LNCrawler

บทที่ 6 ซื้อร้านบะหมี่ 1

ชีวิตใหม่นี้ไม่เหมือนเดิมอีก — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 6 ซื้อร้านบะหมี่ 1

วันต่อมาซูเจียซินก็ไปทำงานที่ร้านบะหมี่เช่นเดิม ตอนเย็นเก็บกวาดร้านบะหมี่เสร็จแล้ว หญิงสาวก็ไปทำความสะอาดที่ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าต่อ

“ช่วงนี้เห็นว่ามีคนขายที่มัดผมแบบเธอเยอะเลย” เจ้าของร้านตัดเย็บเสื้อผ้าเอ่ยกับซูเจียซิน

“ใช่ค่ะ แต่ก็คงไปห้ามใครไม่ได้ ก็ได้แต่ต่างคนต่างขายไปค่ะ” หญิงสาวตอบกลับไป “ช่วงนี้ยอดขายไม่ค่อยดีเลยค่ะ ฉันคงไม่ได้มารับเศษผ้าบ่อยแล้วนะคะ”

“เอาเถอะ ฉันจะเก็บเศษผ้าไว้ให้แล้วกัน” หม่าเหยาซีว่า

“ขอบคุณค่ะ เพราะมีเถ้าแก่เนี้ยช่วย ฉันกับแม่จึงพอหาเงินได้บ้าง” ซูเจียซินบอก

“เธออยู่กับแม่แค่สองคนเหรอ” เจ้าของร้านถาม เพราะได้ยินซูเจียซินพูดถึงแต่แม่ของเธอ ไม่เคยพูดถึงคนอื่นเลย

“ใช่ค่ะ แม่หย่ากับพ่อแล้ว ฉันกับแม่เลยออกมาอยู่ด้วยกันสองคนค่ะ” ซูเจียซินตอบอีกฝ่ายกลับไป

ครั้นได้ยินแบบนั้นเจ้าของร้านตัดเย็บเสื้อผ้าก็รู้สึกสงสารซูเจียซินมากกว่าเดิม เด็กรู้ความแบบนี้ไม่น่าต้องมาเจอเรื่องอะไรเช่นนี้เลย

“ฉันทำความสะอาดเสร็จแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

ซูเจียซินทำความสะอาดร้านเสร็จแล้วก็เอ่ยลากับหม่าเหยาซี เพราะเธอยังจะต้องไปซื้อของให้แม่อีก

“จ้ะ ขอบใจนะ” หม่าเหยาซีบอกขอบคุณที่ซูเจียซินมีน้ำใจมาช่วยทำความสะอาดร้านให้ มีหญิงสาวมาช่วยเธอก็เบาแรงขึ้นมาก

ออกมาจากร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ซูเจียซินก็ไปเดินซื้อของที่ตลาดต่อ แม่ของเธอสั่งให้ซื้อน้ำตาลกับเครื่องเทศอีกนิดหน่อย ซื้อของเสร็จแล้วหญิงสาวก็นั่งเกวียนกลับบ้าน

มาถึงที่บ้าน ซูเจียซินก็เอาของเข้าไปเก็บในบ้านก่อน ที่ลานบ้านมีผักตากเอาไว้จำนวนมาก จากนั้นหญิงสาวก็เห็นแม่ของเธอเดินมาหาด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“เข้ามาในห้องของแม่หน่อย” ซูฟางเฟยบอกกับลูกสาว

ซูเจียซินนึกแปลกใจกับท่าทีของแม่ เพราะในบ้านมีแค่เธอกับแม่ ไม่จำเป็นต้องมีลับลมคมในแบบนี้ ทว่าหญิงสาวก็รีบตามแม่ของเธอไป ด้วยกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น

เข้ามาในห้องซูฟางเฟยก็ไปรื้อกองเสื้อผ้าของเธอ ก่อนจะหยิบเอาของบางอย่างใต้กองเสื้อผ้าออกมา

“แม่เจอนี่อยู่ในไหที่ลูกซื้อมา”

ซูฟางเฟยบอก ก่อนจะส่งห่อผ้านั้นให้กับลูกสาว ซูเจียซินรับเอาห่อผ้ามาเปิดดูข้างใน แล้วก็ได้เห็นว่ามีทองคำแท่งเล็กหรือเสี่ยวหวงอวี้อยู่ด้วยกันห้าแท่ง   

“แม่ไปเจอปลาเหลืองเล็กนี้ได้ยังไงคะ” ซูเจียซินคัดเลือกไหมาด้วยตัวเอง เธอไม่เห็นก้อนทองพวกนี้อยู่ในนั้น

“ตอนล้างไหแม่รู้สึกว่าไหใบหนึ่งดูแปลก ๆ มันตื้นกว่าทุกใบ พอกดดูข้างในก็เห็นว่าไม่ได้แข็งมากนัก แม่จึงค่อย ๆ ใช้ไม้กระทุ้งไปทีละนิด ไม่นานส่วนที่ปิดทับอยู่ด้านบนก็แตก แล้วแม่ก็เจอห่อผ้าเก่า ๆ อยู่ในไหนั้น พอหยิบออกมาดูก็เป็นก้อนทองนี่แหละ”

ซูฟางเฟยบอก และก็ไม่รู้ว่าใครซ่อนทองคำแท่งไว้ในไหแบบนี้

“เอาไปขายดีไหม”

