LNCrawler

บทที่ 14 เรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น 2

ชีวิตใหม่นี้ไม่เหมือนเดิมอีก — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 14 เรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น 2

ซูเจียซินพาลู่อิ้งเยว่ไปที่ห้องพักของเธอ แล้วก็นำเสื้อผ้าของเธอมาให้ลู่อิ้งเยว่เปลี่ยน

“พี่จะอาบน้ำก่อนไหมคะ เอาเสื้อผ้าของฉันไปใส่ก่อนก็ได้ค่ะ” ซูเจียซินบอก

เมืองอวิ๋นเฉิงไม่ได้มีอากาศหนาวเย็น เหมือนในเมืองหลวงหรือเมืองทางเหนือ เพราะอยู่ในดินแดนทางใต้ อากาศตอนกลางคืนถือว่ากำลังเย็นสบาย

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอพี่อาบน้ำสักหน่อย ทั้งเหนื่อยทั้งเหม็นเหงื่อมาทั้งวันแล้ว”

ลู่อิ้งเยว่บอก วันนี้เธอเหนื่อยล้ามาทั้งวัน จึงอยากจะอาบน้ำให้สบายตัวสักหน่อย จากนั้นก็รับเอาเสื้อผ้าของซูเจียซินไปเปลี่ยน ทั้งสองมีรูปร่างใกล้กันจึงใส่เสื้อผ้าของกันได้

ระหว่างที่ลู่อิ้งเยว่ไปอาบน้ำ ซูเจียซินก็เอาเงินสดในถุงออกมานับ แล้วก็ต้องตกใจเพราะยอดขายแค่ช่วงเย็นก็เป็นเงินถึงห้าพันสองร้อยหยวนกับเศษอีกเล็กน้อย

“เป็นยังไงได้ยอดขายเท่าไหร่”

ลู่อิ้งเยว่อาบน้ำเสร็จเข้ามาในห้อง ก็เห็นซูเจียซินกำลังนับเงินที่ขายเสื้อผ้าอยู่

“ห้าพันสองร้อยหยวนกับเศษอีกนิดหน่อยค่ะ” ซูเจียซินบอกตัวเลขกลม ๆ ไป

“ขายแค่ตอนเย็น ยอดขายเท่านี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว” ลู่อิ้งเยว่ว่า

เห็นยอดขายจำนวนนี้ ซูเจียซินก็รู้แล้วว่าอาคารพาณิชย์ของเธอจะเอามาใช้ทำอะไร

“ถ้าฉันปรับปรุงอาคารพาณิชย์ห้องนั้นให้เป็นร้านเสื้อผ้าพี่ว่าจะดีไหมคะ” ซูเจียซินถามลู่อิ้งเยว่

“พี่เห็นด้วยนะถ้าเธอจะเปิดร้านเสื้อผ้า น่าจะขายได้ดีเลยล่ะ และอีกอย่างเสื้อผ้าไม่ควรถูกฝน ถ้ามีร้านก็จะทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ และยังดูดีกว่าตั้งแผงลอยด้วย ลูกค้าก็จะเลือกซื้อเสื้อผ้าได้ง่าย เสื้อผ้าก็จะดูดีมีราคา”

ลู่อิ้งเยว่เห็นด้วยถ้าซูเจียซินจะเปิดร้านขายเสื้อผ้า เพราะหญิงสาวมีอาคารพาณิชย์อยู่แล้ว สามารถตกแต่งเป็นร้านเสื้อผ้าได้เลย

“ถ้าเธออยากทำจริง ๆ พี่จะให้สินค้าล็อตนี้กับเธอไว้ขาย ขอแค่เงินมัดจำหนึ่งในสามก่อน ที่เหลือเธอค่อยจ่ายให้พี่ภายหลัง”

