บทที่ 11 เช่าร้านกับซื้อบ้าน 2
บทที่ 11 เช่าร้านกับซื้อบ้าน 2
ออกมาจากสำนักงานขาย ซูเจียซินก็ไปตามที่อยู่ที่คนดูแลตลาดให้มา แล้วก็ได้มาเจอผู้ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
“สวัสดีค่ะ ฉันมาตามที่อยู่ที่สหายถานในตลาดเจียอี๋ให้มาค่ะ พอดีว่าฉันเช่าพื้นที่ในตลาดไว้ จึงอยากจะหาช่างมาปรับปรุงร้านค่ะ” ซูเจียซินบอกเหตุผลที่เธอมาที่นี่กับคนตรงหน้าไป
“ถานเสวี่ยเซิงบอกกับคุณใช่ไหม” ว่านฮ่าวหยางถาม
“ใช่ค่ะ”
“คุณอยากจะตกแต่งร้านเป็นแบบไหนล่ะ” อีกฝ่ายถาม
“ฉันจะเปิดร้านขายบะหมี่ค่ะ”
ครั้นซูเจียซินบอกแบบนั้น ว่านฮ่าวหยางคิดว่าคงมีรายละเอียดงานค่อนข้างมาก บอกกันแบบนี้คงไม่เข้าใจ เขาจึงจะนัดเธอไปเจอกันที่หน้าร้านดีกว่า
“เอาอย่างนี้ดีไหม พรุ่งนี้สักเก้าโมงเช้าไปเจอกันที่ร้าน จะได้ดูด้วยว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง” ว่านฮ่าวหยางบอก
“ได้ค่ะ”
ซูเจียซินก็อยากให้เขาไปดูที่ร้านของเธอก่อนเช่นกัน หญิงสาวจึงได้แจงรายละเอียดว่าร้านของเธออยู่ตรงไหน แล้วก็กลับเกสต์เฮาส์ไป
คืนนั้นซูเจียซินก็วาดภาพออกมาคร่าว ๆ ว่าเธอต้องการให้ร้านเป็นแบบไหน จัดวางข้าวของอย่างไร เพราะเคยทำมาแล้วจึงไม่ใช่เรื่องยาก ซูเจียซินก็กำหนดออกมาได้เลยว่าเธอจะจัดวางร้านอย่างไร
เช้าวันต่อมาซูเจียซินก็ไปยังร้านค้าที่เธอเช่าไว้ เก้าโมงตรงว่านฮ่าวหยางก็มาถึง ทำให้ซูเจียซินค่อนข้างพอใจกับการตรงเวลาของเขา พลันให้นึกไปว่าเขาน่าจะมีความรับผิดชอบ
“ฉันลองวาดแบบคร่าว ๆ มาให้ช่างดูด้วยค่ะ”
ซูเจียซินเอาแบบร่างออกมาให้ว่านฮ่าวหยางได้ดูก่อน จากนั้นก็เข้าไปภายในร้าน พร้อมกับอธิบายไปด้วยว่าเธอต้องการร้านค้าแบบไหน และจัดวางข้าวของตรงไหนบ้าง
“ไม่มีปัญหาครับ”
ว่านฮ่าวหยางรับรู้ความต้องการของซูเจียซินแล้ว ก็คิดว่าไม่ใช่งานยากอะไรมาก ภายในร้านก็ทาสีใหม่ พื้นปูกระเบื้องใหม่ เดินสายไฟใหม่ทั้งหมด ติดหลอดไฟเพิ่ม ทางครัวก็ต้องทำใหม่ และก็ต้องวางระบบน้ำใหม่ด้วย
จากนั้นทั้งสองก็มาพูดถึงสัญญาว่าจ้าง และค่าใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อตกลงราคากันได้ ซูเจียซินก็ให้อีกฝ่ายเริ่มงานได้ทันที
“ไม่เกินสิบวันก็น่าจะแล้วเสร็จ ผมจะพยายามเร่งงานให้”
ว่านฮ่าวหยางว่า พื้นที่ไม่ได้มาก และเขามีคนช่วยทำงาน สิบวันเป็นแค่การบอกเผื่อไว้ เขาอาจจะทำงานเสร็จเร็วกว่าที่บอก