ซูฟางเฟยถามกับลูกสาว จะได้เอาเงินมาเก็บไว้ใช้ ลูกสาวของเธอจะได้ไม่ต้องทำงานหนักแบบทุกวันนี้

“เก็บไว้ที่ฉันก่อนนะคะ ถ้าจะใช้อะไรค่อยว่ากันอีกที” ซูเจียซินบอก

ร้านทองเริ่มกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งในปี 1980 หลังเหตุการณ์บ้านเมืองผ่อนคลายมากขึ้น แต่ก็ยังอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของรัฐ ถ้าเธอจำไม่ผิดร้านทองเก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุด จะกลับมาดำเนินกิจการอีกครั้งในปี 1985

การซื้อขายทองคำในตอนนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรแล้ว ซูฟางเฟยคิดว่าแบ่งไปขายทีละแท่งก็คงไม่สะดุดตา เธอจึงอยากให้ลูกสาวนำทองคำนี้ไปขาย

“ตามใจลูกเถอะ”

ทุกอย่างในบ้านซูฟางเฟยล้วนตามใจซูเจียซิน เรื่องทองคำก็เช่นกัน ลูกสาวว่าอย่างไรเธอก็ว่าตามนั้น

“เรื่องนี้แม่อย่าบอกใครนะคะ ลุงใหญ่ก็ไม่ได้” ซูเจียซินย้ำกับแม่ของเธอ

“ได้ แม่จะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร”

ซูฟางเฟยรู้ดีว่าเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร พี่น้องผิดใจกันเพราะเงินก็มีถมเถไป แม้เธอจะเชื่อใจพี่ชาย แต่ป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า

 

ครั้นได้ทองคำมาเก็บไว้กับตัวไม่นาน ก็มีเหตุให้ซูเจียซินต้องใช้เงิน ชีวิตก่อนเธอทำงานที่ร้านบะหมี่จนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ทว่าวันนี้เถ้าแก่ร้านบะหมี่กลับมาบอกขายร้านให้กับเธอ ซึ่งในชีวิตนั้นไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เถ้าแก่ทั้งสองก็ขายบะหมี่อยู่ที่นี่อีกหลายปี

ถังเลี่ยงหวงกับภรรยาต้องการจะขายร้านบะหมี่ แล้วย้ายไปอยู่กับลูกชายที่ต่างเมือง เหตุเพราะลูกสะใภ้ใกล้คลอดแล้ว แต่ไม่มีคนช่วยดูแล ลูกชายจึงอยากให้พ่อกับแม่ย้ายไปอยู่ด้วยกัน เพื่อให้เขาได้ดูแลพ่อแม่ และให้ทั้งสองคนมาช่วยดูแลหลานด้วย

ต้วนเพ่ยฉินกับสามีมีลูกชายเพียงคนเดียว เดิมลูกชายก็อยากให้ทั้งคู่ย้ายไปอยู่ด้วยกันนานแล้ว แต่ทั้งสองก็ปฏิเสธเรื่อยมาเพราะไม่อยากทิ้งร้านไป กระทั่งลูกสะใภ้ใกล้คลอด ตอนอยู่ไฟก็ต้องการคนมาช่วยดูแล หลังจากนั้นหากลูกสะใภ้กลับไปทำงาน ก็จะไม่มีใครช่วยดูแลหลาน

เมื่อคิดว่าเป็นหลานคนแรกของพวกเขา ทั้งสองก็ตัดสินใจที่จะเดินทางไปอยู่กับลูกชาย อีกทั้งคนเป็นลูกเห็นว่าพ่อกับแม่ก็ชราขึ้นทุกวัน จึงไม่อยากให้ทำงานหนักอีก ควรที่จะพักได้แล้ว

สามีภรรยาจึงได้บอกขายร้านให้กับซูเจียซิน เหตุผลง่าย ๆ ก็เพราะอยากจะช่วยเหลือหญิงสาว อีกทั้งทั้งสองก็ได้ถ่ายทอดความรู้และเคล็ดลับในการทำบะหมี่ ให้กับซูเจียซินไปหมดแล้ว เธอสามารถขายบะหมี่ที่ร้านนี้ต่อไปได้

“ถ้าเธอยังไม่มีเงินก็ค่อย ๆ ทยอยผ่อนจ่ายให้ฉันก็ได้ ร้านนี้จะทำกำไรให้เธอได้ไม่น้อย เธอแค่ทำอย่างที่ฉันเคยบอกเคยสอน ต่อไปก็จะสามารถเลี้ยงดูเธอกับแม่ได้” ต้วนเพ่ยฉินว่า

“เถ้าแก่เนี้ยจะขายร้านนี้เท่าไหร่คะ” ซูเจียซินถาม

“ถ้าเป็นเธอ ฉันคิดที่สามพันห้าร้อยหยวน ของในร้านก็ยกให้เธอทั้งหมด”

ต้วนเพ่ยฉินบอก ราคานี้เธอถือว่าเป็นราคาคนกันเองแล้ว ของในร้านก็ไม่ต้องหาซื้อใหม่ อีกทั้งร้านก็เพิ่งปรับปรุงไป ภายในสองสามปีนี้ยังไม่ต้องซ่อมแซมอีกอย่างแน่นอน หากเป็นคนอื่นเธออาจจะคิดที่ราคาสี่พันห้าร้อยหยวน