บทที่ 12 ขายร้านบะหมี่ 2
บทที่ 12 ขายร้านบะหมี่ 2
ซูหว่านถิงกับหลิวจินเยว่มาเรียนรู้งานที่ร้านบะหมี่ได้สิบวัน ทั้งสองก็กลับไปบอกซูสือเหล่ยว่าสามารถขายบะหมี่กันเองได้ ซูสือเหล่ยจึงพาตู้หลันเฟินมาเจรจากับน้องสาวที่ร้านบะหมี่ ครั้นมาเห็นร้านครั้งแรกก็ได้รู้ว่าที่ร้านขายดีมาก คนเข้าตลอด เขาก็นึกขอบคุณน้องสาวอยู่ในใจที่ยอมขายต่อร้านบะหมี่นี้ให้กับเขา
“แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าทำได้” ซูสือเหล่ยถามกับลูกสาวและลูกสะใภ้อีกครั้ง
“ทำได้ค่ะพ่อ ฉันอยากขายบะหมี่ค่ะ” ซูหว่านถิงตอบกลับไป
หญิงสาวรู้ว่าถ้าเธอได้ร้านนี้มา จะสามารถหาเงินได้มากกว่าการไปเป็นลูกจ้างของผู้อื่น แม้ช่วงแรกจะลำบากสักหน่อยกับการปรับตัว และยังต้องผ่อนจ่ายค่าร้านอีก แต่คิดว่าคงใช้เวลาไม่กี่เดือนก็น่าจะผ่อนหมด หลังจากนั้นก็เป็นเงินที่จะเข้าส่วนกลางของบ้านแล้ว สิ่งที่อาหญิงมอบให้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก คงหาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว
“ดี”
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากลูกสาวแล้ว ซูสือเหล่ยก็เรียกซูฟางเฟยกับซูเจียซินมาพูดคุยตกลงกัน ที่เรียกซูเจียซินมาด้วยก็เพราะรู้ว่าการตัดสินใจทั้งหมด อยู่ที่ซูเจียซินเป็นหลัก น้องสาวของเขาโชคดีที่มีลูกสาวแบบนี้
“ลุงจะจ่ายเงินให้เธอก่อนหนึ่งพันหยวน ที่เหลือคงต้องขอผ่อนจ่ายกับเธอแล้ว”
เงินหนึ่งพันหยวนนี้เป็นเงินเก็บทั้งหมดของบ้านแล้ว เดิมเงินเก็บมีมากกว่านี้ แต่เอาไปใช้จัดงานแต่งให้ลูกชายคนโตแล้ว เงินนี้ก็เตรียมไว้แต่งลูกชายคนรอง ทว่าก็เอามาจ่ายค่าร้านให้กับซูเจียซินก่อน หลังจากนี้ค่อยเก็บออมกันใหม่
“เขียนสัญญาผ่อนจ่ายกันให้เรียบร้อย วันหน้าจะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง เรื่องเงินทองแม้จะกับพี่น้องก็ต้องให้ชัดเจน” ซูสือเหล่ยบอกกับซูเจียซิน
“ได้ค่ะ”
ที่ต้องรอสิบวันกว่าจะมาพูดคุยเรื่องนี้กัน เพราะก่อนหน้านั้นซูเจียซินได้เดินทางไปเมืองอวิ๋นเฉิง เธอไปดูความคืบหน้าของการปรับปรุงร้าน และไปจัดหาซื้อที่นอนพร้อมกับของใช้ในบ้านเตรียมไว้ด้วย แล้วก็รอให้ซูหว่านถิงกับหลิวจินเยว่เรียนรู้งานจนคล่องก่อน และทำบะหมี่กับหมูตุ๋นให้ได้รสชาติคงที่
ก่อนหน้านั้นซูเจียซินยังไม่ได้จัดหาซื้อของเข้าไปไว้ในบ้านเช่า เพราะเธอไม่แน่ใจว่าซูฟางเฟยจะยินยอมตามเธอมาเปิดร้านในเมืองหรือไม่ ตอนนั้นก็แอบคิดว่าถ้าแม่ไม่มาด้วย เธอก็อาจจะเปิดร้านที่ตำบลให้แม่ดูแล และเธอมาดูแลร้านที่เมืองอวิ๋นเฉิงนี้
ครั้นซูฟางเฟยยอมตามลูกสาวมาอยู่ในเมืองด้วย และยังมีพี่น้องตระกูลเถาอีก ซูเจียซินก็จำต้องกลับมาจัดการธุระทางนี้ไว้รอ
เมื่อซูสือเหล่ยและตู้หลันเฟินรู้ว่าหลานสาวกลับมาแล้ว ก็ได้มาพบกับซูเจียซินที่ร้าน
“ฉันคิดค่าร้านนี้สี่พันหยวนค่ะ ข้าวของทุกอย่างในร้านยกให้ทั้งหมด เครื่องปรุงวัตถุดิบที่เหลือก็ยกให้หมดเลยค่ะ ที่นอนผ้าห่มในห้องด้านหลังก็ยกให้ทั้งหมดเช่นกันค่ะ เป็นของที่ฉันกับแม่เพิ่งซื้อมาใหม่ หากไม่รังเกียจเอาไปซักสักหน่อยก็ใช้ได้ค่ะ”
ซูเจียซินขายร้านในราคาที่สูงกว่าที่เธอซื้อมา ทว่าเธอก็ให้วัตถุดิบที่เพิ่งซื้อมากับพวกเขาทั้งหมด สูตรน้ำซุปและหมูตุ๋นก็เป็นของเธอ ห้องพักด้านหลังก็มีเครื่องนอนครบ ไม่ต้องหาซื้อมาอีก ราคานี้ถือว่าเป็นราคาพี่น้องแล้ว
