บทที่ 11 เช่าร้านกับซื้อบ้าน 1
บทที่ 11 เช่าร้านกับซื้อบ้าน 1
ร้านบะหมี่ขายดีทุกวัน แต่ละวันขายได้ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยถ้วย และยังขายผักดองอีก แม้งานจะเหนื่อยแต่ซูเจียซินและซูฟางเฟยก็มีความสุข และก็ได้แม่ของเถาซูเจียวมาช่วยงานที่ร้านเพิ่ม เพราะซูเจียซินไม่อยากให้ซูฟางเฟยเหนื่อยเกินไป
ในวันหนึ่งซูเจียซินก็บอกกับแม่ของเธอ ว่าจะเดินทางไปเมืองอวิ๋นเฉิง
“ลูกแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว” ซูฟางเฟยถาม
“ค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ฉันอยากจะลองไปดูลู่ทางที่นั่นก่อน เวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะให้เราหาลู่ทางทำมาหากินเพิ่ม ก่อนหน้าฉันไม่กล้าเพราะเราไม่มีเงิน ตอนนี้เราพอมีเงินเก็บแล้ว และก็ยังเหลือทองคำอีกสามแท่ง ฉันอยากจะเอาทองคำนี้ไปขายเพื่อนำเงินมาลงทุนเพิ่ม แม่เห็นว่ายังไงคะ”
ซูเจียซินยืนยันหนักแน่น เธออยากเริ่มลงมือสร้างธุรกิจก่อนใคร หากช้ากว่านี้ก็จะตามหลังผู้อื่นแล้ว และเธอเคยไปเปิดร้านบะหมี่ที่นั่น ในเมื่อเป็นที่ที่เธอคุ้นเคยก็คงไม่ยาก ลำพังร้านนี้พอเลี้ยงดูสองคนแม่ลูก แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่มีบ้าน วันหน้าหากอยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เธอก็ต้องหาเงินเพิ่ม
“ถ้าลูกตัดสินใจแล้วก็ไปลองดูเถอะ ร้านก็ไม่ต้องเป็นห่วงแม่จะดูแลทางนี้ให้เอง”
ซูฟางเฟยยอมให้ลูกสาวเดินทางไปเมืองอวิ๋นเฉิง อย่างน้อยก็ให้ลูกได้ทำในสิ่งที่ฝัน
“ค่ะแม่”
ซูเจียซินตอบรับ และก็กอดแม่ของเธอเอาไว้ ทุกอย่างที่ทำเพราะเธออยากให้แม่มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ และดีขึ้นเรื่อย ๆ
ทางร้านบะหมี่ เมื่อมีสองแม่ลูกตระกูลเถามาช่วย ซูฟางเฟยก็สามารถดูแลร้านนี้ได้ เงินที่ต้องนำไปฝากสหกรณ์เธอก็ทำเองได้ เมื่อเห็นว่าแม่ของเธอเปลี่ยนไปแล้ว พึ่งพาตัวเองได้แล้ว ซูเจียซินก็ดีใจ
สองวันต่อมาซูเจียซินก็เดินทางไปเมืองอวิ๋นเฉิง นั่งรถไฟเกือบห้าชั่วโมงก็มาถึง ครั้นมาถึงที่นี่ก็เป็นช่วงบ่ายแก่แล้ว เธอจึงไปหาเกสต์เฮาส์พักก่อน ได้ที่พักแล้วก็ออกไปหาโทรศัพท์ เพื่อจะโทรไปบอกแม่ว่าเธอเดินทางมาถึงเมืองอวิ๋นเฉิงแล้ว
หญิงสาวโทรไปที่ร้านขายของชำแถวร้านบะหมี่ของเธอ ที่ร้านนั้นมีโทรศัพท์อยู่ ซูเจียซินโทรไปที่นั่น แล้วก็ให้ทางร้านไปตามแม่ของเธอมารับสาย จากนั้นก็เสียค่ารับโทรศัพท์หนึ่งหยวน
“ฉันมาถึงแล้วค่ะ ได้ที่พักแล้ว” ซูเจียซินบอกกับแม่ของเธอ
(ดูแลตัวเองด้วยนะ กลางคืนก็อย่าออกไปไหน) ซูฟางเฟยเอ่ยเตือน
“ฉันรู้แล้วค่ะ แม่อย่าลืมตรวจดูร้านอีกทีนะคะ ว่าปิดประตูเรียบร้อยดีหรือยัง” ซูเจียซินเอ่ยเตือนแม่ของเธอบ้าง
ซูฟางเฟยรู้จักมักคุ้นกับร้านค้าและบ้านเรือนแถวนั้นหมดแล้ว อีกทั้งร้านบะหมี่ก็ไม่ได้อยู่ในที่เปลี่ยวร้างผู้คน เพื่อนบ้านก็ยังพอดูแลกันได้
(จ้ะ แม่จะตรวจดูทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนเข้านอน) ซูฟางเฟยบอกกลับไป