ซูเจียซินเห็นแล้วว่าลู่อิ้งเยว่เปิดบิลขายของมาที่สามหมื่นหยวน หนึ่งในสามก็คือหนึ่งหมื่นหยวน ตอนนี้เธอมีเงินสดอยู่กับตัวห้าพันหยวนแล้ว เหลืออีกห้าพันหยวนย่อมไม่มีปัญหา และถ้าเธอขายเสื้อผ้าล็อตนี้หมด ยอดขายอาจจะไปแตะที่เกือบหนึ่งแสนหยวน ด้วยลู่อิ้งเยว่ให้เธอตั้งราคาขายหน้าร้านเพิ่มจากต้นทุนสามถึงสี่เท่า

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณพี่อิ้งเยว่มากค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปเบิกเงินมาจ่ายให้พี่ก่อนหนึ่งหมื่นหยวน”

ซูเจียซินตอบรับน้ำใจจากลู่อิ้งเยว่ทันที โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ ทำไมเธอจะไม่คว้าเอาไว้

หลังนับเงินเสร็จแล้วซูเจียซินก็ไปอาบน้ำบ้าง แล้วก็มานอนพักผ่อน ส่วนลู่อิ้งเยว่เพราะเพลียจากการเดินทางและขายของ ทำให้เธอหลับไปก่อนซูเจียซินแล้ว

 

เช้าวันต่อมาซูเจียซินก็ตื่นไปขายบะหมี่ที่ตลาดก่อน เธอให้ลู่อิ้งเยว่พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ตอนสายเธอจะนำเงินมาให้ อีกฝ่ายก็เชื่อที่ซูเจียซินบอก จึงได้พักผ่อนรออยู่ที่บ้าน

ในตอนสายซูเจียซินก็นำทองที่เหลืออยู่อีกสามแท่งไปขายทั้งหมด จากนั้นก็กลับมาหาลู่อิ้งเยว่ที่บ้าน พร้อมกับจ่ายเงินให้อีกฝ่ายไปหนึ่งหมื่นหยวน เงินที่เหลือซูเจียซินจะเอาไว้ตกแต่งร้าน และเอาไว้ซื้อเสื้อผ้าเพิ่ม

“ฉันขอบคุณพี่มากนะคะ ที่ยอมให้ฉันเอาเสื้อผ้ามาขายก่อน ถ้าสินค้าล็อตนี้หมดแล้ว ฉันจะไปหาพี่ที่โรงงานค่ะ” ซูเจียซินบอกกับลู่อิ้งเยว่

“ได้”

ลู่อิ้งเยว่ให้เบอร์ติดต่อและที่อยู่ของโรงงานกับซูเจียซินไว้ หลังจากนั้นเธอก็เดินทางกลับเมืองเซียงหยางไป ทั้งสองเมืองอยู่ในมณฑลเดียวกัน การเดินทางไม่ได้ยากลำบาก และเมืองเซียงหยางยังเจริญมากกว่าเมืองอวิ๋นเฉิง อาจจะเจริญพอ ๆ กับเมืองเอกของมณฑลอย่างเมืองลู่ชิง

จากนั้นซูเจียซินก็ไปหาว่านฮ่าวหยางอีกครั้ง เพื่อจะให้เขามาช่วยตกแต่งอาคารพาณิชย์ของเธอ อีกฝ่ายก็ตามหญิงสาวมาดูที่หน้างานด้วย หลังรับรู้รายละเอียดต่าง ๆ ที่ซูเจียซินต้องการแล้ว เขาก็พยักหน้าตอบรับทำงาน เพราะซูเจียซินไม่ได้ทำอะไรยาก

เธอต้องการห้องลองเสื้อผ้าสามห้อง ด้านหน้าใส่ผนังกระจก เพิ่มหลอดไฟในร้านให้สว่างมากขึ้น ชั้นสองกั้นห้องเป็นสำนักงานและห้องเก็บของ ส่วนชั้นสามทำเป็นห้องพักสองห้อง

อาคารเพิ่งซื้อมาใหม่ไม่ต้องทำอะไรกับตัวอาคารเลย ไม่ต้องทาสี ไม่ต้องปูพื้นกระเบื้อง ห้องน้ำมีที่ชั้นแรกกับชั้นสามอยู่แล้ว