“ได้ค่ะ”
หลังเซ็นสัญญาว่าจ้างและจ่ายเงินงวดแรกแล้ว ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันกลับไป พรุ่งนี้ว่านฮ่าวหยางถึงจะเริ่มงาน วันนี้เขาต้องไปสั่งของที่จะใช้ก่อน
แยกกับว่านฮ่าวหยางแล้ว ซูเจียซินก็ไปเดินสำรวจตลาดต่อ เพื่อจะไปดูราคาอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะใช้ในร้านบะหมี่ และติดต่อร้านขายแป้งกับเนื้อสัตว์เอาไว้ด้วย
ซูเจียซินมองหาบ้านเช่าไปด้วย ที่ร้านพักอาศัยไม่ได้ เธอจึงต้องมองหาบ้านเช่าที่อยู่ไม่ไกลจากตลาด เพื่อที่เธอกับแม่จะได้ใช้พักอาศัยไปก่อน
ส่วนอาคารพาณิชย์หลังนั้นแม้จะทำสัญญาซื้อขายไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าอยู่ได้ในเร็ว ๆ นี้ และเธอยังจะต้องตกแต่งเพิ่มอีก คงใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะย้ายไปอยู่ที่นั่นได้
โชคดีว่าซูเจียซินหาได้บ้านเช่าหลังหนึ่ง เป็นบ้านชั้นเดียวมีลานหน้าบ้านอีกเล็กน้อย ภายในบ้านมีสามห้องนอน หนึ่งห้องโถง ห้องน้ำและห้องครัวอยู่ด้านหลัง เช่าเดือนละยี่สิบหยวน เธอรับราคานี้ได้จึงได้ทำสัญญาเช่าทันที
เมื่อจัดการเรื่องทางนี้แล้วเสร็จ ระหว่างรอร้านปรับปรุง ซูเจียซินก็เดินทางกลับตำบลเยว่จวน กลับมาถึงที่ร้านก็เห็นว่าแม่ของเธอนั่งรออยู่ที่หน้าร้าน ด้วยซูฟางเฟยรู้ว่าลูกสาวจะกลับมาวันนี้จึงได้มารอ
“ทำไมมานั่งรอตรงนี้ละคะ” ซูเจียซินถาม
“เห็นลูกไม่มาสักทีเลยออกมารอที่หน้าร้าน” ซูฟางเฟยบอก “กินข้าวมาหรือยัง แม่ทำกับข้าวไว้ให้แล้ว”
“ยังค่ะ” ซูเจียซินตอบ เธอรู้ว่าแม่จะต้องทำกับข้าวไว้ให้ จึงเลือกที่จะกลับมากินข้าวที่ร้าน
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกินข้าวกันก่อน”
ซูฟางเฟยบอกกับลูกสาว ส่วนเธอกินข้าวไปแล้ว ซูฟางเฟยไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เธอจะไม่ใช้ชีวิตให้ลูกสาวต้องเป็นห่วงอีก
“ดีแล้วค่ะ หิวก็กินก่อน ไม่ต้องรอฉัน” คนเป็นลูกบอก แล้วก็จูงมือแม่เข้าร้านไป
ปิดประตูร้านเรียบร้อยแล้ว ซูเจียซินก็ไปนั่งกินข้าว ส่วนซูฟางเฟยก็นั่งอยู่กับลูกสาวด้วย
“ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง” ซูฟางเฟยอยากรู้ว่าลูกสาวไปเมืองอวิ๋นเฉิง ได้จัดการอะไรไปบ้างแล้ว
