LNCrawler

บทที่ 12 ขายร้านบะหมี่ 1

ชีวิตใหม่นี้ไม่เหมือนเดิมอีก — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 12 ขายร้านบะหมี่ 1

เถาซูเจียวรู้ว่าซูเจียซินไปหาลู่ทางค้าขายในเมืองอวิ๋นเฉิง แต่ยังไม่รู้ว่าได้เรื่องอย่างไรบ้าง กระทั่งร้านปิดแล้วซูเจียซินก็เรียกเถาซูเจียวมาพูดคุยด้วย

“ฉันจะย้ายไปอยู่ในเมือง ทางนั้นก็หาที่ทางเปิดร้านได้แล้ว ร้านนี้คงไม่ได้กลับมาดูแลอีก เธออยากได้ร้านนี้ไว้ไหม ยังไม่ต้องจ่ายเงินซื้อตอนนี้ก็ได้ ค่อยมาผ่อนจ่ายทีหลัง” ซูเจียซินถามกับเถาซูเจียว

ซึ่งเถาซูเจียวก็เคยคิดเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน ว่าหากซูเจียซินย้ายไปค้าขายในเมือง ก็มีโอกาสที่หญิงสาวจะเลิกขายบะหมี่ตรงนี้ เธอต้องคิดเผื่อว่าถึงเวลานั้นตัวเองจะทำอย่างไรต่อไป แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะรับช่วงต่อร้านนี้มา

“ฉันรับร้านนี้ไว้ไม่ได้หรอกค่ะ พ่อของฉันติดเหล้าและเล่นการพนัน เงินที่ฉันขายบะหมี่ได้พ่อคงมาเอาไปหมด ร้านนี้คงเปิดได้ไม่กี่เดือนก็เจ๊งไม่เป็นท่า”

เถาซูเจียวบอกกลับไป เพราะรู้ว่าพ่อของเธอเป็นคนยังไง ถ้ารู้ว่าร้านนี้เป็นของเธอ เขาคงพาสหายมาดื่มกินที่นี่ และคงมาเอาเงินของร้านไปจนหมด เธอไม่มีทางผ่อนจ่ายร้านนี้ได้ สุดท้ายก็คงไม่เหลืออะไรเลย

“ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากติดตามพี่ไปด้วยค่ะ ฉันอยากไปช่วยพี่เปิดร้านในเมือง และถ้าไม่รบกวนพี่มากเกินไป ฉันก็อยากจะพาน้องสาวไปด้วยค่ะ ฉันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของน้องสาวเอง ดีกว่าปล่อยให้เธออยู่กับพ่อแบบนี้ ฉันกลัวว่าสักวันพ่อจะเอาน้องไปขายแลกค่าเหล้า”

เถาซูเจียวรู้ว่าเธอขอร้องซูเจียซินมากเกินไป แต่ถ้าเธอไม่อยู่บ้านก็เป็นห่วงน้องสาว ทว่าถ้าไม่ได้จริง ๆ เธอก็จะไปหาลู่ทางก่อน แล้วค่อยกลับมารับน้องสาวไปอยู่ด้วยกัน

“ได้ ถ้าอย่างนั้นเธอก็เตรียมตัวให้พร้อม หากจัดการเรื่องทางนี้แล้วเสร็จ พวกเราจะเดินทางกันทันที”

ซูเจียซินบอก หญิงสาวยอมให้น้องสาวของเถาซูเจียวไปด้วย เพราะชีวิตก่อนเธอเคยรู้จักกับเถาซูเม่ย เด็กสาวคนนั้นก็ขยันไม่ต่างจากพี่สาวของเธอ แค่พูดน้อยกว่าเท่านั้น

“ขอบคุณค่ะ ฉันจะตั้งใจทำงาน จะไม่ทำให้พี่ผิดหวังในตัวฉัน”

เถาซูเจียวลุกขึ้นมาโค้งตัวขอบคุณให้กับซูเจียซิน เพราะถือว่าอีกฝ่ายเป็นผู้มีพระคุณช่วยเหลือเธอกับน้อง

 

เมื่อได้คำตอบจากเถาซูเจียวแล้ว ซูฟางเฟยก็เดินทางกลับไปที่หมู่บ้านหงจวิน เพื่อจะไปถามเรื่องร้านบะหมี่กับพี่สะใภ้

“ทำไมกลับมาเวลานี้ล่ะ” ตู้หลันเฟินเห็นน้องสามีกลับบ้านเวลานี้ก็นึกแปลกใจ

“มีเรื่องจะมาคุยกับพี่สะใภ้และพี่ใหญ่ค่ะ” ซูฟางเฟยบอก

“ถ้าอย่างนั้นก็รอก่อน อีกเดี๋ยวพี่ใหญ่ของเธอก็คงกลับมาแล้ว”

ตู้หลันเฟินว่า แล้วก็สังเกตสีหน้าของน้องสามีไปด้วย ครั้นเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียด เธอก็คิดเอาว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรง

ซูฟางเฟยมองไปรอบบ้านไม่เห็นมีใครอยู่อีก ก็ถามถึงหลานสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามา

“จินเยว่ไม่อยู่เหรอคะ”

“ไปช่วยงานที่แปลงนาน่ะ เด็กคนนี้ขยันมาก ครั้งนี้ถือว่าตระกูลซูแต่งลูกสะใภ้ไม่ผิดจริง ๆ”

