บทที่ 15 คนรัก 1
บทที่ 15 คนรัก 1
ตกแต่งหน้าร้านใช้เวลาไม่กี่วัน แต่ที่ช้าเป็นเพราะต้องทำห้องนอนเพิ่มที่ชั้นสาม เมื่อหน้าร้านแล้วเสร็จ ซูเจียซินก็ไปหาราวเหล็กมาวางไว้ในร้าน เพื่อจะใช้แขวนเสื้อผ้า ภายในร้านติดหลอดไฟเพิ่มทำให้สว่างมากขึ้น
ครั้นไม่อยากรอจึงจะเปิดร้านก่อน ชั้นสามก็ทำงานไป แต่พอจะเอาเสื้อผ้าออกมาแขวนราว กลับพบว่าของที่มีใกล้จะหมดแล้ว ซูเจียซินจึงตัดสินใจยังไม่เปิดร้าน เธอคิดว่ารอให้ชั้นสองและชั้นสามเสร็จก่อนจะดีกว่า แล้วค่อยเปิดร้าน
เมื่อของหมดซูเจียซินก็จะเดินทางไปหาลู่อิ้งเยว่ เธอต้องไปเอาเสื้อผ้ามาขายเพิ่ม และยังต้องไปจ่ายเงินค่าเสื้อผ้าล็อตที่แล้วด้วย เมื่อคิดได้แบบนั้นหญิงสาวก็จะเดินทางทันที
“พี่จะเดินทางไปเมืองเซียงหยาง ถ้าเสื้อผ้าที่เหลืออยู่ขายหมดแล้ว ก็ไปช่วยที่ร้านบะหมี่ก่อนนะ” ซูเจียซินบอกกับเถาซูเจียว
“ได้ค่ะ”
จากนั้นหญิงสาวก็เตรียมตัวเดินทางไปเมืองเซียงหยาง
“พรุ่งนี้ฉันจะเดินทางไปเมืองเซียงหยางนะคะ จะไปซื้อเสื้อผ้ามาขายที่ร้าน อาจจะอยู่ที่นั่นหลายวันหน่อย ไปถึงแล้วฉันจะโทรมาบอกแม่นะคะ”
ซูเจียซินบอกกับแม่ของเธอ
“เดินทางคนเดียวระวังตัวด้วยนะ”
ซูฟางเฟยบอกกับลูกสาว ความจริงเธอไม่อยากให้ลูกดิ้นรนหาเงินมากขนาดนี้ เพราะแค่ร้านบะหมี่ก็มีรายได้พอสำหรับเธอสองคนแม่ลูกแล้ว เธอไม่อยากให้ลูกเหนื่อยเกินไป แต่ก็รู้ว่าลูกสาวมีความฝันและความต้องการที่จะหาเงินให้ได้มาก ๆ ซูฟางเฟยไม่อาจขัดขวางความปรารถนาของลูกสาว เธอจึงต้องเป็นแรงสนับสนุนแทน
“ค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” ซูเจียซินบอกกับคนเป็นแม่
จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน โชคดีว่าที่บ้านยังมีสองพี่น้องตระกูลเถาอยู่ด้วย ทำให้ซูเจียซินไม่ต้องเป็นห่วงว่าแม่จะอยู่คนเดียว
วันต่อมาซูเจียซินก็มาซื้อตั๋วรถไฟไปเมืองเซียงหยาง ซึ่งเป็นตั๋วที่นั่งธรรมดา เดินทางราวห้าชั่วโมง ก็ไม่ได้ทำให้เธอลำบากมากนัก
ครั้นขึ้นรถไฟมาแล้วซูเจียซินก็ได้เจอกับนายทหารกลุ่มหนึ่ง ที่นั่งมาในรถไฟขบวนนี้ด้วย ซึ่งมากันหลายคนแบบนี้หากไม่ไปฝึกที่อื่น ก็คงเพิ่งกลับมาจากการทำภารกิจ
ซูเจียซินคิดว่าตัวเองไม่รู้จักทหารกลุ่มนี้ แล้วสายตาของเธอก็ไปสบเข้ากับสายตาของคนผู้หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณของตน หญิงสาวจึงก้มศีรษะเล็กน้อยทักทายอีกฝ่ายไป จากนั้นก็เดินผ่านทหารเหล่านั้นไปยังที่นั่งของเธอ
ทว่าเซี่ยอี้เฉินกลับเดินตามซูเจียซินมา ก่อนจะกล่าวกับหญิงสาวเบา ๆ
“ผมมีเรื่องจะรบกวนคุณสักหน่อยครับ” ชายหนุ่มบอกออกไป
“มีอะไรเหรอคะ”
หญิงสาวหันมาถามด้วยความแปลกใจ เพราะรู้สึกว่าเธอคงไม่มีอะไรที่จะช่วยเหลือเขาได้ ด้วยเธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไม่มีความสามารถอะไรโดดเด่นเลย
“ตามมาทางนี้เถอะครับ” ชายหนุ่มบอก ก่อนจะพาหญิงสาวเดินไปแถวหน้าห้องของเจ้าหน้าที่รถไฟ
“มีอะไรเหรอคะ”
ซูเจียซินเห็นท่าทีแปลก ๆ ของเซี่ยอี้เฉินก็นึกสงสัย แต่เธอก็ไม่คิดว่าชายหนุ่มคนนี้จะทำร้ายตน เพราะเขาเป็นคนดี ไม่อย่างนั้นคงไม่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ตรงนี้เซี่ยอี้เฉินก็กล่าวออกมา
