LNCrawler

บทที่ 5 พบเจอผู้มีพระคุณ 3

ชีวิตใหม่นี้ไม่เหมือนเดิมอีก — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 5 พบเจอผู้มีพระคุณ 3

ตอนเย็นซูเจียซินกลับมาถึงบ้าน ก็ไปรบกวนพี่ชายทั้งสองของเธอ ให้ไปช่วยขนไหที่สถานีรับซื้อของเก่าในวันพรุ่งนี้

“คงต้องช่วยกันเข็นรถเข็นไปคนละคันค่ะ พวกพี่ว่างตอนไหนก็ไปเข็นไหกลับมาก่อน ส่วนที่เหลือตอนเย็นฉันจะไปเข็นกลับมาเองค่ะ” ซูเจียซินบอกกับพี่ชายทั้งสองคน

“ได้ ไม่มีปัญหาหรอก เดี๋ยวลุงกับพี่ ๆ จะไปช่วยขนมาให้เอง เธอไม่ต้องไปที่นั่นอีก ยังไงช่วงนี้พวกเราก็ว่างกันอยู่แล้ว”

ซูสือเหล่ยบอกกับหลานสาว ข้าวสาลีเพิ่งเก็บเกี่ยวไป ช่วงนี้ก็ถือว่าว่าง ก่อนหน้านั้นซูฟางเฟยก็ไปช่วยพี่ชายเกี่ยวข้าวในแปลงนามา พวกเขาจะไปช่วยหลานสาวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องลำบาก สองครอบครัวต่างก็พึ่งพาอาศัยกัน

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณค่ะ มีทั้งหมดยี่สิบห้าไห ฉันเอาแอบไว้ข้างป้อมยาม จะถามผู้ดูแลสถานีก่อนก็ได้ค่ะ” ซูเจียซินบอก

“อืม ไม่ต้องเป็นห่วง” ซูสือเหล่ยว่า

เมื่อพูดคุยตกลงกันแล้ว ซูเจียซินก็เดินกลับบ้านของเธอไป

“ลูกจะดองผักเหรอ” ซูฟางเฟยถามกับลูกสาว หลังได้ยินลูกสาวเล่าให้ฟังว่าเธอไปซื้อไหที่สถานีรับซื้อของเก่ามา

“ค่ะ ฉันจำได้ว่าผักดองฝีมือแม่อร่อยมาก ฉันอยากจะลองทำไปขายดูค่ะ” ซูเจียซินบอกกับผู้เป็นแม่ ผักดองสูตรของแม่เธออร่อยกว่าใคร ซูเจียซินมั่นใจว่าจะขายได้

“ถ้าอย่างนั้นก็ลองดู แม่เห็นป้าสะใภ้ปลูกผักไว้เยอะ แม่จะไปดูผักที่บ้านป้าสะใภ้สักหน่อย”

ซูฟางเฟยบอก ในเมื่อการค้าขายที่มัดผมไม่ดีดังเดิมแล้ว จะลองเปลี่ยนมาขายผักดองบ้างก็เป็นความคิดที่ดี แม้บ้านไหนก็ดองผักกินกันเอง ทว่าในตำบลก็ยังมีคนที่ไม่ได้ปลูกผักไว้ดองกินเองอยู่

“ถ้าที่บ้านป้าสะใภ้มีผักไม่มาก แม่ก็ลองถามบ้านอื่น ๆ ดูนะคะ ว่ามีใครอยากจะขายผักที่ปลูกบ้าง แต่ถ้าไม่มีเลยก็ไม่เป็นไรค่ะ ดองเท่าที่มีไปก่อน ไหที่ไม่ได้ใช้ก็เก็บเอาไว้ แล้วเราก็มาปลูกผักกันเอง ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไรค่ะ ก่อนหน้านี้เราก็หาเงินเก็บไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว”

เงินจากการขายที่มัดผมและกระเป๋ายังพอมีอยู่ เงินที่แม่ของเธอเก็บไว้ก็ยังมี ส่วนตัวเธอก็ยังทำงานอยู่ เรื่องผักดองจึงไม่ได้เร่งรีบ

ชีวิตใหม่นี้ซูเจียซินรู้สึกได้ว่าทุกอย่างดูราบรื่นกว่าในชีวิตก่อนของเธอ หญิงสาวจึงแอบหวังว่าสวรรค์จะเมตตาเธอกับแม่ ขอแค่ให้ชีวิตราบรื่นและพบเจอแต่โชคดี

“ได้จ้ะ แม่จะไปถามให้”

ซูฟางเฟยค่อนข้างที่จะฟังคำของลูกสาว เพราะเธอรู้สึกว่าความคิดความอ่านของซูเจียซินนั้นดีมาก และก็ยังพออุ่นใจที่มีเงินจากการขายที่มัดผมกับกระเป๋าตุนไว้บ้าง ก่อนหน้านั้นซูเจียซินก็เคยบอกกับเธอว่าที่มัดผมต่อไปอาจจะขายได้ไม่ดีนัก เมื่อเราขายดีคนอื่นก็ต้องอยากขายบ้าง สินค้าไม่ได้ทำยากย่อมมีคนทำตาม ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