“ฉันเช่าร้านไว้แล้วค่ะ ตอนนี้ช่างกำลังตกแต่งร้านอยู่ บ้านก็เช่าไว้แล้ว”
ซูเจียซินไม่ได้โทรมาบอกเรื่องเช่าร้านกับแม่ของเธอ เพราะคิดว่าจะมาพูดคุยกันที่บ้านดีกว่า อย่างไรแม่ก็ให้เธอตัดสินใจอยู่แล้ว
“แม่คะ เราย้ายไปอยู่เมืองอวิ๋นเฉิงกันเถอะค่ะ ฉันซื้ออาคารพาณิชย์ไว้คูหาหนึ่งด้วย”
ซูเจียซินบอก และก็มัดมือชกแม่ของเธอไปด้วย เธอซื้ออาคารพาณิชย์ไปแล้ว ยังไงแม่ของเธอก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกันแล้วล่ะ
ซูฟางเฟยนิ่งไปชั่วครู่ ไม่คิดว่าลูกสาวเดินทางไปเมืองอวิ๋นเฉิงไม่กี่วัน ก็จัดการเรื่องได้มากมายขนาดนี้ สำหรับซูฟางเฟยแล้ว ลูกอยู่ไหนเธอก็อยู่ที่นั่น เธอไม่ใช่คนขี้กลัวเหมือนเดิมอีก และที่สำคัญลูกสาวก็จัดการซื้ออาคารพาณิชย์ไปแล้ว เธอจะว่าอะไรได้อีก
“แม่ไม่พอใจหรือเปล่าคะ ที่ฉันตัดสินใจโดยไม่ได้ปรึกษาแม่ก่อน” ซูเจียซินถามเมื่อเห็นว่าแม่ของเธอเงียบไป
ซูฟางเฟยส่ายหน้า
“ไม่จ้ะ ลูกว่ายังไงแม่ก็ว่าอย่างนั้น” ซูฟางเฟยบอก ก่อนจะยื่นมือไปลูบที่แก้มของลูกสาว ซูเจียซินก็เอียงแก้มไปสัมผัสกับมือของแม่ “ถ้าเราย้ายไปแล้วร้านนี้จะทำยังไงจ๊ะ”
ซูเจียซินเห็นว่าแม่ยอมย้ายไปอยู่ที่เมืองอวิ๋นเฉิงกับเธอแล้วก็ยิ้มออกมา ตอนแรกเธอก็นึกอยู่ว่าจะต้องเสียเวลาเกลี้ยกล่อมแม่อีกนาน
“ฉันจะถามเถาซูเจียวก่อนค่ะ ว่าอยากจะทำร้านนี้ต่อหรือเปล่า ให้เธอค่อย ๆ ผ่อนจ่ายค่าร้านกับเราก็ได้”
ซูเจียซินรู้ว่าร้านนี้ทำกำไรได้เท่าไหร่ เธออยากจะช่วยเถาซูเจียวให้มีอาชีพที่มั่นคง จึงจะให้อีกฝ่ายรับช่วงต่อร้านนี้ และผ่อนจ่ายค่าร้านให้เธอภายหลัง เธอเคยได้รับโอกาสจากเถ้าแก่ เธอก็อยากส่งต่อโอกาสนี้ให้กับคนอื่นบ้าง
“แต่ถ้าเถาซูเจียวไม่อยากทำต่อ ฉันก็อยากให้แม่ลองไปถามป้าสะใภ้ดูค่ะ เผื่อว่าพวกเขาจะอยากทำร้านนี้ต่อ ตอนนี้ก็มีพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้อยู่ ให้ทั้งสองมาขายบะหมี่ที่ร้านก็ได้”
ซูเจียซินบอกกับแม่ของเธอ เพราะป้าสะใภ้เคยปฏิเสธที่จะมาช่วยงานร้านบะหมี่ เธอจึงจะถามกับเถาซูเจียวก่อน หากอีกฝ่ายไม่สนใจเธอก็จะให้แม่ไปถามกับป้าสะใภ้ดูว่าสนใจหรือไม่
“ได้” ซูฟางเฟยว่า “รอถามเถาซูเจียวก่อนแล้วกัน”
“ค่ะ” ซูเจียซินตอบรับ
หลังกินข้าวอิ่มแล้ว หญิงสาวก็เก็บจานไปล้าง ทำความสะอาดแล้วเสร็จ แม่กับลูกก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/