บทที่ 13 เปิดร้านบะหมี่ในเมือง 1
บทที่ 13 เปิดร้านบะหมี่ในเมือง 1
เมื่อจัดการธุระแล้วเสร็จ วันต่อมาซูเจียซินก็พาแม่และสองพี่น้องตระกูลเถา นั่งรถไฟไปเมืองอวิ๋นเฉิงกันแต่เช้า ไปถึงที่นั่นก็เป็นช่วงบ่าย ลงรถไฟแล้วหญิงสาวก็พาทุกคนไปกินมื้อเที่ยงกันก่อน อิ่มกันแล้วก็ไปที่บ้านเช่า
มาถึงที่บ้านเช่าก็จัดแจงห้องพักให้ทุกคนได้เอาของไปเก็บก่อน แล้วก็มาช่วยกันทำความสะอาดบ้าน
“วันนี้ก็พักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” ซูเจียซินบอกกับทุกคน
ซูฟางเฟยพักห้องหนึ่ง ซูเจียซินพักห้องหนึ่ง สองพี่น้องตระกูลเถาพักอยู่ด้วยกันอีกห้องหนึ่ง สองพี่น้องตระกูลเถาสามารถมากับซูเจียซินได้ เพราะพวกเธอสัญญากับผู้เป็นพ่อไว้ว่าจะส่งเงินมาให้ทุกเดือน เขาจึงยอมให้ลูกสาวมาทำงานกับซูเจียซิน
สองพี่น้องได้ออกมาจากบ้าน ก็ไม่มีความกังวลหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด กลับรู้สึกยินดีและสบายใจมากกว่า เถาซูเจียวเคยคิดจะให้แม่ของเธอออกมาจากตระกูลเถาด้วย แต่ผู้เป็นแม่ไม่ยอมและไม่คิดจะหย่า
แต่ถึงอย่างนั้นแม่ของเธอก็ไม่ได้ห้ามที่ลูกสาวจะจากบ้านหลังนั้นไป ด้วยคิดว่าให้ลูกไปอยู่ที่อื่นจะดีกับลูกมากกว่า ส่วนเธอไม่กล้าหย่าเพราะรู้ว่าบ้านเดิม คงไม่ยอมให้เธอกลับไปอยู่ด้วยเหมือนซูฟางเฟย เธอกลัวไม่มีที่ไปมากกว่า
เมื่อจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน นอนหลับคนละตื่น ตอนเย็นก็พากันออกไปเดินเล่นแถวนั้น และหาซื้ออาหารมากินกัน พร้อมกับของสดเอาไว้ทำกับข้าว
ช่างใช้เวลาปรับปรุงร้านไม่ถึงสิบวัน ก่อนหน้านั้นซูเจียซินได้กลับมาจ่ายเงินงวดสุดท้ายไปแล้ว และเธอก็หาซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในร้านมาเก็บไว้หมดแล้ว แต่ข้าวของยังกองอยู่ในร้าน ยังไม่ได้จัดเก็บ
เช้าวันต่อมาเถาซูเจียวก็ลุกขึ้นมาทำอาหาร ส่วนเถาซูเม่ยก็ช่วยทำความสะอาดบ้าน เพราะซูเจียซินให้ทั้งสองคนพักอยู่ที่บ้านเช่าด้วยกัน โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า และยังจะจ้างเถาซูเม่ยมาทำงานที่ร้านบะหมี่ด้วย สองพี่น้องจึงช่วยทำงานบ้านเป็นการตอบแทน
“เหนื่อยพวกเธอแล้ว”
ซูเจียซินบอก หลังออกจากห้องมาแล้วเห็นว่าสองพี่น้อง ได้ทำความสะอาดบ้านและทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อทั้งสองมีใจอยากตอบแทนซูเจียซินก็ไม่ว่า และห้ามไปก็คงไม่มีใครฟัง
“ไม่เหนื่อยค่ะพี่ งานบ้านแค่นี้สบายมาก”
เถาซูเจียวบอก เพราะอยู่ที่บ้านเธอกับน้องก็ต้องทำงานพวกนี้อยู่แล้ว และเธอกินข้าวของผู้อื่น พักอาศัยอยู่กับผู้อื่นโดยไม่เสียเงิน จะให้อยู่เฉยก็รู้สึกไม่สบายใจ
