บทที่ 13 เปิดร้านบะหมี่ในเมือง 2
บทที่ 13 เปิดร้านบะหมี่ในเมือง 2
เช้าวันต่อมาซูเจียซินก็ติดป้ายประกาศรับสมัครพนักงานที่หน้าร้าน ในตอนสายก็มีชายคนหนึ่งเดินมาสมัครงาน เขาเป็นผู้ชายตัวใหญ่อายุยี่สิบห้าปี แต่งตัวเรียบร้อยดูสะอาดสะอ้าน แต่ขาของเขาน่าจะมีความผิดปกติ จึงเดินตัวไม่ตรงเหมือนคนทั่วไป
“ที่ร้านรับสมัครพนักงานใช่ไหมครับ ผมอยากจะมาสมัครงานครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามกับซูเจียซินที่ยืนอยู่หน้าร้าน จะเป็นงานล้างถ้วยล้างชามเขาก็ไม่ว่า ก่อนจะบอกถึงสภาพร่างกายของตัวเอง
“ผมพิการแต่กำเนิดครับ จึงเดินไม่สะดวกนัก”
อีกฝ่ายว่าเสียงเบาเพราะสภาพร่างกายของเขาเป็นแบบนี้จึงทำให้หางานยาก ไม่มีใครอยากรับเขาเข้าทำงาน เพราะกลัวว่าจะทำงานได้ไม่เต็มที่
“ชื่อแซ่อะไรคะ แล้วยืนนานได้ไหมคะ” ซูเจียซินถาม ก่อนจะชี้ไปที่หน้าเตา “งานหลัก ๆ คือลวกเส้นบะหมี่ค่ะ อาจจะต้องยืนนานหน่อย”
“ผมหลัวฮุ่ยหมิ่นครับ เรียกผมว่าฮุ่ยหมิ่นก็ได้ครับ ผมยืนนานได้ครับ ไม่มีปัญหา”
ชายหนุ่มรีบตอบกลับไป เขาเพียงแค่เดินไม่สะดวกแต่ไม่ได้มีปัญหากับการยืนนาน ๆ และถึงเขาจะเดินไม่ตรงทว่าก็ไม่ได้เดินช้ากว่าคนอื่นมากนัก
ซูเจียซินมองคนตรงหน้า เล็บผมของเขาดูสะอาดและตัดสั้นมาแล้ว คนทำงานขายอาหารเธอก็อยากให้พวกเขารักษาความสะอาดของตัวเองให้ดีก่อน
“มีที่พักอยู่แถวนี้ไหมคะ เพราะร้านเปิดตอนเช้า จะได้ไม่มีปัญหาในการเดินทางมาทำงาน” ซูเจียซินถาม
“มีครับ ผมพักอยู่ที่บ้านของตัวเอง เลยจากตลาดไปไม่มากครับ” อีกฝ่ายบอก เขาเป็นคนพื้นที่อยู่แล้ว และมีบ้านของตัวเอง
ครั้นได้ยินแบบนั้นซูเจียซินก็พยักหน้าตอบรับ เพราะเธอไม่มีที่อยู่ให้ จึงอยากจะหาคนที่มีที่พักอาศัยอยู่แล้ว
“ถ้าอย่างนั้นมาลองทำงานดูก่อนสามวันนะคะ ถ้าทำได้ดีฉันจะรับสหายเข้าทำงานค่ะ” ซูเจียซินบอก
เธออยากช่วยเขา เพราะเห็นถึงความตั้งใจของอีกฝ่าย และคิดว่าเขาคงถูกปฏิเสธมาแล้วหลายที่ เธอจึงอยากให้โอกาสคน
“ได้ครับ” อีกฝ่ายบอกก่อนจะยิ้มกว้างจนไปถึงดวงตา ทำให้รู้ว่าเขาดีใจที่ได้งานทำ
“จะลองทำงานวันนี้เลย หรือจะเริ่มงานเป็นวันพรุ่งนี้ดีคะ”
ซูเจียซินถามอีกฝ่าย
“วันนี้ได้เลยครับ” ชายหนุ่มตอบ เขากลับบ้านไปก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว จึงอยากจะเริ่มงานเลย
“ได้ค่ะ”
จากนั้นซูเจียซินก็เริ่มสอนงานให้กับหลัวฮุ่ยหมิ่น ตอนเที่ยงเธอก็ปล่อยให้เขาได้ลองทำดูเอง และชายหนุ่มก็ทำได้ดีมาก อาจเพราะแรงกำลังของผู้ชายด้วย จึงทำหน้าที่นี้ได้คล่องแคล่ว
และเขาก็ตัวใหญ่มีกล้ามแขนเหมือนคนที่ออกกำลังกายทุกวัน ซูเจียซินคิดว่าเขาอาจจะไม่ได้ออกกำลังกาย แต่เป็นเพราะใช้กำลังแขนทำงานหนักแทนขาที่ลีบของตัวเอง จึงทำให้แขนของเขามีกล้ามเนื้อดูแข็งแรง
หลัวฮุ่ยหมิ่นทดลองงานสามวัน ซูเจียซินก็รับเขาเข้าทำงาน ผู้ชายคนนี้แม้จะตัวใหญ่แต่ใจเย็นมาก และก็สู้งานหนัก ซูเจียซินชอบคนที่ตั้งใจทำงาน ค่าแรงของเขาเริ่มที่เจ็ดสิบหยวน เพราะงานที่ร้านนี้หนักกว่าในตำบล ซูเจียซินจึงให้ค่าแรงมากกว่า หากเขาทำได้ดีเธอจะเพิ่มให้ภายหลัง
