บทที่ 7 เปิดขายบะหมี่วันแรก 1
บทที่ 7 เปิดขายบะหมี่วันแรก 1
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ ประมาณ 117,800 คำ ราคาโพรโมชัน 169 บาท จนถึงวันที่ 31/8/69 นี้ค่ะ

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
วันรุ่งขึ้นสองแม่ลูกก็ลุกขึ้นมาแต่เช้ามืด ของทุกอย่างมาส่งตรงเวลา จากนั้นซูเจียซินก็เริ่มทำน้ำซุปและก็หมูตุ๋น เธอสอนแม่ของเธอให้ดูการปรุงน้ำซุปและทำหมูตุ๋นไปด้วย
ฟ้ายังไม่ทันสว่างดีก็เห็นตู้หลันเฟินมาที่ร้าน
“พี่สะใภ้มาได้ยังไงคะ”
ซูฟางเฟยเห็นพี่สะใภ้มาที่ร้านเวลานี้ก็เอ่ยถามด้วยความตกใจ เพราะยังเช้ามืดอยู่ พี่สะใภ้ของเธอคงเดินเท้ามา หากมาถึงเวลานี้ก็ต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดไปอีก
“มาดูเธอสองคนแม่ลูกนั่นแหละ เปิดร้านวันแรกจะให้อยู่รอที่บ้านก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ครั้นรู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะเข้ามาทำธุระในตำบล ฉันก็ขอติดรถไถมาด้วย พี่ชายของเธอกับหลาน ๆ มาช่วยไม่ได้ วันนี้ที่บ้านจะปลูกข้าวโพดพอดี”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่พี่สะใภ้มีน้ำใจมาช่วย เราสองแม่ลูกก็ไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้วค่ะ” ซูฟางเฟยบอกออกไป
“ขอบคุณอะไรล่ะ ครอบครัวเดียวกัน มีกันอยู่แค่นี้ไม่ช่วยกันแล้วจะไปช่วยใคร” ตู้หลันเฟินกล่าวกับน้องสาวของสามี “มีอะไรให้ฉันช่วยบ้าง บอกมาได้เลย”
“ของเตรียมเสร็จหมดแล้วค่ะ เหลือแค่รอให้น้ำซุปกับหมูตุ๋นได้ที่เท่านั้น ป้าสะใภ้มาแล้วก็ช่วยฉันชิมหน่อยเถอะค่ะ ว่าน้ำซุปกับหมูตุ๋นได้ที่หรือยัง” ซูเจียซินบอก
จากนั้นตู้หลันเฟินก็ไปตักน้ำซุปมาชิม แล้วก็ชิมหมูตุ๋นด้วย
“ใช้ได้แล้วล่ะ หมูตุ๋นนี่อร่อยกว่าที่ฉันทำอีก รอให้น้ำงวดสักหน่อยก็น่าจะได้ที่แล้ว”
ตู้หลันเฟินกล่าว เธอไม่เก่งงานเย็บปักเหมือนซูฟางเฟย แต่เธอถนัดทำอาหารมากกว่า
ระหว่างนั้นซูเจียซินก็มาสอนแม่กับป้าสะใภ้ลวกบะหมี่ ว่าต้องดูอย่างไรถึงจะใช้ได้ ซึ่งทั้งสองคนมีพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ละบ้านก็เคยทำบะหมี่กินกัน สอนไม่นานทั้งสองคนก็เข้าใจ
ซูเจียซินจะทำบะหมี่สองแบบ มีแบบที่ใส่น้ำซุปกับแบบแห้งที่ราดหมูตุ๋น แล้วก็ราดน้ำหมูตุ๋นลงไปฉ่ำ ๆ ตอนกินก็จะได้รสชาติของน้ำหมูตุ๋นไปด้วย
เมื่อน้ำซุปและหมูตุ๋นได้ที่แล้ว ซูเจียซินก็ตักให้แม่กับป้าสะใภ้ได้กินก่อน
“กินให้อิ่มนะคะ เผื่อว่าร้านเปิดแล้วจะยุ่งจนไม่มีเวลากินข้าว” ซูเจียซินบอกกับทั้งสองคน
ครั้นได้ยินแบบนั้นตู้หลันเฟินก็หัวเราะออกมา
“เอาให้ขายดีจนไม่มีเวลานั่งพักกันเลย”
อีกฝ่ายว่าปนขำที่ได้ยินหลานสาวอวยพรให้กับตัวเอง จากนั้นก็บอกให้ซูเจียซินมานั่งกินบะหมี่ด้วยกัน เตรียมพร้อมไว้เผื่อจะไม่มีเวลาได้นั่งพัก
“เธอก็มากินด้วยกัน กินให้อิ่มเตรียมตัวสำหรับการค้าขายวันแรก”