“คุณปู่ของผมรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ท่านอยากจะเห็นคนรักของผม หากไม่เป็นการรบกวนคุณเกินไป ผมอยากจะให้คุณช่วยไปที่โรงพยาบาลกับผมสักครั้ง ในฐานะคนรักเพื่อให้คุณปู่สบายใจ”
เซี่ยอี้เฉินบอกและก็มีความเกรงใจอยู่ในคำพูดนั้น ทว่าเขาก็ถูกคนเป็นพ่อเร่งรัดให้กลับบ้าน เพราะคุณปู่ป่วย และความปรารถนาเดียวของคุณปู่ คืออยากเห็นหลายชายคนโตอย่างเขาแต่งงานมีครอบครัว
เซี่ยอี้เฉินโตมากับคุณปู่คุณย่า ส่วนความสัมพันธ์ของเขากับพ่อไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีเหมือนพ่อลูกทั่วไป ทำให้ผู้เป็นปู่เป็นห่วงเขามากกว่าใคร จึงอยากเห็นเซี่ยอี้เฉินแต่งงานมีคนดูแล ผู้ชราจะได้จากไปอย่างหมดห่วง
แต่เซี่ยอี้เฉินไม่เคยมีคนรัก ไม่เคยคิดถึงเรื่องแต่งงานมาก่อน ทำให้เป็นการยากที่จู่ ๆ จะพาใครสักคนไปพบคุณปู่ เขากำลังกังวลกับเรื่องนี้อยู่ แล้วก็ได้เห็นซูเจียซินเดินขึ้นรถไฟมา ความคิดแปลกประหลาดนี้จึงเกิดขึ้น
หญิงสาวนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดว่าคนตรงหน้าไม่มีเหตุผลให้ต้องโกหกเธอ และเขาเป็นทหารคงไม่หลอกลวงประชาชนให้เสื่อมเสียเกียรติของตน
“ฉันติดค้างคุณเรื่องที่คุณเคยช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันจะยอมไปกับคุณค่ะ”
ซูเจียซินพูดถึงเรื่องหนี้บุญคุณขึ้นมา ก็เพราะเธอติดค้างเรื่องนี้กับเขา และไม่อยากให้ชายหนุ่มคิดว่าเธอหวังผลประโยชน์จากเขา จึงได้ตามไปง่าย ๆ แบบนี้
ครั้นหญิงสาวพูดแบบนั้นออกมา เซี่ยอี้เฉินก็รู้สึกผิดอยู่ในใจ เพราะเรื่องนั้นเขาไม่ใช่แค่ช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำ ทว่าก็มีส่วนทำให้ชีวิตของเธอลำบากด้วย เพราะหญิงสาวตรงหน้าต้องถูกนินทาว่าร้าย แต่เขากลับใช้เรื่องนี้มาขอให้เธอช่วย และการที่เขาเป็นทหารจะช่วยเหลือประชาชนก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ไม่ควรถือว่าเป็นบุญคุณ
“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ฉันอยากตอบแทนที่คุณเคยช่วยเหลือฉัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสบายใจของฉันค่ะ”
ซูเจียซินรู้ว่าอีกฝ่ายก็ลำบากใจ เธอคิดว่าเขาคงไม่มีทางเลือกแล้วจึงได้ทำแบบนี้
“แล้วเราต้องไปที่ไหนคะ ไกลหรือเปล่า” หญิงสาวถาม
“เมืองลู่ชิงครับ” เซี่ยอี้เฉินบอก
ถ้าจะไปเมืองเอกของมณฑลอย่างเมืองลู่ชิง ก็ต้องเปลี่ยนเส้นทาง ขึ้นรถไฟได้ไม่นานซูเจียซินก็ต้องลงที่สถานีหน้า เพื่อเปลี่ยนไปนั่งรถไฟอีกขบวน
“แต่ฉันอยู่ที่นั่นได้ไม่นานนะคะ ฉันยังมีธุระต้องไปที่เมืองเซียงหยาง”
ซูเจียซินต้องบอกไว้ก่อนว่าเธอยังมีธุระต่อ จะอยู่ช่วยจัดการปัญหาของเขานานไม่ได้
“ไปพบคุณปู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ผมจะซื้อตั๋วรถไฟให้คุณไปที่เมืองเซียงหยางทันที” เซี่ยอี้เฉินบอกออกไป
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”
หลังตกลงกันได้แล้ว ซูเจียซินก็เตรียมตัวลงรถไฟที่สถานีเล่อหยาง
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/