บทที่ 9 ข่าวลือแพร่กระจาย 1
บทที่ 9 ข่าวลือแพร่กระจาย 1
ทางบ้านตระกูลซ่ง หลังหานฉิงอี้กลับมาก็เข้าห้องปิดประตูไม่ยอมพูดกับใคร ตอนเย็นก็ไม่ยอมออกมากินข้าว ทำให้หูฮุ่ยหรูต้องดุด่าลูกสะใภ้ไปอีกหลายคำ เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมออกมาทำงานบ้าน
หานฉิงอี้กลัวว่าเรื่องที่เธอก่อไว้จะรู้ไปถึงหูลูกชาย แล้วจะกลายเป็นว่าเธอทำเรื่องให้แย่ยิ่งกว่าเดิม ส่วนหูฮุ่ยหรูไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่ว่าคงไม่มีใครในหมู่บ้านรู้ว่าเธอไปทำอะไรมา
ซ่งจื้อเผิงถูกคำพูดของซูฟางเฟยกระแทกใจจนเจ็บจุก ระหว่างนั้นเขาก็เงียบไป ไม่พูดคุยกับใคร หูฮุ่ยหรูรู้ว่าลูกชายเป็นอะไร แต่เธอไม่อยากด่าเขาจนเป็นเหตุให้สามีรู้เรื่องที่เธอไปก่อมา
หูฮุ่ยหรูคิดว่าอีกไม่นานเรื่องก็คงเงียบไปเอง และหานฉิงอี้เห็นว่าผ่านไปสามวันแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น ก็เบาใจว่าไม่มีคนในหมู่บ้านรู้ว่าเธอไปทำอะไรที่ตำบลมา
หลายวันผ่านไปขณะที่แม่สามีกับลูกสะใภ้ คิดว่าคงไม่มีอะไรแล้ว เย็นวันนั้นซ่งลี่หยางก็กลับบ้านมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะถามกับแม่ของเขา
“แม่กับย่าไปก่อเรื่องอะไรมากันแน่ ทำไมเฟยเอ๋อร์ถึงได้มาบอกเลิกผม” ซ่งลี่หยางถามกับแม่แล้วก็มองเลยไปยังผู้เป็นย่า
“ทำอะไร ฉันจะไปทำอะไร วัน ๆ เอาแต่ทำงานรับใช้พวกแกอยู่เนี่ย”
หูฮุ่ยหรูโต้หลานชายกลับไป ส่วนหานฉิงอี้ก็เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาลูกชาย
“เธอไปทำอะไรมา” ซ่งเจิ้นกั๋วเห็นท่าทีของภรรยาก็รู้แล้วอีกฝ่ายคงไปก่อเรื่องมา
“แม่กับย่าไปโวยวายที่ร้านบะหมี่ของเจียซิน เพื่อที่จะบังคับเอาเงินจากสองแม่ลูกนั่น” ซ่งลี่หยางกล่าว และคาดเดาว่าย่าของเขาคงอยากได้เงินจากซูเจียซิน
คนรักของเขาเป็นคนในตำบล เธอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะซูเจียซินได้พูดถึงตระกูลซ่งในหมู่บ้านเข่อซิง ก็ไม่พ้นตระกูลซ่งของเขา ทางครอบครัวของคนรักก็ได้รู้เรื่องเลวร้ายในตระกูลซ่งไปด้วย และพวกเขาก็เชื่อที่ซูเจียซินพูด และเชื่อว่าย่ากับแม่ของเขาไปก่อเรื่องแบบนั้น ก็คงคิดจะไปขู่เอาเงินจากสองแม่ลูก คนตระกูลหลินรู้แบบนั้นแล้วก็นึกรังเกียจตระกูลซ่ง
เรื่องราวเป็นเช่นนี้เขาจะแก้ตัวอะไรได้อีก ข่าวลือเรื่องตระกูลซ่งไม่ใช่คนดี แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ตระกูลหลินย่อมไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งเข้าตระกูลซ่ง เพราะกลัวว่าวันหนึ่งลูกสาวของพวกเขาจะถูกคนตระกูลซ่งทำร้ายจนตาย
พ่อแม่ของหลินเสว่เฟยจึงบอกให้ลูกสาวไปบอกเลิกกับซ่งลี่หยาง หญิงสาวก็นึกหวาดกลัวครอบครัวแบบนั้น แม้เธอจะรักซ่งลี่หยางแต่ก็รักตัวเองมากกว่า จึงได้ไปบอกเลิกกับชายหนุ่ม
“แทนที่จะได้เงินมา กลับกลายเป็นว่าผู้อื่นได้มารู้เรื่องที่เจียหนิงผลักเจียซินตกน้ำบาดเจ็บปางตายแทน ผู้คนเอาไปพูดต่อว่าตระกูลซ่งเพื่อที่จะปกปิดความผิดของหลานสาวคนโปรด จึงได้ขับไล่หลานสาวที่เจ็บเจียนตายและแม่ของเธอ ออกจากตระกูลซ่งแทน”
ชายหนุ่มต่อว่าด้วยความโมโห เขาเป็นพนักงานที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในตำบล แล้วจากนี้เขาจะสู้หน้าเจ้าของร้านได้ยังไง ผู้อื่นจะคิดอย่างไรกับเขา
ก่อนหน้านั้นซ่งลี่หยางเห็นซูเจียซินกับแม่แล้ว รู้ว่าเธอเปลี่ยนแซ่เป็นแซ่ซูไปแล้ว รู้ว่าเธอเปิดร้านบะหมี่ แต่เขารู้มาว่าทั้งสองยังผ่อนจ่ายค่าร้านอยู่ เขาจึงยังไม่คิดจะทำอะไรกับสองคนนั้นในตอนนี้ เพราะโวยวายไปก็คงไม่ได้เงิน แต่ก็ไม่คิดว่าแม่และย่าของเขาจะมาทำเสียเรื่องไปก่อน