“ได้ค่ะ” ซูเจียซินตอบรับผู้เป็นป้าสะใภ้
“รสชาติบะหมี่นี่อร่อยมากจริง ๆ ป้าไม่เคยกินที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน”
ตู้หลันเฟินเอ่ยชมรสชาติบะหมี่ของหลานสาว ทั้งแบบน้ำและแบบราดหมูตุ๋น รสชาติแบบนี้ต้องขายดีอย่างแน่นอน
“ฉันขอรับคำชมจากป้าสะใภ้ค่ะ” ซูเจียซินว่า
เมื่อถึงเวลาเปิดร้าน ตู้หลันเฟินซึ่งไม่รู้ว่าไปซื้อประทัดมาจากไหน ก็เอาประทัดขนาดเล็กไปจุดที่หน้าร้าน พอให้เกิดเสียงดังคึกคัก จากนั้นร้านบะหมี่ก็ถือว่าเปิดขายแล้ว
กลิ่นน้ำซุปหอมกระจายไปทั่ว ช่วยเรียกลูกค้าทั้งคนเก่าและคนที่เดินผ่านไปมา ให้แวะมาชิมบะหมี่สักถ้วย
“น้ำซุปนี้หอมหวานจริง ๆ” ลูกค้าคนหนึ่งเอ่ยชม
“หมูตุ๋นราดบะหมี่แบบนี้ก็อร่อยเข้ากันดีมาก” ลูกค้าอีกคนกล่าว
“ดีนะที่เถ้าแก่ถังเดินทางไปหาลูกชายแล้ว หากมาได้ยินที่พวกแกคุยกันคงเคืองอยู่ในใจ อาจจะคิดว่าพวกแกกำลังติรสชาติบะหมี่ของเถ้าแก่ว่าสู้ของแม่หนูเจียซินไม่ได้”
ชายวัยกลางคนที่มักจะมากินบะหมี่อยู่บ่อย ๆ เอ่ยหยอกสหายของตน ที่วันนี้บังเอิญมานั่งกินบะหมี่ด้วยกัน
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง ก็อร่อยคนละแบบนั่นแหละ”
อีกฝ่ายว่าอย่างถนอมน้ำใจ เพื่อไม่ให้สหายเก่าอย่างถังเลี่ยงหวงตามมาว่าเขาภายหลังได้ แม้จะรู้สึกว่ารสชาติบะหมี่ของซูเจียซิน อร่อยกว่าที่ถังเลี่ยงหวงทำก็ตาม
ลูกค้าประจำ ลูกค้าเดิม ๆ ยังคงแวะมากินบะหมี่ที่ร้าน และหลายคนก็คิดเหมือนกันว่าวันนี้รสชาติบะหมี่ดีกว่าเมื่อก่อน แต่บางคนติดรสชาติเดิมก็ว่าแบบเก่าอร่อยกว่า
เรื่องที่พวกเขาคิดอยู่ในใจซูเจียซินไม่รู้ สิ่งที่รู้คือวันนี้มีคนเข้าร้านไม่ขาดสาย ราวกับสวรรค์ได้ยินคำพูดของเธอ จนทำให้ทั้งสามคนทำงานแทบไม่ได้พัก จนกระทั่งบ่ายสามโมงของที่เตรียมไว้ก็หมด ซูเจียซินจึงได้เก็บกวาดร้าน สี่โมงเย็นร้านบะหมี่ก็ปิด
“โอ๊ย! สมพรปากจริง ๆ แทบไม่ได้นั่งพักกันเลย”
ตู้หลันเฟินว่าก่อนจะหัวเราะออกมา เพราะดีใจที่ร้านขายดีตั้งแต่วันแรก และลูกค้าที่มากินบะหมี่ยังเอ่ยชมว่าบะหมี่อร่อยเกือบทุกคน
“ป้าสะใภ้อยากจะมาทำงานด้วยกันไหมคะ”
ซูเจียซินถาม เพราะเห็นแล้วว่าเธอกับแม่อาจจะทำงานไม่ทัน และก็อยากให้ป้าสะใภ้ของเธอมีรายได้เพิ่มด้วย อีกอย่างป้าสะใภ้ผู้นี้ก็เป็นคนขยันและทำงานคล่อง
“ถ้าเป็นห่วงทางบ้านก็เดินทางไปกลับเหมือนที่ฉันเคยทำ ลองไปปรึกษากับลุงใหญ่ดูก่อนก็ได้ค่ะ” ซูเจียซินบอก
“ป้าขอไปคุยกับลุงของเธอก่อนแล้วกัน”
ตู้หลันเฟินเริ่มสนใจที่จะมาทำงานกับซูเจียซิน และเห็นว่างานค่อนข้างยุ่งจึงกังวลว่าสองแม่ลูกจะทำกันเองไม่ไหว ที่สำคัญเธออยากจะหาเงินเตรียมไว้แต่งงานให้ลูกชายด้วย
ร้านปิดแล้วตู้หลันเฟินก็กลับไปพร้อมกับบะหมี่ห้าห่อใหญ่ และหมูตุ๋นอีกกล่องใหญ่ เพียงพอสำหรับมื้อเย็นของทุกคนในบ้าน เธอไม่ต้องกลับไปทำอาหารเย็นอีก
และซูเจียซินยังได้ฝากไปบอกกับพี่ชายทั้งสองคน หากพวกเขามีเวลาว่างก็ช่วยขนไหผักดองมาให้เธอที่ร้านด้วย