มาตอนนี้ก็จำต้องมองหาสินค้าอื่นที่จะนำไปขาย ซึ่งผักดองนี้เธอเชื่อว่าตัวเองจะทำได้ดี เธอมีสูตรของผู้เป็นแม่ที่สืบทอดกันมา ใครต่างก็บอกว่าผักดองของเธออร่อย เมื่อได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดซูฟางเฟยก็มีความมั่นใจขึ้น

 

วันต่อมาสามพ่อลูกตระกูลซู ก็ไปช่วยเอาไหที่ซูเจียซินซื้อไว้กลับมาให้ ไหใบเล็กใบใหญ่ต้องใช้รถเข็นสามคัน ถึงจะขนมาหมด

เมื่อพี่ชายช่วยขนไหมาให้ที่บ้าน ซูฟางเฟยก็เอ่ยขอบคุณไป ส่วนเรื่องล้างไหเธอจะทำเอง ซูสือเหล่ยจึงไม่ได้ว่าอะไรอีก แล้วสามพ่อลูกก็กลับบ้านของตัวเองไป

ตอนเย็นซูเจียซินกลับมาที่บ้าน ก็เห็นแม่ของเธอกำลังล้างไหอยู่

“เดี๋ยวฉันมาช่วยค่ะ” ซูเจียซินบอก ก่อนจะเอาของไปเก็บไว้ในบ้าน แล้วก็ไปตักน้ำมาเพิ่ม จากนั้นก็มาช่วยแม่ของเธอล้างไห

“วันนี้แม่ไปถามซื้อผักมาแล้ว รอให้ล้างไหเสร็จก่อน พวกเขาจะเอาผักมาส่งให้ที่บ้าน” ซูฟางเฟยว่า

ซูเจียซินเห็นว่าแม่ยอมออกจากบ้านไปพบเจอผู้อื่นบ้างเธอก็ดีใจ เธอไม่เร่งรีบให้แม่ค่อย ๆ ปรับตัวไป บางครั้งเพื่อการดิ้นรนเอาชีวิตรอด ก็ทำให้คนเรายอมเปลี่ยนตัวเอง และไม่กลัวคำนินทาอีก

“ได้แบบนั้นก็ดีเลยค่ะ แม่ทำเท่าที่ทำไหวนะคะ งานหนักก็รอฉันกลับมาทำตอนเย็น” ซูเจียซินบอกกับแม่ของเธอ

“ไม่เหนื่อยหรอก ตอนนี้แม่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายอยู่แล้ว ก่อนหน้านั้นทำงานหนักกว่านี้อีก เท่านี้สบายมาก” ซูฟางเฟยบอกด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งและสบายใจ ชีวิตของเธอตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว

ซูเจียซินได้ยินแม่พูดแบบนั้น เธอก็พลอยรู้สึกสบายใจไปด้วย

“ชีวิตของเราสองคนต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่ค่ะ” ซูเจียซินยิ้มให้กับอนาคตข้างหน้าของเธอ ซึ่งจะต้องดีขึ้นกว่าเดิม

“ลูกล้างไหไปก่อนแม่จะไปทำกับข้าว” เมื่อเห็นว่าเย็นแล้ว ซูฟางเฟยจึงจะไปทำกับข้าว

“ค่ะ”

ซูเจียซินตอบรับ เธอล้างไหต่ออีกไม่นานก็เก็บบริเวณนั้นให้เรียบร้อย ไหที่ยังล้างไม่เสร็จก็เอาไว้ก่อน จากนั้นก็ไปตักน้ำมาให้แม่ของเธอใช้ ตักน้ำเต็มโอ่งแล้วก็พอดีกับที่แม่ของเธอทำกับข้าวเสร็จ

“ล้างมือแล้วก็มากินข้าวก่อน” ซูฟางเฟยชะโงกหน้าไปบอกลูกสาว

“ค่ะ”

หญิงสาวล้างมือแล้วก็ไปนั่งกินข้าวกับแม่ของเธอ กับข้าวไม่ได้มีอะไรมาก แต่ก็ทำให้สองแม่ลูกกินข้าวอย่างมีความสุข เพราะได้กินข้าวเต็มอิ่ม ไม่ต้องอดอยากอีก

หลังกินข้าวอิ่มแล้ว ซูฟางเฟยก็ได้บอกรายการของที่จะให้ซูเจียซินซื้อกลับมาในวันพรุ่งนี้ ส่วนซูฟางเฟยก็จะล้างตากผักไว้รอ เมื่อได้ของครบวันมะรืนก็น่าจะเริ่มดองผักได้แล้ว

หลังพูดคุยกันสักพักสองแม่ลูกก็แยกย้ายกันเข้านอน เพราะพรุ่งนี้ยังต้องตื่นกันแต่เช้า