บทที่ 14 เรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น 1
บทที่ 14 เรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น 1
ครั้นเหลือกันอยู่สองคนซูเจียซินก็ถามกับหญิงสาวตรงหน้าว่าเกิดอะไรขึ้น
“ฉันถามได้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสื้อผ้าพวกนี้”
“ฉันเอาเสื้อผ้ามาส่ง แต่ทางนั้นปฏิเสธที่จะรับของ และฉันก็พลาดที่ไม่ทำสัญญากันก่อน และก็ไม่ได้รับเงินมัดจำมา เพราะเห็นว่าเป็นคนกันเอง สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เสียเงินจ้างรถขนของมาแล้ว ยังจะต้องเสียเงินเอาของกลับไปที่โรงงานอีก”
หญิงสาวบ่นด้วยความหงุดหงิดใจ กับการทำงานไม่รอบคอบของตัวเอง แล้วก็หันไปเอ่ยขอบคุณซูเจียซิน ที่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับของพวกนี้ดี
“ขอบคุณนะคะที่ช่วย ฉันลู่อิ้งเยว่” อีกฝ่ายบอกกับซูเจียซิน
“ฉันซูเจียซินค่ะ เรียกว่าเจียซินก็ได้ค่ะ” ซูเจียซินบอกกลับไป และเธอก็ต้องการความช่วยเหลือจากลู่อิ้งเยว่เช่นกัน “ฉันอยากจะลองขายเสื้อผ้าพวกนี้ดู สหายพอจะแบ่งให้ฉันสักหน่อยได้ไหมคะ แต่ฉันมีเงินไม่มากนะคะ”
“เรียกพี่อิ้งเยว่เถอะ”
ลู่อิ้งเยว่บอกกับซูเจียซิน เพราะดูแล้วเธอน่าจะมีอายุมากกว่าหญิงสาวตรงหน้า จากนั้นก็หยิบเสื้อผ้ามาให้ซูเจียซินดู
“เสื้อผ้าพวกนี้พี่เป็นคนออกแบบเอง รับรองว่าตัดเย็บอย่างดี เอาเป็นว่าของที่อยู่ตรงนี้พี่ให้เธอขายก่อนได้เลย แล้วค่อยมาคิดเงินกัน”
“พี่อิ้งเยว่พูดจริงเหรอคะ” ซูเจียซินถามด้วยความตกใจ ด้วยไม่คิดว่าเรื่องดี ๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นกับเธอ
“อืม ลองขายดูก่อน ถ้าเธอขายได้ก็ถือว่าพี่มาเปิดตลาดใหม่ที่เมืองอวิ๋นเฉิงนี้” อีกฝ่ายว่า
“พี่คงไม่ได้คิดจะเอาคืนคนพวกนั้น โดยการให้ฉันเปิดร้านขายเสื้อผ้าชนกับพวกเขาหรอกนะคะ” ซูเจียซินถามกลับไป
“ก็คิดแหละ แล้วเธอทำได้หรือเปล่า ถ้าทำได้ ต่อไปในเมืองอวิ๋นเฉิงนี้พี่จะส่งเสื้อผ้าให้เธอร้านเดียวเลย” ลู่อิ้งเยว่ว่า
“ต้องลองดูก่อนค่ะ ขายกันวันนี้เลยดีไหมคะ ดูตลาดด้วยว่าเป็นยังไง” ซูเจียซินว่าแล้วก็ลงมือทำทันที “พี่แยกของไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันมาช่วยนับ ฉันขอกลับไปบอกแม่ก่อน แม่จะได้ไม่เป็นห่วง”