“ทำความสะอาดบ้านกับทำอาหารก็พอนะ เสื้อผ้าของพี่กับแม่ไม่ต้องซัก เรื่องนั้นพวกเราจะทำกันเอง”
ซูเจียซินไม่คิดจะใช้งานคนอื่นเกินไป เอาแค่ที่ทั้งสองคนทำไหวก็พอ
“ค่ะ” เถาซูเจียวตอบรับ
หลังกินข้าวแล้วเถาซูเม่ยก็เอาถ้วยจานไปล้าง ส่วนในครัวเถาซูเจียวเก็บกวาดไปหมดแล้ว จากนั้นทั้งสี่คนก็ไปดูร้านที่ซูเจียซินเช่าไว้
“ผู้คนที่นี่คึกคักกว่าในตำบลอีก”
ซูฟางเฟยบอกกับลูกสาว ตอนเย็นคนเดินตลาดก็เยอะ เมื่อวานเธอได้เห็นแล้ว เท่ากับว่าคนเดินตลาดกันทั้งวัน และตลาดเจียอี๋ก็อยู่ห่างจากบ้านไม่มากด้วย
“ใช่ค่ะ ฉันคิดว่าเราจะต้องขายดีมากแน่ ๆ ขายดีกว่าในตำบลอีกค่ะ”
ซูเจียซินตอบรับผู้เป็นแม่ ก่อนจะยิ้มออกมา ได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาวก็พลอยให้คนเป็นแม่มีความสุขไปด้วย เดินไม่นานก็มาถึงที่ร้าน
“ถึงแล้วค่ะ”
มาถึงที่ร้านซูฟางเฟยก็เห็นป้ายร้านที่สะดุดตาทันที ป้ายร้านมีพื้นเป็นสีแดง ตัวอักษรสีทอง เขียนคำว่า ไฉ่เฉิง
“นี่ชื่อร้านเหรอ” ซูฟางเฟยเห็นว่าป้ายชื่อร้านสะดุดตานัก
“ค่ะ ร้านบะหมี่ไฉ่เฉิง” ซูเจียซินบอก
“ดี ดี” ซูฟางเฟยเห็นแล้วก็กล่าวคำว่าดีไปหลายคำ ก่อนจะมองไปรอบตัว ที่นี่ดีกว่าที่ร้านเดิมอย่างที่ลูกสาวของเธอบอก
จากนั้นซูเจียซินก็เปิดประตูร้านให้ทุกคนได้เห็นภายใน ในร้านกว้างขวางกว่าเดิม แต่ไม่มีห้องพักให้เหมือนร้านเดิม
“ร้านดูใหม่ ดูสะอาดตา น่าเข้ามานั่งกินบะหมี่ค่ะ” เถาซูเจียวว่า
ร้านดูสะอาดสะอ้าน ปูพื้นกระเบื้องด้วย โต๊ะวางหม้อน้ำซุปเป็นเคาน์เตอร์ปูนแข็งแรง ปูกระเบื้องให้ดูสะอาดและดูดี หม้อหมูตุ๋นก็จัดวางข้างกันแต่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย เพื่อให้ทำงานได้สะดวก มีเคาน์เตอร์แบบนี้ก็จะป้องกันความร้อนไม่ให้ไปโดนลูกค้า และก็ดูสบายตา มีที่ให้วางของได้สะดวกด้วย
“ต้องอย่างนั้นอยู่แล้วสิ ลูกค้าจะได้เข้ามากินบะหมี่ของเราเยอะ ๆ” ซูเจียซินบอก “เอาล่ะ มาช่วยกันทำความสะอาดร้านก่อน แล้วก็เอาของพวกนี้ไปล้างด้วย”
ซูเจียซินชี้ไปที่อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่วางอยู่ เพื่อให้ช่วยกันล้างทำความสะอาด จะได้เอามาจัดวางให้เรียบร้อย
“ได้ค่ะ” สองพี่น้องตอบรับ
จากนั้นก็ลงมือทำความสะอาดร้านทันที แค่มีคนมาทำความสะอาดร้าน ก็ได้รับความสนใจจากคนที่เดินผ่านไปมาแล้ว อาจเพราะพวกเขาอยากรู้ว่าร้านไฉ่เฉิงจะขายอะไร
หลังทำความสะอาดแล้วเสร็จ ก็จัดวางของให้เข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็กลับไปพักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มขายบะหมี่