แค่ซื้อไม้มากั้นห้องลองเสื้อผ้า และก่อปูนแบ่งห้องพักที่ชั้นสาม งานนี้ไม่น่าจะเกินสิบวัน หลังพูดคุยรายละเอียดและตกลงราคากันได้แล้ว ทั้งสองก็มาเซ็นสัญญาว่าจ้างกัน

จากนั้นว่านฮ่าวหยางก็กลับไปเตรียมของ พรุ่งนี้เขาจะเข้ามาทำงานให้กับซูเจียซิน

ช่วงบ่ายซูเจียซินกับเถาซูเจียวก็มาเปิดแผงขายเสื้อผ้า ทางร้านบะหมี่ก็ยังมีหลัวฮุ่ยหมิ่นและเถาซูเม่ยช่วยงานซูฟางเฟยอยู่ กระทั่งร้านบะหมี่ปิดซูฟางเฟยกับเถาซูเม่ยก็มาช่วยที่แผงขายเสื้อผ้า พี่น้องตระกูลเถาทั้งสองคนทำงานมากขึ้น ซูเจียซินก็จะให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นด้วย

แผงขายเสื้อผ้าถือว่ายังขายดีต่อเนื่อง อาจเพราะลูกค้าบอกปากต่อปาก และเสื้อผ้าที่ลู่อิ้งเยว่ทำออกมาก็สวยและตัดเย็บประณีต ลูกค้าจึงยอมควักเงินซื้อ ขายของไปจนถึงสามทุ่มก็เก็บแผง จากนั้นก็กลับไปพักผ่อน

เรื่องขายทองคำซูเจียซินบอกกับซูฟางเฟยไว้แล้ว เมื่อกลับมาถึงบ้าน หญิงสาวก็เข้าไปพูดคุยกับแม่ของเธอในห้อง

“กำไรจากการขายเสื้อผ้าได้สามถึงสี่เท่าของต้นทุน เป็นกำไรที่มากกว่าขายบะหมี่อีกค่ะ และก็เหนื่อยน้อยกว่าด้วย”

ซูเจียซินบอกกับแม่ของเธอ อาจเพราะรับสินค้ามาจากโรงงานโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และมาขายในเมืองจึงตั้งราคาขายแบบนี้ได้ การขายเสื้อผ้าไม่ต้องลุกขึ้นมาเตรียมน้ำซุป เตรียมตุ๋นหมู ถือว่าเป็นงานที่สบายกว่า

“ต่อไปฉันจะมาขายเสื้อผ้ากับเถาซูเจียว ส่วนร้านบะหมี่ก็ให้แม่ดูแล แม่เห็นว่ายังไงคะ ดูแลร้านนั้นเองได้หรือเปล่าคะ”

ซูฟางเฟยเห็นแล้วว่าลูกสาวขายเสื้อผ้าดีมาก คนมาเลือกซื้อตลอด ยอดขายต่อวันก็มากกว่าที่ร้านบะหมี่อีก เธอจึงไม่คัดค้านที่ลูกสาวจะหันมาเปิดร้านขายเสื้อผ้า

เหตุที่ร้านขายเสื้อผ้ามียอดขายมากกว่าร้านบะหมี่ เพราะราคาสินค้าไม่เท่ากัน เสื้อผ้ามีราคาตั้งแต่สิบหยวนไปจนถึงหกสิบหยวน แต่ราคาบะหมี่ชามละห้าเหมาเท่านั้น จึงไม่อาจเทียบยอดขายกันได้

“ได้สิ ลูกไปดูแลแผงขายเสื้อผ้าเถอะ ร้านบะหมี่ก็อยู่ตัวแล้ว ไม่มีอะไรให้กังวล แม่ดูแลได้” ซูฟางเฟยบอกกับลูกสาว

“ฉันจะหาคนมาช่วยที่ร้านบะหมี่เพิ่มอีกสักคน จะได้ไม่เหนื่อยกันเกินไป แม่เห็นว่ายังไงคะ”