ตู้หลันเฟินเอ่ยชมลูกสะใภ้คนโต เพราะทั้งอดทั้งทนและก็ขยันมาก

“ดีแล้วค่ะ” ซูฟางเฟยว่า ได้ลูกสะใภ้ที่ขยันและไม่สร้างเรื่องก็ถือว่าดีมากแล้ว

ไม่นานหลังจากนั้นคนบ้านซูก็กลับมา และก็ต้องแปลกใจที่เห็นซูฟางเฟยกลับมาที่บ้าน ซูสือเหล่ยล้างมือล้างหน้าเสร็จก็เดินมาถามกับน้องสาว

“มีอะไรหรือเปล่า ถึงได้กลับบ้านมาเวลานี้” ผู้เป็นพี่ชายถามด้วยความเป็นห่วง

“ถ้าอย่างนั้นก็มานั่งคุยกันเถอะค่ะ ฉันจะได้พูดทีเดียว” ซูฟางเฟยว่า

จากนั้นทุกคนก็เดินมานั่งคุยกันที่โถงกลางบ้าน

“เจียซินคิดจะไปเปิดร้านบะหมี่ในเมืองค่ะ ตอนนี้ก็หาที่ทางได้แล้ว ร้านทางนี้ฉันจึงอยากจะขาย เลยมาถามพี่สะใภ้ว่าสนใจจะซื้อร้านบะหมี่ต่อจากฉันหรือเปล่า กำไรต่อเดือนก็ไม่น้อย พอจุนเจือครอบครัวได้สบาย ฉันจึงอยากจะถามคนกันเองก่อน ยังไม่ต้องจ่ายเงินค่าร้านให้ฉันตอนนี้ก็ได้ พวกเราก็มาทำสัญญาผ่อนจ่ายกันไป”

เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญ ซูฟางเฟยก็ไม่อยากให้ลูกสาวถูกเอาเปรียบ เธอจึงได้พูดเรื่องสัญญาซื้อขายร้านกับพี่ชายอย่างตรงไปตรงมา

“แน่ใจแล้วรึที่จะไปเปิดร้านในเมือง ที่นั่นอยู่ห่างไกลกันมากนะ”

ซูสือเหล่ยนึกเป็นห่วงสองแม่ลูกที่ต้องไปอยู่ไกลบ้าน อยู่ในตำบลเดินทางไม่กี่นาทีก็ถึง มีอะไรก็ช่วยกันได้ แต่ถ้าไปอยู่ในเมืองก็จะยิ่งติดต่อกันยาก

“ค่ะ เจียซินตกแต่งร้านทางนั้นไว้แล้ว”

ซูฟางเฟยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่เธอไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ลูกสาวซื้ออาคารพาณิชย์ด้วย เพราะไม่อยากให้เป็นที่อิจฉากัน

“เธอเปลี่ยนไปมากนะ”

ตู้หลันเฟินเอ่ยกับซูฟางเฟย น้องสามีมาพูดจากับเธอกับสามีแบบนี้ ก็รู้ได้ว่าซูฟางเฟยเปลี่ยนไปมาก กล้าคิดกล้าทำ ไม่ใช่คนขี้กลัวคนเดิมอีกแล้ว ทว่าความมั่นใจนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็จะได้ไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบง่าย ๆ

“ฉันไม่อยากเป็นภาระของลูกค่ะ จำต้องเปลี่ยนตัวเอง” ซูฟางเฟยบอก

“คิดได้แบบนั้นก็ดีแล้ว” ตู้หลันเฟินเห็นด้วยที่ซูฟางเฟยคิดแบบนี้ ก่อนที่เธอจะหันไปบอกกับสามี

“ฉันอยากได้ร้านนั้นไว้ให้จินเยว่กับหว่านถิงค่ะ ให้ทั้งสองคนไปช่วยกันค้าขายในตำบล ยังไงงานในไร่นาก็ไม่เหมาะกับเด็กสาว”

ตู้หลันเฟินเห็นว่าร้านบะหมี่ขายดีมาก คงทำเงินได้ต่อเดือนไม่น้อย ไม่อย่างนั้นซูเจียซินคงไม่มีเงินไปเปิดร้านในเมือง เรื่องดี ๆ แบบนี้จะให้คนอื่นไปได้ยังไง ให้ลูกสาวกับลูกสะใภ้ของเธอไปทำดีกว่า

“ถ้าพี่สะใภ้ตัดสินใจแบบนี้ ก็ให้ทั้งสองคนไปทำงานที่ร้านดูก่อน จะได้รู้ด้วยว่าต้องทำอะไรบ้าง และติดต่อกับใครบ้าง เรื่องสัญญาซื้อขายค่อยมาว่ากันอีกที”

“ได้” ซูสือเหล่ยตอบรับในที่สุด และเขาเห็นด้วยที่จะจัดการเรื่องเงินให้ชัดเจน “เรื่องสัญญาก็ทำให้ชัดเจนต่อไปจะได้ไม่มีเรื่องให้ผิดใจกัน”

“ค่ะ” ซูฟางเฟยตอบรับ

เมื่อได้ยินว่าครอบครัวจะมีร้านบะหมี่เป็นของตนเอง ซูหว่านถิงและหลิวจินเยว่ก็ดีใจ เพราะคิดว่าน่าจะหาเงินเข้าบ้านได้อีกทาง

หลังจากนั้นทุกคนก็ไปกินข้าวและก็รีบพักผ่อน พรุ่งนี้ซูหว่านถิงกับหลิวจินเยว่ จะเดินทางไปตำบลพร้อมกับซูฟางเฟยด้วย

ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

003f5a0565eb5117f1fddf0686178fea.jpg

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/

https://www.mebmarket.com/ebook-466682-%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81