วันต่อมาทั้งสี่คนก็รีบมาจัดเตรียมของที่ร้าน ของสดก็ทยอยมาส่งเช้าวันนี้ ส่วนเครื่องปรุงเครื่องเทศต่าง ๆ มาส่งตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เส้นบะหมี่ซูเจียซินก็ไปสั่งที่ร้านค้ามา เธอไม่ได้นวดแป้งทำเอง เพราะต้องการลดเวลาทำงานลง
เมื่อดูแล้วว่าฤกษ์ดีคือวันนี้ ซูเจียซินก็เปิดร้านบะหมี่ของเธอทันที นอกจากบะหมี่แล้วก็ยังมีข้าวเพิ่มมาด้วย เพื่อกินคู่กับหมูตุ๋น ใครจะราดข้าวก็ได้ ราดกับบะหมี่ก็ดี
วันแรกที่เปิดร้าน ลูกค้าแวะเวียนมาไม่ขาด โชคดีว่าได้เถาซูเม่ยมาช่วยงานอีกคน ไม่อย่างนั้นสามคนคงหัวหมุนทำงานไม่ทัน แต่ถึงจะเหนื่อยซูฟางเฟยก็ยังยิ้มได้ เธอต้อนรับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง และก็ยิ้มกว้างเมื่อมีแต่เสียงชมว่าบะหมี่อร่อยมาก
ช่วงบ่ายของที่เตรียมไว้ก็หมด ซูเจียซินคาดการณ์ผิดพลาดไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะขายดีแบบนี้ พรุ่งนี้เธออาจจะต้องเพิ่มปริมาณของที่จะขายไปอีกสักสามส่วน ให้ร้านปิดในช่วงบ่ายสาม เก็บร้านเสร็จก็เป็นสี่โมงเย็นพอดี
เมื่อเก็บร้านเสร็จแล้วซูเจียซินกับแม่ก็เดินกลับบ้าน ส่วนสองพี่น้องเถาขอไปเดินเล่นในตลาดต่อ ซูเจียซินคิดว่าทั้งสองคนคงอยากซื้อของใช้เพิ่มจึงไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็เตือนให้ระวังตัวไว้ด้วย
กลับมาถึงบ้านซูฟางเฟยก็พูดกับลูกสาว
“ขายดีแบบนี้ทุกวันก็ดีนะ” ซูฟางเฟยกล่าวขึ้นมา “ยอดขายเป็นยังไงบ้าง”
ซูเจียซินยังไม่ได้ทำบัญชีร้าน แต่คิดว่าน่าจะขายได้สองเท่าจากที่เดิม
“คิดว่าน่าจะขายได้มากกว่าที่เดิมเป็นเท่าตัวเลยค่ะ” ซูเจียซินบอก ก่อนจะปรึกษากับแม่ของเธอ “หาคนมาช่วยลวกบะหมี่ดีไหมคะ เลือกแรงผู้ชายมาช่วย หากต้องลวกเองแบบนี้ ไหล่จะหลุดเอาได้ค่ะ”
“ก็ดีเหมือนกันนะ”
ซูฟางเฟยเห็นด้วยกับลูกสาว วันนี้ซูเจียซินผลัดกันลวกเส้นบะหมี่กับเถาซูเจียว ดูแล้วก็เหงื่อตกเหมือนกัน หาคนมาช่วยผลัดเปลี่ยนกันลวกบะหมี่อีกสักคนก็ดี
“ถ้าอย่างนั้นติดป้ายรับสมัครไว้ที่หน้าร้านแล้วกันนะคะ” ซูเจียซินว่า
“จ้ะ”
จากนั้นซูฟางเฟยก็ไปเตรียมอาหารเย็นกินกับซูเจียซิน ส่วนสองพี่น้องเถาได้บอกไว้แล้วว่าจะกินข้าวจากข้างนอกมา เด็กอยากรู้อยากลองซูเจียซินก็ไม่ได้ห้าม ปล่อยให้ทั้งสองได้ออกไปเที่ยวเล่นบ้าง
กินข้าวอิ่มแล้ว ซูเจียซินก็เข้าห้องไปนับเงินที่ขายได้วันนี้ กับทำบัญชีร้านไว้ด้วย ครั้นทำบัญชีเสร็จ เธอก็ได้รู้ว่าวันนี้ขายบะหมี่กับขายข้าวได้มากกว่าที่เดิมเป็นสองเท่าจริง ๆ นี่ขนาดว่าตลาดเจียอี๋ยังไม่คึกคักอย่างในอนาคตข้างหน้า ยอดขายยังเท่านี้แล้ว พรุ่งนี้เธอจะเพิ่มปริมาณที่ขายอีก กำไรที่เพิ่มขึ้นมาก็ทำให้ซูเจียซินยิ้มได้
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/