ซูเจียซินถาม เพราะเธอกับเถาซูเจียวไม่ได้อยู่ช่วยงานที่ร้านบะหมี่แล้ว เหลือกันสามคนก็กลัวจะเหนื่อยเกินไป เธอจึงจะหาคนมาช่วยงานที่ร้านบะหมี่เพิ่ม

“แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน ทุกคนจะได้มีเวลาพักมากขึ้น ถ้างานหนักเกินไปจะทำงานกันในระยะยาวไม่ไหว” ซูฟางเฟยเห็นด้วยกับความคิดของลูกสาว

“ฉันจะติดป้ายรับสมัครพนักงานไว้ที่หน้าร้านค่ะ” ซูเจียซินบอก ก่อนจะพูดถึงเรื่องสำคัญ “เมื่อแบ่งกันดูแลร้านแบบนี้แล้ว ต่อไปรายได้จากร้านบะหมี่ฉันจะให้แม่เก็บไว้เอง ส่วนฉันจะไปช่วยดูแลบัญชีให้บ้าง แม่แค่เก็บใบเสร็จซื้อของเอาไว้ก็พอ”

“ไม่เอาหรอก เงินก็ให้ลูกเก็บไว้นั่นแหละ เผื่อลูกจำเป็นต้องใช้ทำอะไร ส่วนแม่ก็ไม่มีอะไรให้ใช้อยู่แล้ว”

ซูฟางเฟยบอกกับลูกสาว เงินในบ้านเก็บไว้ที่ซูเจียซินจะดีกว่า อยากใช้ทำอะไรก็จะได้ใช้ทันที อีกอย่างเงินนี้ก็เป็นซูเจียซินคิดหามา ซูฟางเฟยจึงอยากให้ลูกเก็บเอาไว้เอง

“มีเงินเก็บไว้กับตัวบ้างถึงจะสบายใจค่ะ อยากซื้ออะไรก็ซื้อ แม่ก็จะได้รู้สึกมั่นคงด้วย”

ซูเจียซินบอกกับแม่ของเธอ ร้านบะหมี่นั้นเธอยกให้แม่ และเธอก็ยังสามารถไปเปิดร้านบะหมี่ที่อื่นได้อีก หากเธอมีเวลามากพอ ตอนนี้เธออยากให้แม่รู้สึกมั่นคงและมั่นใจที่จะใช้เงิน เพราะเงินนี้เป็นเงินที่แม่ของเธอหามาได้เอง

“วันหน้าฉันอยากจะเปิดร้านบะหมี่ของตัวเอง ก็ยังไปหาทำเลเปิดเพิ่มได้ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงฉันค่ะ”

ซูเจียซินอยากให้แม่มีเงินเก็บเป็นของตัวเอง วันหน้าอยากจะใช้ทำอะไรก็ไม่ต้องมาคอยสังเกตสีหน้าเธอ และอีกฝ่ายก็จะรู้สึกมั่นคงและภูมิใจในตัวเองด้วย

“ได้ แม่ฟังลูก”

ซูฟางเฟยไม่ได้คิดมากเหมือนซูเจียซิน เธอเก็บเงินเองหรือซูเจียซินเก็บเงินก็เหมือนกัน เพราะสุดท้ายแล้วเงินนี้ก็ต้องเป็นของลูกสาวอยู่ดี

เมื่อคุยกับแม่เข้าใจแล้ว ซูเจียซินก็กลับห้องของเธอไป หญิงสาวกลับมาทำบัญชีร้านบะหมี่กับร้านเสื้อผ้าก่อน จากนั้นก็นับเงินเตรียมเอาไว้ไปฝากธนาคารในวันพรุ่งนี้ เห็นเงินจำนวนมากแล้วเธอก็เข้านอนอย่างมีความสุข 

ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

003f5a0565eb5117f1fddf0686178fea.jpg

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/

https://www.mebmarket.com/ebook-466682-%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81