ทั้งสองพูดคุยกันไม่นานแล้วก็วางสายไป
วันต่อมาซูเจียซินก็เดินไปแถวร้านค้าเดิมของเธอในชีวิตก่อน แต่ตอนนี้ที่นี่ยังไม่มีตึกอาคารมากมายเหมือนในตอนนั้น เพราะเธอมาเปิดร้านที่นี่หลังถูกบีบให้ออกจากงาน ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาอีกสิบปีข้างหน้า
ในตอนนั้นถนนย่านนี้คึกคักมาก ร้านค้ามากมาย ผู้คนต่างแวะมาเลือกซื้อของกันที่นี่ เธอเสียค่าเช่าไปไม่น้อยกว่าจะได้ทำเลดี ๆ มาขายบะหมี่
ทว่าตอนนี้ถนนเส้นนี้ยังไม่ได้มีร้านค้ามากมายเหมือนในตอนนั้น แต่ก็เห็นได้ว่าเริ่มมีการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ตึกที่พักอาศัย และร้านค้าตลอดแนวถนน อีกทั้งถนนเส้นนี้ก็มีตลาดเจียอี๋ที่โด่งดัง ลูกค้าทั่วสารทิศต้องมาหาซื้อของกันที่นี่ ที่อื่นไม่มีที่นี่มี แม่ค้าต่างก็อยากได้แผงขายของในตลาดนี้ ตอนนั้นซูเจียซินก็อยากได้ แต่เธอไม่มีโอกาสนั้น
ตอนนี้ตลาดเจียอี๋ยังไม่คึกคักเท่าตอนนั้น ซูเจียซินคิดว่าน่าจะยังมีพื้นที่ว่างให้เธอได้เช่าขายของ เพราะคิดแบบนั้นเธอจึงเดินทางมาที่นี่ เพื่อคว้าโอกาสก่อน
ตลาดเจียอี๋คึกคักตลอดทั้งวัน ซูเจียซินจึงมาเดินดูทำเลที่นี่ก่อน หญิงสาวเดินจนทั่วตลาด เมื่อได้ทำเลถูกใจแล้วก็ไปสอบถามกับคนดูแลตลาดนี้
หญิงสาวรู้สึกได้ว่าแม้ที่นี่จะยังไม่คึกคักเท่ากับที่เธอเห็นในชีวิตก่อน ทว่าก็ยังมีคนเดินซื้อของขายของกันพลุกพล่านอยู่ดี ความคึกคักนี้มากกว่าในตำบลที่เธออยู่ และวันหน้าจะต้องมากกว่านี้อีก
อีกทั้งก็ยังมีไซต์งานก่อสร้างที่กำลังสร้างตึก สร้างอาคารอีกหลายแห่งในถนนเส้นนี้ หากเธอเปิดร้านขายบะหมี่ กลุ่มคนพวกนี้ก็จะเป็นลูกค้าของเธอ
ซูเจียซินเลือกที่จะเช่าร้านขายบะหมี่ในตลาดเพราะทำเลดี ผู้คนเดินตลอด ซึ่งทางฝั่งนี้จะเป็นบริเวณที่ให้ขายอาหารอยู่แล้ว และก็โชคดีว่ายังไม่มีใครมาเปิดร้านขายบะหมี่ที่นี่
“ห้าสิบหยวนต่อเดือน จ่ายล่วงหน้าสามเดือนไหวไหม” คนดูแลตลาดถาม “ทำเลร้านตรงนี้ดีมากนะ อยู่ด้านหน้า และคนมาเดินตลาดก็จะเห็นก่อนใคร ที่ตรงนี้ก็เพิ่งว่าง และฉันก็เพิ่งไปทำความสะอาดมา ถ้าวันนี้ไม่ตัดสินใจพรุ่งนี้ก็อาจจะไม่ทันแล้ว”
คนดูแลตลาดไม่ได้ว่าเกินจริง ทำเลร้านตรงนั้นถ้าคนที่เช่าก่อนหน้าไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เขาก็คงขายของต่อ ตอนนี้คนที่รู้ว่าที่ตรงนั้นว่างมีไม่กี่คน แต่ละคนยังลังเลเรื่องค่าเช่าอยู่ หากหญิงสาวตรงหน้าไม่รีบตัดสินใจ เขาคิดว่าภายในวันนี้พรุ่งนี้เขาก็คงได้คนเช่าใหม่แล้ว
“ฉันเช่าค่ะ” ซูเจียซินตอบรับทันที เพราะเธออยากจะมาค้าขายที่นี่อยู่แล้ว
หลังจากนั้นผู้ดูแลตลาดก็ให้ซูเจียซินทำสัญญาเช่า และจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าสามเดือน ครั้นทำสัญญาเสร็จแล้ว ซูเจียซินก็ถามถึงช่างที่จะให้มาช่วยปรับปรุงร้านค้า หญิงสาวคิดว่าตลาดใหญ่แบบนี้น่าจะมีช่างเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็รู้จักช่างที่จะให้มาช่วยซ่อมแซมร้านค้าในตลาด
