บทที่ 5 พบเจอผู้มีพระคุณ 1
บทที่ 5 พบเจอผู้มีพระคุณ 1
เมื่อชีวิตดีขึ้นซูเจียซินก็วาดฝันถึงอนาคตที่สดใส การค้าขายที่มัดผมของเธอยังไม่ได้เริ่ม ต้องรอให้ทำที่มัดผมได้มากกว่านี้ก่อน เธอถึงจะเอามาขาย
เพราะมัวแค่คิดหาเงินเลี้ยงดูตัวเองกับแม่ ซูเจียซินจึงไม่ได้มีเวลาไปคิดถึงตระกูลซ่งอีก ทำให้ไม่รู้ว่าตอนนี้ที่หมู่บ้านเข่อซิง มีคนกำลังพูดถึงเรื่องของเธออย่างสนุกปาก
เรื่องนินทาว่าร้ายนั้นก็ไม่พ้นซูเจียซินเป็นคนอกตัญญู และยังถูกถอนหมั้นอีกเพราะเหตุการณ์ที่เธอตกน้ำ แล้วมีชายหนุ่มไปอุ้มเธอขึ้นมาจากน้ำ เหตุการณ์แนบชิดถึงตัวนี้ ทำให้บ้านของฝ่ายชายรับไม่ได้ จึงได้ถอนหมั้นไป ซึ่งเรื่องคู่หมั้นนี้ไม่เป็นความจริง และซูเจียซินไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอนั้นมีคู่หมั้น
วันนี้มีทหารสามนายมากินบะหมี่ที่ร้านที่ซูเจียซินทำงานอยู่ หนึ่งในนั้นคือคนที่ซูเจียซินรู้จัก เพราะเขาคือเฉินอวี่ซวนคนในหมู่บ้านเข่อซิง คนที่จะช่วยมาเป็นพยานให้เธอ ในเหตุการณ์ที่ซ่งเจียหนิงผลักเธอตกน้ำ
ซูเจียซินไม่ได้เข้าไปทักทายนายทหารทั้งสาม เธอยังคงทำหน้าที่ของเธอ ทว่าในตอนนั้นก็มีคนเข้ามาทักทายหญิงสาว
“ซ่งเจียซิน ไม่คิดว่าเธอจะมาทำงานที่ร้านนี้” หญิงสาวคนหนึ่งในหมู่บ้านเข่อซิงเอ่ยทักซูเจียซิน หลังเข้ามานั่งกินบะหมี่ในร้าน
“อืม” ซูเจียซินไม่ได้สนิทกับผู้หญิงคนนี้ แต่ก็ไม่เคยมีปัญหากัน จึงตอบกลับไปสั้น ๆ
“เธอคงไม่กลับไปที่หมู่บ้านเข่อซิงอีกแล้วใช่ไหม” อีกฝ่ายถาม
“ไม่แล้วล่ะ” ซูเจียซินตอบกลับไป และเธอก็เห็นว่าอีกฝ่ายคล้ายมีเรื่องอยากจะพูด แต่ซูเจียซินก็ไม่ได้ถาม เพราะไม่อยากรู้เรื่องทางนั้นอีกแล้ว
“เช่นนั้นก็ดีแล้วล่ะ”
หญิงสาวคนนั้นว่าก่อนจะถอนหายใจออกมา เดิมเธอก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แต่เห็นว่าสองแม่ลูกน่าสงสาร จึงได้บอกเรื่องที่บ้านตระกูลซ่งออกมาป่าวประกาศให้ร้ายซูเจียซิน
“คนตระกูลซ่งออกมาป่าวประกาศว่าเพราะเธอตกน้ำคราวนั้น ทำให้ถูกชายอื่นแตะต้องตัว ทางบ้านคู่หมั้นของเธอรับไม่ได้ จึงมาบอกถอนหมั้น ครั้นถูกถอนหมั้นเธอก็อับอาย จนอยู่ที่หมู่บ้านเข่อซิงต่อไปไม่ได้ จึงได้ย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิมของตระกูลซู”
ซูเจียซินไม่คิดว่าคนตระกูลซ่งจะหน้าด้านกุเรื่องไม่จริงมาให้ร้ายเธอ แต่กลับไม่พูดถึงเรื่องที่ซ่งเจียหนิงทำ ทว่าพอคิดอีกทีนั่นก็เป็นนิสัยของคนพวกนั้นอยู่แล้ว
“ฉันก็เพิ่งรู้จากเธอนี่แหละว่าตัวเองมีคู่หมั้น แต่ก็ช่างเถอะ ฉันกับแม่พ้นมาจากบ้านนั้นได้แล้ว พวกเราไม่เกี่ยวข้องกับคนตระกูลซ่งอีก” ซูเจียซินว่า
หญิงสาวได้ยินซูเจียซินพูดแบบนั้นก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่าเรื่องที่ซูเจียซินตกน้ำก็เป็นเรื่องจริง และก็ถูกนายทหารคนหนึ่งช่วยขึ้นมาจากน้ำ ก็เป็นเรื่องจริงอีกเช่นกัน เพราะเรื่องนี้รู้กันทั่ว และซูเจียซินก็ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนเรื่องคู่หมั้นจะมีหรือไม่มีจริงก็ไม่สำคัญแล้ว อย่างไรชื่อเสียงของซูเจียซินก็เสียหายไปแล้ว
ซูเจียซินไม่ได้พูดอะไรอีก เมื่อเถ้าแก่เรียกให้เธอไปยกถ้วยบะหมี่ไปให้กับลูกค้า หญิงสาวก็ปลีกตัวออกไป
