บทที่ 6 ซื้อร้านบะหมี่ 3
บทที่ 6 ซื้อร้านบะหมี่ 3
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ ประมาณ 117,800 คำ ราคาโพรโมชัน 169 บาท จนถึงวันที่ 31/8/69 นี้ค่ะ

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
เรื่องที่ซูเจียซินซื้อร้านบะหมี่ยังไงก็ต้องบอกกับซูสือเหล่ย เย็นวันนั้นหลังกลับมาที่บ้านแล้ว ซูฟางเฟยก็ได้บอกเรื่องนี้กับพี่ชาย
“เงินที่ซื้อร้านก็ค่อย ๆ ทยอยผ่อนจ่ายไปค่ะ ทางเถ้าแก่ใจดียอมให้ผ่อนจ่ายได้” ซูฟางเฟยว่า
“แบบนั้นก็ดี” ซูสือเหล่ยกล่าว ก่อนจะหันไปถามกับซูเจียซินบ้าง “หลานแน่ใจนะว่าจะขายบะหมี่เองได้”
“ได้ค่ะ เถ้าแก่สอนทุกอย่างกับฉันแล้วค่ะ เพราะคิดว่าฉันจะขายบะหมี่ต่อไปได้ ทั้งสองคนจึงยอมให้ฉันผ่อนจ่ายค่าร้านค่ะ”
ซูเจียซินตอบด้วยความมั่นใจ เรื่องขายบะหมี่เธอมั่นใจมากเพราะชีวิตก่อนเธอทำมาหลายสิบปี กระทั่งล้มป่วยจึงได้หยุด แล้วก็ตายจากไป
“พรุ่งนี้ฉันกับแม่จะเข้าไปทำความสะอาดที่ร้านค่ะ และก็จะไปซื้อหาของเข้าร้านด้วย ส่วนพวกอุปกรณ์ต่าง ๆ เถ้าแก่ยกให้ทั้งหมดค่ะ ไม่ต้องซื้อใหม่”
“ถือว่าเถ้าแก่เป็นคนดีมาก ยอมให้ของในร้านและยังให้ผ่อนจ่ายค่าร้านอีก” ตู้หลันเฟินรู้สึกว่าซูเจียซินโชคดีที่เจอเถ้าแก่แบบนี้
“ใช่ค่ะ เถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยนิสัยดีมาก ถ้าทั้งสองคนยังอายุไม่มากก็คงตัดใจขายร้านไม่ลง ประจวบกับหลานที่รอมานานหลายปี กำลังจะถือกำเนิด ทั้งสองจิตใจก็ไปอยู่ที่หลานหมดแล้วค่ะ” ซูเจียซินบอก
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ป้าจะไปช่วยที่ร้าน ถือโอกาสไปดูร้านของเธอด้วย” ตู้หลันเฟินว่า เธออยากไปเห็นร้านค้าของหลานสาวด้วย
“ขอบคุณค่ะ” ซูเจียซินตอบรับ
วันต่อมาซูเจียซินก็พาแม่และป้าสะใภ้ไปที่ร้าน ของใช้ในร้านยังอยู่ครบ แต่พวกเนื้อพวกเส้นบะหมี่และเครื่องปรุง แทบไม่มีอะไรเหลือแล้ว เพราะใกล้จะหยุดขายเถ้าแก่จึงไม่ได้ซื้ออะไรมาเก็บไว้ ที่เหลืออยู่เมื่อวานก็เอาออกมาทำบะหมี่หมดแล้ว
“ร้านใหญ่ใช้ได้เลยนะ เหมือนจะเพิ่งทาสีใหม่ได้ไม่นานด้วย”
ตู้หลันเฟินบอกกับน้องสามี ที่ร้านเหมือนเพิ่งจะทาสีใหม่ ทำให้ร้านดูไม่ทรุดโทรมและน่ามานั่งกินบะหมี่
“เห็นเจียซินบอกว่าเถ้าแก่เพิ่งปรับปรุงร้านไป ตอนวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา ร้านจึงยังดูใหม่แบบนี้ค่ะ” ซูฟางเฟยบอกกับพี่สะใภ้
“ดีจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราก็มาทำความสะอาดกันก่อน” ตู้หลันเฟินบอกกับซูฟางเฟย แล้วก็หันไปบอกกับซูเจียซิน “ป้ากับแม่ของเธอจะช่วยกันทำความสะอาดร้าน เธอก็ไปดูว่าร้านขาดเหลืออะไรบ้าง แล้วก็ไปหาซื้อมาเตรียมไว้ ตอนเปิดร้านจะได้ไม่หลงลืมอะไร”
“ได้ค่ะ”
ซูเจียซินตอบรับ จากนั้นเธอก็ไปตรวจดูในครัวว่าขาดอะไรบ้าง คนที่มาส่งของให้กับทางร้าน ซูเจียซินก็รู้จักดีทั้งหมด เธอแค่ไปยืนยันกับพวกเขาให้ส่งของตามเดิม ก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้ว
และหญิงสาวยังคิดจะเพิ่มเมนูหมูตุ๋นด้วย นำมาราดกับบะหมี่ก็อร่อย เธอเคยขายมาแล้วในชีวิตก่อน ส่วนผักดองที่แม่ของเธอทำไว้ก็นำมาเป็นเครื่องเคียง และขายที่ร้านได้
สำรวจของในครัวเสร็จซูเจียซินก็ไปซื้อของที่ตลาด