“ตอนนี้ใครก็มองว่าตระกูลซ่งเป็นคนเลวร้าย แล้วครอบครัวของเฟยเอ๋อร์ จะยอมให้เธอแต่งเข้ามาในตระกูลซ่งได้ยังไง” ชายหนุ่มว่าอย่างตัดพ้อ
“เธอไปโวยวายที่ร้านนั้นจริงหรือเปล่า” ซ่งเจิ้นกั๋วถามกับภรรยา
“ฉันกับแม่แอบไปดูสองแม่ลูกที่ร้าน เห็นว่าร้านมีคนเข้าตลอด แม่ก็เลยคิดจะไปขอเงินกับลูกหลานสักหน่อย แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตแบบนี้ เจียซินก็ทำเกินไป อย่างไรฉันก็เป็นป้าสะใภ้ แม่ก็เป็นย่าของเธอ”
หานฉิงอี้อ้อมแอ้มตอบออกไป และไม่วายกล่าวโทษซูเจียซินไปด้วย
“นี่เธอโทษฉันรึ” หูฮุ่ยหรูหันไปตะคอกใส่ลูกสะใภ้
“ก็แม่บอกว่าเจียซินเป็นหลาน ยังไงก็ต้องให้เงินกับแม่ไม่ใช่รึ แต่ความจริงแม่อยากได้ร้านนั้นมากกว่า” หานฉิงอี้ว่า
“นี่แก” หูฮุ่ยหรูชี้หน้าใส่ลูกสะใภ้ “แกกล้าโยนความผิดมาให้ฉันรึ”
“ฉันพูดความจริง”
หานฉิงอี้เถียงกลับไป ตอนนี้บ้านตระกูลซ่งมีเรื่องให้ทะเลาะกันได้ทุกวัน หานฉิงอี้ก็ไม่ยอมทนแม่สามีเหมือนเดิมแล้ว เพราะอีกฝ่ายเอาแต่สั่งให้เธอทำงานบ้าน ทั้งหนักทั้งเหนื่อยแต่เธอต้องทำอยู่คนเดียว
“เลิกเถียงกันเถอะครับ ตอนนี้จะทำยังไงต่อ ตระกูลหลินไม่ให้เฟยเอ๋อร์มาคบหากับผมแล้ว”
ซ่งลี่หยางกล่าวด้วยความร้อนใจ เขากำลังจะหมั้นหมายกับคนรักอยู่แล้ว ก็มาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเสียก่อน
ซ่งเจิ้นกั๋วได้ยินว่าภรรยากับแม่ของเขาไปทำให้เสียเรื่องก็เริ่มไม่พอใจ หากรอเวลาอีกสักนิด ให้สองแม่ลูกนั่นใจเย็นอีกสักหน่อย แล้วก็ให้ซ่งจื้อเผิงไปพูดด้วยดี ๆ
หากครอบครัวของน้องชายกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ถึงตอนนั้นร้านบะหมี่ก็จะเป็นของตระกูลซ่ง เงินก็ต้องเข้ากองกลาง ทุกคนในบ้านก็จะมีเงินใช้ แต่ความหวังก็ต้องมาพังทลายด้วยภรรยาและแม่ของเขา
“ทำเสียเรื่องจริง ๆ” ซ่งเจิ้นกั๋วบ่นภรรยา ก่อนจะหันไปทางลูกชาย “พรุ่งนี้แกเอาของติดไม้ติดมือไปเยี่ยมตระกูลหลินสักหน่อย แล้วก็บอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิดกัน”
“เจียซินลงบันทึกไว้ที่สถานีตำรวจ มีทั้งพยานและหลักฐาน ก่อนหน้านั้นพวกเราไม่รู้เรื่องนี้ กระทั่งแม่กับย่าไปโวยวายที่ร้านนั้น เธอจึงได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา และตำรวจก็ยืนยันว่าเกิดเรื่องขึ้นในตระกูลซ่งจริง”
ซ่งลี่หยางพูดด้วยน้ำเสียงหมดหวัง เพราะทุกคนล้วนเชื่อคำพูดของซูเจียซินหมดแล้ว เขาคงไปแก้ตัวอะไรกับตระกูลหลินไม่ได้อีก
“แล้วตัวต้นเรื่องหายหัวไปไหน เย็นขนาดนี้ยังไม่กลับบ้านอีก”
ซ่งเจิ้นกั๋วถามหาซ่งเจียหนิง เพราะเย็นมากแล้ว แต่ลูกสาวยังไม่กลับถึงบ้าน
“ไปบ้านสหาย” หานฉิงอี้ตอบ เพราะลูกสาวผิดหวังจากการสอบ เธอจึงยอมให้อีกฝ่ายออกไปเที่ยวกับสหายบ้าง
“วัน ๆ เอาแต่เที่ยว สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ ยังจะทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีก” ซ่งเจิ้นกั๋วต่อว่า
ซ่งจื้อเผิงแอบได้ยินคนที่บ้านพูดคุยกัน เขาจึงได้รู้ว่าแม่ของเขามีความคิดที่อยากจะได้ร้านบะหมี่ของซูเจียซิน หากจะยึดร้านที่สองแม่ลูกสร้างมาเขาก็ละอายใจเกินไป ตระกูลซ่งในตอนนี้นับวันความคิดจะยิ่งเลวร้าย หลานชายที่เขาอยากจะฝากผีฝากไข้ด้วย ก็ดูจะพึ่งพาไม่ได้แล้ว
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ ประมาณ 117,800 คำ ราคาโพรโมชัน 169 บาท จนถึงวันที่ 31/8/69 นี้ค่ะ