“ฉันพอรู้จักช่างอยู่ ที่ตลาดก็มักจะเรียกหาช่างคนนี้แหละเวลาเกิดปัญหา ฉันจะให้ที่อยู่ของเขากับเธอ ลองไปถามดูเองแล้วกัน ว่าเขาว่างมาทำงานให้เธอหรือไม่ ช่างคนนี้ทำงานดีใช้ได้เลย”
ด้วยความที่ดูแลตลาดนี้มานาน คนเข้าออกทุกครั้งก็ต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมร้านค้าแผงลอย ถานเสวี่ยเซิงจึงรู้จักกับช่างที่ทำงานซ่อมแซมร้านพวกนี้ดี และคนนี้ก็ทำงานใช้ได้ เขาจึงให้ที่อยู่ของช่างกับซูเจียซินไป
“ขอบคุณค่ะ” ซูเจียซินรับกระดาษที่มีที่อยู่ของช่างมา แล้วก็เอ่ยขอบคุณถานเสวี่ยเซิงไป จากนั้นก็ขอตัวกลับไปก่อน
ครั้นเดินออกมาจากตลาด ซูเจียซินเห็นอาคารพาณิชย์ที่อยู่เยื้องไปไม่มากกำลังก่อสร้างอยู่ หญิงสาวก็นึกอยากได้อาคารตรงนี้สักคูหา แต่ตอนนี้เงินสดในมือของเธอมีไม่มาก ทว่าเธอก็ยังมีทองคำอยู่อีกสามแท่ง
ซูเจียซินเห็นว่าไม่เสียหายที่จะไปถามราคาดูก่อน เมื่อตัดสินใจได้หญิงสาวก็เดินเข้าไปในสำนักงาน เพื่อจะสอบถามราคาอาคารพาณิชย์ที่กำลังก่อสร้างอยู่ เผื่อเธอจะสามารถซื้อได้สักคูหา เธอจะได้มีที่ทางเป็นของตัวเอง และพื้นที่แถบนี้วันหน้าจะกลายเป็นย่านธุรกิจสำคัญของเมืองนี้ ต่อไปจะเปิดร้านหรือจะทำอะไรก็ได้
“สวัสดีค่ะ” พนักงานเอ่ยทักทายเมื่อซูเจียซินเดินเข้ามาในสำนักงาน
“ไม่ทราบว่าอาคารพาณิชย์ตรงนี้มีคนจองห้องไปหมดหรือยังคะ” ซูเจียซินถาม
“ยังเหลืออยู่อีกคูหาหนึ่งค่ะ” พนักงานบอก “ตอนนี้มีรายการส่งเสริมการขายอยู่นะคะ ทางเราให้ผ่อนจ่ายได้สามงวดค่ะ”
ด้วยการแข่งขันที่เริ่มสูง มีอาคารก่อสร้างขึ้นมากมายในถนนเส้นนี้ และอาคารหลังนี้ก็ใกล้จะสร้างเสร็จแล้ว เพื่อให้ขายได้เจ้าของโครงการจึงได้จัดรายการส่งเสริมการขายขึ้นมา
เมื่อได้ยินว่าสามารถผ่อนจ่ายได้ ซูเจียซินก็ดวงตาเป็นประกายทันที เพราะจะมีเวลาให้เธอได้หาเงิน
“ราคาอยู่ที่คูหาละเท่าไหร่คะ” ซูเจียซินถาม
“อาคารของเราเป็นแบบสามชั้น ราคาอยู่ที่คูหาละเก้าพันหยวนค่ะ ผ่อนจ่ายได้สามงวด จ่ายก่อนสามพัน อีกสองเดือนมาจ่ายอีกสามพัน สองเดือนต่อไปก็จ่ายอีกสามพัน เท่ากับว่าจะมีเวลาผ่อนจ่ายอยู่สี่เดือน จ่ายเงินครบแล้วก็สามารถรับโฉนดไปครอบครองได้เลยค่ะ”
พนักงานนำเสนอขายอย่างเต็มที่ รอยยิ้มของเธอก็บอกได้ว่าอยากให้ซูเจียซินซื้อไป
“ถ้าอย่างนั้นฉันตกลงทำสัญญาซื้อขายค่ะ แต่ขอเป็นแบบผ่อนจ่ายนะคะ” ซูเจียซินบอก
“ได้เลยค่ะ”
พนักงานตอบรับด้วยความยินดี จากนั้นก็พาซูเจียซินไปดูห้องที่ว่างอยู่ ด้วยอาคารสร้างใกล้เสร็จแล้ว จึงสามารถเห็นสภาพห้องจริงได้ เมื่อซูเจียซินได้เดินดูภายในทั้งสามชั้นแล้วก็พยักหน้า จากนั้นทั้งสองคนก็กลับมาที่สำนักงานและเซ็นสัญญาซื้อขายกัน
ซูเจียซินอ่านสัญญาจบก็เซ็นชื่อลงไป แล้วก็จ่ายเงินงวดแรกให้กับพนักงาน เมื่อพนักงานนับเงินครบแล้วก็เซ็นชื่อกำกับในสัญญา จากนั้นก็ออกใบเสร็จรับเงินให้กับซูเจียซิน
ซูเจียซินคิดจะให้ที่นี่เป็นที่พักอาศัยของเธอกับแม่ด้วย ความรู้สึกว่ากำลังจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ทำให้เธอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/