LNCrawler

บทที่ 1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง 1

ชีวิตใหม่นี้ไม่เหมือนเดิมอีก — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง 1

“ฉันไปสอบไม่ทันแล้วใช่ไหมคะ”

ซ่งเจียซินถามกับแม่ของเธอให้แน่ใจอีกครั้ง หญิงสาวรู้ว่าเธอไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ทันแล้ว เพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

หลังจากที่พยายามเข้าใจกับเรื่องราวทั้งหมด ซ่งเจียซินก็ได้รู้ว่าเธอย้อนกลับมาในตอนอายุสิบแปดปี ตอนนั้นเธอถูกผลักตกน้ำและก็ฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล และนั่นทำให้เธอไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ทัน และพลาดโอกาสที่จะได้สอบในปีนั้นไป

ซ่งเจียซินคนเดิมจากไปในวัยสี่สิบห้าปี จากการทำงานหนักมาตลอดทั้งชีวิต ทำให้เธอมีร่างกายไม่แข็งแรงและทรุดโทรมกว่าคนวัยเดียวกัน และจากไปอย่างสงบเพียงผู้เดียว ด้วยตลอดชีวิตนั้นเธอไม่เคยมีคนรัก ไม่เคยแต่งงาน ร่างไร้วิญญาณของเธอก็ได้เพื่อนบ้านช่วยจัดทำพิธีให้เพราะสงสาร

เรื่องเดียวที่ติดค้างอยู่ในใจของซ่งเจียซิน ก็คือแม่ของเธอ แม่ที่จากไปโดยที่เธอไม่รู้เรื่องและไม่ได้พบหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย เธออยากจะเจอแม่อีกครั้ง

วิญญาณที่ควรไปเกิดใหม่กลับได้ย้อนมาเป็นเธอในวัยสิบแปดปีอีกครั้ง จุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของซ่งเจียซินเปลี่ยนไปก็เป็นเพราะเหตุการณ์ที่เธอตกน้ำ และครั้งนี้เธอก็ได้ย้อนกลับมาในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง

หลังจากที่พลาดการสอบไป ซ่งเจียซินต้องพยายามอย่างหนัก เพื่อจะได้ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้งในปีหน้า ทว่าเธอกลับได้สอบอีกครั้งในสองปีต่อมา และตอนที่เธอเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแม่ของเธอก็จากไป โดยที่เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะหญิงสาวได้เดินออกมาจากตระกูลซ่ง และมุ่งมั่นที่จะหาเงินเตรียมตัวสอบใหม่ให้ได้ ด้วยคิดว่าหากเรียนจบมหาวิทยาลัยจะทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้น

หญิงสาวต้องพยายามด้วยตัวเอง เพราะไม่มีใครสนับสนุนและช่วยเหลือ กระทั่งเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ทว่าชีวิตไม่ได้สวยงามอย่างที่หวัง เมื่อเธอเรียนจบได้งานทำ กลับถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนร่วมงาน สุดท้ายก็เสียงานของตัวเองไป

เมื่อได้ชีวิตใหม่กลับมา ซ่งเจียซินตัดสินใจที่จะไม่เรียนต่อแล้ว เพราะชีวิตก่อนเธอผ่านการเรียนในมหาวิทยาลัยมาแล้ว เธอแค่อยากแก้ไขสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ โดยการพาแม่ของเธอออกมาจากตระกูลซ่ง และทำให้แม่มีชีวิตที่ดีขึ้น

“เจียซินปีหน้ายังมีโอกาสนะ ลูกสอบใหม่ปีหน้าก็ได้”

ซูฟางเฟยบอกกับลูกสาว ดวงตาทั้งสองแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน เธอเกือบจะเสียลูกสาวคนนี้ไปแล้ว หากไม่มีคนช่วยไว้ได้ทัน

ส่วนโอกาสสอบใหม่ของลูกแม้จะยากลำบาก ด้วยคนตระกูลซ่งไม่ยินดีที่จะให้ซ่งเจียซินเรียนต่อมหาวิทยาลัย เพราะคิดว่าสิ้นเปลือง แต่เธอก็จะพยายามให้ลูกได้สอบใหม่ ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

“เรื่องนั้นช่างเถอะค่ะ ฉันไม่ได้สอบก็ไม่เป็นไร ฉันคิดว่าจะไม่เรียนต่อแล้วค่ะ” ซ่งเจียซินบอกกับแม่ของเธอ ก่อนจะถามหาผู้เป็นพ่อ “พ่อละคะ”

เมื่อลูกสาวถามถึงพ่อ ซูฟางเฟยก็ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิดและอัดอั้นอยู่ในใจ ก่อนจะอ้อมแอ้มพูดเสียงเบาตอบกลับไป

“ย่าให้พ่อเอาข้าวไปส่งให้ลุงกับป้าสะใภ้ที่สนามสอบน่ะ”

ลูกสาวเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทว่าซ่งจื้อเผิงกลับไม่แม้แต่จะมาดูลูก กลับไปอยู่เฝ้าหลานสาวสอบที่สนามสอบ ซูฟางเฟยรู้สึกหมดหวังกับสามีของเธอ เขาคิดว่าตัวเองไม่มีลูกชาย ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องพึ่งหลานชายจากบ้านพี่ใหญ่ของตน เขาจึงเฝ้าเอาใจลูกหลานบ้านนั้นมากกว่าลูกสาวของตัวเอง

“แม่คะ เราไปใช้ชีวิตของเรากันสองคนดีไหมคะ”

ซ่งเจียซินถามกับผู้เป็นแม่ เธอไม่กลัวความลำบาก ชีวิตก่อนเธอก็ผ่านความลำบากมาได้ การทนอยู่บ้านซ่งต่างหากที่จะทำให้ชีวิตนี้ไม่มีทางได้ลืมตาอ้าปาก

“เจียซิน...”

ซูฟางเฟยไม่รู้จะเอ่ยปลอบลูกสาวอย่างไรดี และไม่นึกว่าลูกจะมีความคิดแบบนี้ ซูฟางเฟยไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน เธอแต่งงานแล้วย่อมไม่อยากหย่า ถ้าหย่าแล้วจะอยู่อย่างไรต่อไป

“แม่คะ อยู่ที่นั่นเราก็ไม่ต่างจากคนรับใช้ของพวกเขา ต้องทนให้คนพวกนั้นโขกสับทุบตี ต้องทำงานทุกอย่างในบ้านและนอกบ้าน แต่กลับกินไม่เคยอิ่มท้อง ไม่มีเสื้อกันหนาว เราไม่มีทางได้อยู่ดีกินดีหรอกค่ะ ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหน”

หญิงสาวมองแม่ของเธอด้วยสายตาแน่วแน่ ก่อนจะถามแม่ของเธอออกไป

“เพราะอะไรรู้ไหมคะ”

ซูฟางเฟยไม่ใช่คนเก่ง แต่เธอมีความอดทนและขยัน ข้อดีนี้จะไม่ทำให้สองแม่ลูกต้องอดตาย แต่ถ้ายังอยู่บ้านตระกูลซ่งต่อไปทั้งสองคนต้องตายแน่ เหมือนในชีวิตก่อนของซูฟางเฟย

เมื่อเห็นคนเป็นแม่ก้มหน้าลง ซ่งเจียซินก็รู้แล้วว่าแม่ของเธอไม่กล้า เธอต้องทำให้แม่ตาสว่างและคิดได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

“เราไม่มีทางมีชีวิตที่ดีขึ้นในบ้านตระกูลซ่ง เพราะซ่งจื้อเผิงไม่เคยเห็นเราเป็นครอบครัว เขาเห็นว่าแม่กับฉันเป็นแค่ผู้ที่ต้องคอยปรนนิบัติคนบ้านตระกูลซ่งเท่านั้น”

ซูฟางเฟยได้ยินลูกสาวเรียกชื่อพ่อของตัวเองแบบนั้นก็ตกใจ เธอไม่อยากให้คนอื่นมองลูกสาวของเธอไม่ดี

“ลูกไม่ควรพูดแบบนั้น”

“แม่คะ ถ้าเห็นแก่อนาคตของฉัน เราไปจากที่นั่นกันเถอะค่ะ”

ซ่งเจียซินจำเป็นต้องพาแม่ของเธอออกมาจากตระกูลซ่ง เพราะในชีวิตเดิมแม่ของเธอเสียไปหลังจากที่เธอเข้ามหาวิทยาลัยได้ปีเดียว เหตุเพราะคนตระกูลซ่งใช้งานแม่ของเธอไม่ต่างจากม้าจากวัว ยิ่งไม่มีเธออยู่ช่วยแม่ก็ต้องทำงานหนักอยู่คนเดียว แล้ววันหนึ่งแม่ของเธอก็ล้มหมดสติและก็จากไปทันที

ซ่งเจียซินมารู้เรื่องนี้ภายหลัง และเธอก็เสียใจมาก ส่วนหนึ่งซ่งเจียซินโทษว่าเป็นความผิดของเธอ ที่จากแม่ไป เป็นเหตุให้แม่ต้องทำงานหนักอยู่คนเดียว จนร่างกายทนไม่ไหว เธอควรจะพาแม่จากไปด้วย

“แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน”

“บ้านเดิมตระกูลซูค่ะ ฉันไม่เรียนต่อแล้ว ต่อไปฉันจะเลี้ยงดูแม่เองค่ะ”

ซ่งเจียซินอยากจะทำให้แม่ของเธอมีชีวิตที่ดีขึ้น มีอายุยืนยาว เธอจะไม่เรียนต่อแล้ว เพราะไม่อยากปล่อยให้แม่อยู่คนเดียว และต้องจากไปอย่างโดดเดี่ยว