอยู่ แต่ไม่ใช่เสื้อผ้าของเธอกับแม่
“ป้าฉีเซี่ยเห็นว่าแม่ว่างอยู่ จึงเอาเสื้อผ้าของที่บ้านมาให้แม่ช่วยปะชุน แม่อยู่ว่าง ๆ จึงรับปากปะชุนเสื้อผ้าให้เธอน่ะ”
ซูฟางเฟยบอกกับลูกสาว ซุนฉีเซี่ยเป็นสหายของเธอ อีกฝ่ายคงไม่อยากให้เธอคิดมาก จึงได้หางานปะชุนเสื้อผ้ามาให้เธอทำ แต่ไม่ได้ทำเปล่ามีเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ด้วย ซูฟางเฟยเห็นว่าตัวเองว่างอยู่จึงรับงานปะชุนผ้ามาทำ
ซูเจียซินรู้ว่าแม่ของเธอมีความสามารถด้านนี้ งานปักผ้าแม่ของเธอก็ทำได้ดี เพราะยายเป็นคนสอน
“ทำแก้เบื่อก็พอนะคะ ทำมากไปจะปวดเมื่อยตัวเอาได้ เรื่องหาเงินปล่อยให้ฉันจัดการเองค่ะ แม่ไม่ต้องคิดมาก แม่แค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอ” ซูเจียซินบอกกับแม่ของเธอ
ซูฟางเฟยได้ยินแบบก็ทั้งปลื้มใจและดีใจที่ลูกสาวกตัญญู
“คำพูดนี้แม่ควรพูดกับลูกหรือเปล่า ทำไมลูกถึงเอามาพูดกับแม่ล่ะ” ซูฟางเฟยว่า ก่อนจะลูบที่ผมของลูกสาวเบา ๆ “แม่ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ลูกไม่ต้องเป็นห่วง”
“ได้ยินแบบนี้ฉันก็สบายใจค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราสองคนแม่ลูก จากนี้มาใช้ชีวิตให้มีความสุขกันเถอะนะคะ” ซูเจียซินบอก
“ได้” ผู้เป็นแม่รับปากก่อนจะยิ้มออกมา