สิ่งที่หญิงสาวทั้งสองคนพูดคุยกัน ทำให้นายทหารทั้งสามที่นั่งอยู่ในร้านบะหมี่ได้ยินไปด้วย ครั้นซูเจียซินยกถ้วยบะหมี่มาให้ที่โต๊ะของพวกเขา เฉินอวี่ซวนจึงได้เอ่ยถามกับซูเจียซินไป
“เธอหายดีแล้วเหรอ”
“หายดีแล้วค่ะ” ซูเจียซินตอบกลับไป
เฉินอวี่ซวนอยากจะพูดเรื่องข่าวลือของซูเจียซิน เพราะเขาก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ให้พูดในร้านตอนนี้ก็คงไม่เหมาะ
เซี่ยอี้เฉินเป็นคนช่วยชีวิตซูเจียซิน วันนี้เขาก็นั่งอยู่ที่นี่ด้วย ชายหนุ่มไม่เคยรู้มาก่อนว่าการที่เขาช่วยชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง กลับกลายเป็นการทำร้ายเธอไปได้
ในวันนั้นพวกเขาไปที่บ้านของเฉินอวี่ซวน แล้วก็พากันขึ้นเขาไปล่าสัตว์ป่า และตอนที่กลับลงจากเขามาก็เจอเหตุการณ์ที่ซูเจียซินตกน้ำ แต่หญิงสาวหมดสติไปแล้ว และเธอกำลังจะจมน้ำ เซี่ยอี้เฉินจำต้องยื่นมือเข้าไปช่วย ทว่าการช่วยเหลือของเขากลับเป็นการทำร้ายเธอไปได้ คำพูดไร้ความรับผิดชอบเช่นนั้นยังกล้านำมาพูดนินทากันได้
เซี่ยอี้เฉินจ้องมองซูเจียซิน ส่วนหญิงสาวเมื่อถูกจ้องมองก็สบตาอีกฝ่ายกลับไป โดยไม่ได้รู้สึกเขินอาย เพียงแค่สงสัยและรู้สึกว่าคล้ายเขามีเรื่องอยากจะพูดกับเธอ
“เขาคือคนที่ช่วยเธอไว้วันนั้น”
เฉินอวี่ซวนบอกเมื่อเห็นซูเจียซินทำหน้างุนงง วันนั้นหลังจากที่พาเธอไปส่งโรงพยาบาลแล้ว สหายของเขาก็ไปทำธุระต่อ ซูเจียซินจึงไม่ได้เจอคนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้
เมื่อรู้แบบนั้นแล้ว ซูเจียซินก็โค้งตัวเอ่ยขอบคุณกับเซี่ยอี้เฉินไป
“เรื่องวันนั้นต้องขอบคุณสหายมากนะคะ ถ้าไม่ได้สหายช่วยไว้ฉันคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว”
“ดูเหมือนว่าฉันจะทำให้เธอลำบากไม่น้อย” เซี่ยอี้เฉินบอกกับหญิงสาวตรงหน้า และซูเจียซินก็รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องนินทาของเธอแล้ว
“คนมีปากก็พูดไปเรื่อยค่ะ ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอกค่ะ สำหรับฉันรอดชีวิตมาได้ก็ดีแล้วค่ะ”
ซูเจียซินรู้ว่าจะไปห้ามความคิดและห้ามปากของคนไม่ได้ สำหรับเธอแค่ได้กลับมาเจอแม่อีกครั้ง เป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว
“ครั้งนี้ถือว่าฉันติดหนี้บุญคุณสหาย หากมีอะไรที่ฉันพอทำให้ได้ สหายบอกได้เลยนะคะ” ซูเจียซินว่า
เซี่ยอี้เฉินได้ยินแบบนั้นก็จ้องมองซูเจียซินอีกครั้ง เขาไม่เห็นสายตาเจ้าเล่ห์หรือคิดหาผลประโยชน์จากเธอ เห็นเพียงแต่ความจริงใจที่อยากจะตอบแทนบุญคุณเขาเท่านั้น
“ไม่ต้องหรอก ฉันก็มีส่วนทำให้เธอลำบากเหมือนกัน จากนี้ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีก็พอ”
เซี่ยอี้เฉินไม่เห็นถึงความกังวลใจของหญิงสาวตรงหน้า และซูเจียซินก็เหมือนจะไม่ได้สนใจเรื่องนินทาพวกนั้น เห็นแบบนี้เขาก็เบาใจว่าเธอจะยังใช้ชีวิตของตัวเองต่อไปได้ เท่านี้ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาตอบแทนอะไรเขา
“เรื่องข่าวลือพวกนั้นฉันไม่สนใจหรอกค่ะ ส่วนที่ช่วยชีวิตไว้ ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณค่ะ”
ซูเจียซินบอก และเซี่ยอี้เฉินไม่อยากพูดอะไรมากอีก เขาจึงพยักหน้าตอบรับไป เมื่อชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรแล้ว ซูเจียซินก็ไปทำงานของเธอต่อ