เมื่อร้านขายดี ซูเจียซินก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องค่างวดของอาคารพาณิชย์แล้ว ครั้นมีหลัวฮุ่ยหมิ่นมาช่วยงานที่ร้าน ซูเจียซินก็ปลีกตัวพาแม่ของเธอไปดูอาคารที่ซื้อเอาไว้ ซูฟางเฟยเห็นแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ซูเจียซินรู้ว่าแม่มีความสุข เพราะนี่คือบ้านที่เป็นของเธอกับแม่จริง ๆ
ครั้นอาคารสร้างแล้วเสร็จ และซูเจียซินก็จ่ายเงินครบแล้ว ในตอนที่ได้โฉนดมาถือครอง หญิงสาวก็เดินไปที่หน้าอาคารพาณิชย์ของเธอ ซูเจียซินยืนอยู่หน้าอาคารแล้วก็มองไปยังสถานที่ที่เป็นของเธอ พลางคิดว่าจะทำอะไรกับอาคารหลังนี้ดี จะใช้เป็นที่พักอาศัยอย่างเดียวก็รู้สึกว่าเสียพื้นที่เปล่า ชั้นสองชั้นสามก็ยังใช้เป็นที่พักได้ แต่ชั้นล่างควรใช้ให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้
ทว่าก็ยังคิดไม่ตก ครั้นจะเดินกลับไปที่ร้านบะหมี่ ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ท้ายรถบรรทุกขนาดสี่ล้อ พลางเท้าสะเอวดูหงุดหงิด ราวกับมีเรื่องให้ขัดใจนักหนา และที่ซูเจียซินยืนมองก็เพราะเห็นว่าหญิงสาวผู้นั้นแต่งตัวดูดีมาก
“จะทำยังไงล่ะครับ ผมยังต้องไปรับของแล้วก็เอาไปส่งที่อื่นอีกนะครับ”
ผู้ชายคนหนึ่งเดินมาบอกกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ท้ายรถ แล้วก็บ่นกับอีกฝ่ายไปด้วย ผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งหน้าบูดบึ้งเพราะไม่รู้ว่าจะจัดการต่อยังไงเหมือนกัน
ซูเจียซินมองไปที่บนรถ เธอคิดว่าน่าจะเป็นเสื้อผ้า แต่เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่าจู่ ๆ ซูเจียซินก็มีความคิดอยากจะขายเสื้อผ้าขึ้นมา และก็อยากจะมาสอบถามกับหญิงสาวคนนี้ด้วยว่าไปรับเสื้อผ้ามาจากไหน
“รบกวนสอบถามได้ไหมคะ” ซูเจียซินถามกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ไม่ดี “เสื้อผ้าบนรถนี้จะเอาไปขายหรือเปล่าคะ แล้วขายส่งไหมคะ”
“เธอสนใจจะขายเสื้อผ้าเหรอ” หญิงสาวคนนั้นถามกับซูเจียซิน
“ฉันอยากลองเอาไปขายดูค่ะ” ซูเจียซินว่า
“เธอมีที่เก็บไหม ตอนนี้ฉันมีปัญหาต้องคืนรถให้เขาก่อน แต่ของพวกนี้ยังไม่มีที่เก็บ” หญิงสาวคนนั้นบอก
“มีค่ะ”
ไม่รู้เพราะอะไร ซูเจียซินคิดว่าเธอจะเจรจากับผู้หญิงคนนี้ได้ จึงจะให้อีกฝ่ายนำเสื้อผ้าไปไว้ที่อาคารของเธอก่อน แล้วก็ชี้ไปยังอาคารพาณิชย์ที่อยู่เยื้องออกไป
“เอาของไปเก็บไว้ที่นั่นก่อนก็ได้ค่ะ” ซูเจียซินว่า
“ได้”
หญิงสาวอีกคนก็ตอบรับทันทีเพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ก่อนจะบอกให้รถบรรทุกถอยไปยังอาคารพาณิชย์ของซูเจียซิน จากนั้นซูเจียซินก็ไปเปิดประตู ซึ่งภายในยังเป็นแค่ห้องว่างเปล่า ให้อีกฝ่ายได้เอาของเข้าไปเก็บก่อน คนขับรถก็มาช่วยขนของลงด้วย เพราะเขาต้องรีบใช้รถไปขนของต่อ
ขนของลงหมดแล้ว รถบรรทุกก็จากไป เหลือหญิงสาวสองคนได้แต่ยืนมองหน้ากัน
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/