ซูเจียซินว่าแล้วก็รีบเดินกลับไปที่ร้านบะหมี่ เพื่อจะไปบอกเรื่องขายเสื้อผ้ากับผู้เป็นแม่ รายละเอียดยังไม่ได้บอกอะไรมาก บอกแค่ว่าเธอจะไปตั้งแผงขายเสื้อผ้าที่หน้าอาคารพาณิชย์ ทางร้านบะหมี่ก็ฝากให้แม่ช่วยดูแลด้วย
บอกกับแม่แล้วซูเจียซินก็ไปซื้อโต๊ะสำหรับวางขายเสื้อผ้า และก็ซื้อราวสำหรับแขวนเสื้อผ้ามาด้วย ซื้อของเสร็จก็รีบกลับมาที่อาคารพาณิชย์ ลู่อิ้งเยว่ไม่ได้นับสินค้าเพราะเธอตรวจนับมาแล้ว เพียงแต่ยื่นบิลเสื้อผ้าพวกนี้ให้กับซูเจียซินดูเท่านั้น
“เธอจะตรวจนับอีกรอบหรือเปล่า พี่ตรวจมาจากโรงงานแล้ว” ลู่อิ้งเยว่ว่า
ซูเจียซินพยักหน้าแล้วก็ตรวจนับสินค้าใหม่อีกครั้ง ทุกอย่างใส่ถุงแยกมาแล้วจึงนับไม่ยาก ตรวจนับของเสร็จซูเจียซินก็เอาราวแขวนเสื้อกับโต๊ะไปกางที่หน้าอาคาร เสร็จแล้วหญิงสาวก็ตั้งแผงขายเสื้อผ้าเลย
ตลาดเจียอี๋มีคนเดินทั้งวันอยู่แล้ว คนเดินไปตลาดจะต้องผ่านหน้าร้านของเธอ ยิ่งตอนเย็นคนจะยิ่งคึกคักเพราะเป็นเวลาเลิกงานพอดี
ความโชคดีของซูเจียซินมักเกิดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเธอได้ชีวิตใหม่กลับมา ทำร้านบะหมี่ก็ขายดีตั้งแต่วันแรก พอมาตั้งแผงขายเสื้อผ้าก็มีคนเข้ามาสอบถามราคาตั้งแต่ยังจัดเสื้อผ้าไม่เสร็จ เกือบทุกคนที่เข้ามาเลือกดูจะต้องซื้อกลับไป
ส่วนการกำหนดราคาขายนั้นก็ได้ลู่อิ้งเยว่มาช่วย เพราะหญิงสาวทำงานตรงนี้มานาน เธอรู้ว่าในตลาดขายเสื้อผ้ากันอย่างไร และเสื้อผ้าของเธอควรจะขายเท่าไหร่
ครั้นถึงเวลาเลิกงานของพนักงานส่วนใหญ่ ที่แผงขายเสื้อผ้าก็มีคนมามุงเลือกซื้อเสื้อผ้ามากขึ้น ซูเจียซินกับลู่อิ้งเยว่เริ่มที่จะหัวหมุน ในตอนนั้นพี่น้องตระกูลเถากับซูฟางเฟยก็มาช่วย
เมื่อร้านบะหมี่ปิดแล้วทั้งสามคนก็อยากมาดูว่าซูเจียซินขายอะไร แล้วก็ต้องตกใจเพราะเห็นคนมุงอยู่เต็มหน้าแผงขายของ ครั้นหายตกตะลึงแล้วทั้งสามคนก็ไปช่วยซูเจียซินขายเสื้อผ้า
“แม่มาช่วยหน่อยค่ะ”
ซูเจียซินบอก ได้ยินแบบนั้นลู่อิ้งเยว่ก็เปิดทางให้คนทั้งสามมาช่วยกันขายของ โดยมีเธอคอยช่วยบอกช่วยสอน ใช้เวลาไม่นานทุกคนก็ขายคล่องขึ้น
ช่วงเวลาการขายเสื้อผ้ายังคงดำเนินต่อไป ลู่อิ้งเยว่นำเสื้อผ้าออกมาเติมอยู่ตลอด เธอก็ไม่คิดว่าจะขายดีแบบนี้ กระทั่งเกือบสองทุ่มคนจึงได้เริ่มซาลง ทุกคนจึงได้รู้ว่าตนเองยังไม่ได้กินมื้อเย็น ซูเจียซินจึงไปหาซื้อเจียนปิ่ง ซานตงและชาวข่าวที่ขายอยู่ในตลาดมาให้ทุกคนกินกันก่อน