“ห้องด้านหลังก็พักได้นะ” ตู้หลันเฟินบอกกับซูฟางเฟย เมื่อไปสำรวจด้านหลังร้านมาแล้ว “วันนี้ก็ทำความสะอาดไว้ก่อน วันหน้าถ้าเหนื่อยกับการเดินทางเธอสองคนแม่ลูกก็มาพักที่นี่ได้”
“ฉันก็คิดไว้อย่างนั้นเหมือนกันค่ะ” ซูฟางเฟยว่า
เมื่อทั้งสองทำความสะอาดร้านเสร็จแล้ว ก็นั่งรอจนซูเจียซินซื้อของกลับมา จัดของเข้าที่เข้าทางแล้ว ทั้งสามคนก็เดินทางกลับบ้าน
มาถึงที่บ้านสองแม่ลูกก็ช่วยกันดองผักที่ซื้อมาให้หมด ระหว่างนั้นซูเจียซินก็ได้ปรึกษากับแม่ของเธอ เรื่องย้ายไปอยู่ในตำบล หากต้องเดินทางไปกลับทุกวันจะเสียเวลาเดินทางเป็นชั่วโมง แต่ถ้าพักที่ร้านก็จะมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ห้องพักที่หลังร้านก็สะดวกสบาย มีน้ำให้ใช้ มีไฟให้ใช้ ห้องน้ำก็เป็นส่วนตัว
“เราย้ายไปพักที่ร้านดีไหมคะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง เอาเวลาไปพักผ่อนดีกว่า”
“ช่วงแรกไปพักที่ร้านก่อนก็ได้ รอดูว่าสถานการณ์จริงจะเป็นยังไง แล้วค่อยว่ากันอีกที” ซูฟางเฟยบอก
ซูฟางเฟยอยากจะเห็นก่อนว่าการค้าขายเป็นยังไง หากยุ่งวุ่นวายก็พักที่ร้าน หากไม่ยุ่งมากก็อาจจะพักที่ร้านบ้าง กลับมาพักที่บ้านบ้าง ครั้นได้กลับมาอยู่ที่บ้านเธอก็เริ่มรู้สึกผูกพันกับบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เด็ก จากไปแบบนี้ก็แอบใจหายอยู่เหมือนกัน
“เอาตามที่แม่ว่าก็ได้ค่ะ” ซูเจียซินบอก
หลังดองผักเสร็จแล้ว ซูฟางเฟยก็บอกให้ลูกสาวไปพักผ่อน
“วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนกันก่อนเถอะ”
“ค่ะ”
จากนั้นทั้งสองคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
วันรุ่งขึ้นสองแม่ลูกก็เก็บเสื้อผ้าบางส่วน แล้วเดินทางเข้าไปในตำบลแต่เช้า เพื่อจะไปเตรียมจัดร้านก่อน ส่วนเสื้อผ้าก็เอาไปเผื่อไว้ หากวันไหนต้องค้างที่ร้านก็จะได้มีเปลี่ยน
ทั้งสองคนตั้งใจจะเปิดร้านในวันพรุ่งนี้ แต่ที่ต้องมาจัดร้านใหม่เพราะซูเจียซินจะขายหมูตุ๋นเพิ่ม จึงต้องจัดเตรียมพื้นที่ และจัดรูปแบบร้านให้น่าเข้ามานั่งกินบะหมี่มากขึ้น
เมื่อซูฟางเฟยต้องมาช่วยงานที่ร้าน การทำกระเป๋าผ้ากับที่มัดผมก็ต้องเลิกไป
หลังจัดร้านเสร็จแล้ว ซูเจียซินก็พาแม่ของเธอไปเดินเล่นที่ตลาด เพื่อดูบรรยากาศการค้าขายในตำบล แล้วก็ไปหาซื้อเสื้อผ้าเพิ่มอีกคนละสามชุด เอาไว้ใส่ขายของในร้าน จะได้ดูสะอาดสะอ้าน และยังซื้อที่นอนกับผ้าห่มใหม่มาด้วย ภายในห้องพักมีเตียงกับตู้เสื้อผ้าอยู่แล้ว จึงไม่ต้องซื้อเพิ่มอีก
ของที่อยู่ที่บ้าน ซูเจียซินไม่คิดจะขนมาที่นี่ เผื่อว่าบางวันแม่ของเธออยากจะไปค้างที่บ้านบ้างก็จะได้มีใช้ และของพวกนั้นก็เก่ามากแล้ว ไม่จำเป็นต้องขนไปขนมา
คืนนี้เธอกับแม่จะนอนที่ร้านเลย เพื่อเตรียมตัวขายของในวันพรุ่งนี้
เมื่อจัดการงานในร้านและจัดห้องนอนเสร็จแล้ว ซูเจียซินก็จูงมือแม่ของเธอไปเดินเล่น และหาอาหารมื้อเย็นกินกัน ชีวิตก่อนเธอเห็นแต่แม่ของเธอก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในบ้าน ทนทุกคำดุด่าของคนตระกูลซ่ง และสุดท้ายก็จากไป แทบไม่มีโอกาสได้มาเดินเล่นแบบนี้ หญิงสาวจึงจะชดเชยให้แม่ของเธอบ้าง
ซูเจียซินอยากให้แม่ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เคยได้ใช้ เธอภาวนาขอให้เธอทำสำเร็จ