“ขอบใจมาก”
ซูสือเหล่ยรู้ว่าราคานี้ไม่ได้แพงนัก และยังได้ข้าวของทุกอย่างอีก ราวกับว่าซูฟางเฟยและซูเจียซินออกไปแต่ตัวเท่านั้น
“แล้วเธอสองคนจะทำยังไงต่อ ยกของพวกนี้ให้เราหมด ไม่เท่ากับต้องไปหาซื้อใหม่หมดเลยรึ” ตู้หลันเฟินถามด้วยความเป็นห่วง
“ค่ะ ฉันไม่สะดวกขนของไปเอง ค่าขนของกับค่าซื้อของใหม่คงไม่ต่างกันมาก ฉันไปหาซื้อใหม่ดีกว่าค่ะ” ซูเจียซินบอก
ตู้หลันเฟินได้ยินแบบนั้นก็แอบมองค้อนหลานสาว เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะเหลือของไว้ให้พวกเธอ จึงได้พูดแบบนั้น ทว่าตู้หลันเฟินก็รู้สึกขอบคุณในน้ำใจของน้องสามีและหลานสาวผู้นี้
จากนั้นซูเจียซินก็เขียนสัญญาซื้อขายร้านอย่างง่าย ๆ ขึ้นมาสองฉบับ ให้ทุกคนลงชื่อรับรู้ก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้น แล้วก็รับเงินมาก่อนหนึ่งพันหยวน
“ในเมื่อทำสัญญากันแล้ว วันมะรืนฉันกับแม่จะย้ายออกไปค่ะ ส่วนวันพรุ่งนี้พี่หว่านถิงกับพี่สะใภ้ก็มาขายของที่ร้านได้เลย แต่ฉันกับแม่คงไม่ได้ช่วยงานที่ร้านแล้ว เถาซูเจียวก็จะย้ายไปกับฉันด้วย” ซูเจียซินบอก
ถ้าไม่กลัวว่างานจะหนักเกินไป หญิงสาวสองคนก็ช่วยกันขายบะหมี่ได้ ก่อนหน้านั้นที่ซูเจียซินรับเถาซูเจียวมาช่วยงานในร้าน เพราะไม่อยากให้แม่ของเธอทำงานหนักเกินไป ส่วนแม่ของเถาซูเจียวมาช่วยงานที่ร้านได้ไม่นานก็เลิกทำไป เหตุเพราะสามีของเธออยากให้ภรรยาอยู่บ้านดูแลเขามากกว่า
“ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ป้าจะมาช่วยทั้งสองคนเอง”
ตู้หลันเฟินบอก เธอจะมาช่วยลูกสาวกับลูกสะใภ้ขายบะหมี่ และจะมาดูด้วยว่าทั้งสองคนขายของกันเองไหวหรือไม่
“พรุ่งนี้ไปทำเรื่องโอนย้ายชื่อผู้ครอบครองโฉนดของร้านด้วยนะคะ จะให้เป็นชื่อของใครก็เตรียมเอกสารมาให้เรียบร้อย”
“ลุงรู้แล้ว” ซูสือเหล่ยว่า คืนนี้เขาจะกลับไปคุยเรื่องนี้กับภรรยาอีกที
หลังพูดคุยตกลงกันเข้าใจแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไป เหลือซูฟางเฟยกับซูเจียซินอยู่ที่ร้านด้วยกันสองคน
“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงร้านนี้แล้วนะคะ ฉันเห็นแล้วว่าพี่หว่านถิงมีหัวในการค้าขาย และพี่สะใภ้ก็ขยันขันแข็ง วันหน้าบ้านลุงใหญ่จะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ” ซูเจียซินบอกแม่ของเธอ
“แม่รู้”
ซูฟางเฟยมีความสุขที่เธอสามารถช่วยให้พี่ชายและครอบครัว มีลู่ทางทำมาหากินเพิ่มได้ ถ้าขยันและอดออมวันหน้าจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น ต่อไปพี่สะใภ้ของเธอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแต่งงานของลูก ๆ อีก
“ขอบใจลูกมากที่คิดช่วยพี่ ๆ” ทั้งหมดนี้เธอรู้ว่าเป็นความช่วยเหลือของลูกสาว
“พวกเราเป็นคนตระกูลซูเหมือนกันนี่คะ”
ซูเจียซินว่า และหญิงสาวก็อยากจะตอบแทนครอบครัวของลุงใหญ่ด้วย หากไม่มีพวกเขาช่วย เธอกับแม่ก็อาจจะยังไม่ได้ออกมาจากตระกูลซ่ง
“ใช่ เพราะพวกเราเป็นตระกูลซูเหมือนกัน ต้องช่วยเหลือกัน”
ซูฟางเฟยตอบรับด้วยความดีใจ เธออยากให้พี่น้องรักกันและคอยช่วยเหลือกัน วันหน้าเมื่อเธอไม่อยู่แล้ว ลูกสาวก็จะได้มีพี่ ๆ คอยช่วยเหลือ เพราะซูเจียซินตัวคนเดียว หากถึงวันนั้นเธอก็เป็นห่วงลูกสาว
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/