“กินรองท้องกันก่อนค่ะ”
แม้จะบอกว่าให้กินรองท้อง ทว่าของที่ซื้อมาก็มีจำนวนมาก ทุกคนจึงกินกันจนอิ่ม
“ยังไม่ได้แนะนำให้รู้จักกันเลยค่ะ” ซูเจียซินบอกกับแม่ของเธอ “นี่พี่ลู่อิ้งเยว่ค่ะ เป็นเจ้าของเสื้อผ้าทั้งหมดที่ขายวันนี้”
จากนั้นซูเจียซินก็หันไปบอกกับลู่อิ้งเยว่บ้าง
“นี่แม่ของฉันค่ะ ซูฟางเฟย ส่วนสองพี่น้องก็มาช่วยงานที่ร้านบะหมี่ของแม่ค่ะ คนพี่เถาซูเจียว คนน้องเถาซูเม่ย”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันเอาเสื้อผ้าพวกนี้มาส่งลูกค้า แต่ทางลูกค้าปฏิเสธรับของ ก็ได้เจียซินช่วยเหลือ ทำให้ไม่ต้องเสียเงินขนของกลับไปที่โรงงานอีก” ลู่อิ้งเยว่บอกกับซูฟางเฟย
“อย่างนี้นี่เอง น้าก็คิดอยู่ว่าเจียซินไปเอาเสื้อผ้าที่ไหนมาขาย ที่แท้ก็มีเหตุเช่นนี้ ถือว่าเป็นวาสนาแล้วกัน”
ซูฟางเฟยว่า และก็แอบคิดไปว่าลูกสาวของเธอตั้งแต่รอดชีวิตมาได้ ก็เหมือนสวรรค์จะประทานพรให้ โชคของลูกสาวจึงดีขึ้นเรื่อย ๆ
“วันนี้เก็บของแล้วไปพักผ่อนกันก่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ช่วงบ่ายค่อยมาขายกันต่อ”
ซูเจียซินบอกกับทุกคน เพราะวันนี้เหนื่อยกันมากแล้ว จึงจะขายแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที
โดยช่วงเช้าเธอจะไปช่วยแม่ขายบะหมี่ก่อน ช่วงบ่ายจึงจะมาขายเสื้อผ้าที่นี่ต่อ
“พี่อิ้งเยว่ คืนนี้ก็ดึกแล้ว ไปพักที่บ้านฉันก่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”
ซูเจียซินหันไปชวนลู่อิ้งเยว่ให้ไปพักที่บ้านของเธอก่อน จะได้ไม่ต้องไปหาที่พักให้เสียเงินเสียเวลาอีก
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอรบกวนเธอแล้วล่ะ” ลู่อิ้งเยว่ตอบรับ เพราะเธอยังมีเรื่องที่ต้องคุยกับซูเจียซินอีก
จากนั้นทั้งห้าคนก็ช่วยกันเก็บของไปไว้ในอาคารพาณิชย์ก่อน เสร็จแล้วก็เดินกลับบ้านไปด้วยกัน
“คืนนี้พี่นอนกับฉันที่ห้องนะคะ” ซูเจียซินบอกกับลู่อิ้งเยว่
“ได้” ลู่อิ้งเยว่ไม่เรื่องมาก เธอนอนที่ไหนก็ได้ ขอแค่ให้มีที่ซุกหัวนอน
ในห้องนอนของซูเจียซินมีเตียงนอนขนาดใหญ่อยู่ เพราะเธออยากนอนสบายจึงสั่งเตียงนอนขนาดใหญ่มาใช้ ทำให้ทั้งสองคนนอนพักด้วยกันได้สบายไม่อึดอัด
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/