LNCrawler

บทที่ 15 คนรัก 2

ชีวิตใหม่นี้ไม่เหมือนเดิมอีก — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 15 คนรัก 2

ครั้นมาถึงสถานีเล่อหยาง เซี่ยอี้เฉินก็พาซูเจียซินลงรถไฟไปด้วยกัน เขาได้ฝากนายทหารอีกคนช่วยลางานให้แล้ว เพราะมีเหตุจำเป็นจริง ๆ จึงได้ลงกลางทางแบบนี้ ทว่าก็ยังโชคดีที่ภารกิจของเขาเสร็จสิ้นแล้ว จากนี้พวกเขาจะได้พักสามวัน การลางานนี้จึงไม่มีปัญหา

หญิงสาวเดินตามชายหนุ่มลงรถไฟไป เมื่อมาที่จุดขายตั๋วรถไฟ ก็มีคนเอาตั๋วรถไฟมาให้กับเซี่ยอี้เฉิน

“พี่อี้เฉินทางนี้ครับ” ครั้นหันไปตามเสียงเรียกก็เห็นจางหมิงเจี๋ยโบกมือให้กับเซี่ยอี้เฉินอยู่

จางหมิงเจี๋ยเคยเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของเซี่ยอี้เฉิน แต่เขาได้รับบาดเจ็บจึงเปลี่ยนสายงานมาทำที่สถานีรถไฟแทน ก่อนหน้านั้นเซี่ยอี้เฉินได้โทรหาจางหมิงเจี๋ยไว้แล้ว เพราะเขาต้องมาต่อรถไฟที่นี่ จึงให้อีกฝ่ายช่วยซื้อตั๋วรถไฟไว้ให้เพราะกลัวจะหาตั๋วไม่ได้

“พี่อี้เฉินนี่ตั๋วรถไฟของพี่”

จางหมิงเจี๋ยบอก ก่อนจะมองไปยังหญิงสาวที่อยู่ข้างกายเซี่ยอี้เฉิน

“มีตั๋วอีกที่ไหม”

เซี่ยอี้เฉินถาม ได้ยินแบบนั้นจางหมิงเจี๋ยก็กลับไปดูว่าจะหาตั๋วรถไฟให้เซี่ยอี้เฉินได้หรือไม่ ไม่นานเขาก็กลับมา

“บังเอิญจริงได้ตั๋วที่นั่งข้างกันพอดีเลยครับ”

จางหมิงเจี๋ยส่งตั๋วรถไฟอีกใบให้กับเซี่ยอี้เฉิน ก่อนจะมองเลยไปยังซูเจียซิน หญิงสาวคนนี้รูปร่างสูงโปร่งกำลังดี พอมายืนอยู่ข้างเซี่ยอี้เฉิน จางหมิงเจี๋ยก็เกิดความรู้สึกว่าทั้งสองคนดูเหมาะสมกัน ผู้ชายก็หล่อเหลา ผู้หญิงก็น่ารักดูอ่อนหวาน

“มีมารยาทหน่อย”

เซี่ยอี้เฉินเอ่ยเตือนเพราะเห็นว่าจางหมิงเจี๋ยเสียมารยาท ที่จ้องมองซูเจียซินแบบนั้น

“ขอโทษครับสหาย”

จางหมิงเจี๋ยกล่าวกับซูเจียซิน สายตาของเขาไม่ได้ละลาบละล้วง เพียงแต่เหมือนคนตกตะลึงมากกว่า ซูเจียซินจึงไม่ได้ถือสา

ซูเจียซินเพียงแค่พยักหน้ารับคำขอโทษนั้น เธอไม่รู้จักเขาจึงไม่กล้าทำตัวสนิทด้วย

“นี่เงินค่าตั๋ว” เซี่ยอี้เฉินให้เงินค่าตั๋วกับจางหมิงเจี๋ยไป แล้วก็หันไปบอกกับซูเจียซิน “ไปกันเถอะ”

รถไฟกำลังจะออกจากสถานีแล้ว เซี่ยอี้เฉินจึงบอกให้ซูเจียซินรีบไปขึ้นรถไฟ

“ส่งกระเป๋ามาให้ผมช่วยถือดีกว่าครับ”

เซี่ยอี้เฉินบอก และยังไม่ทันที่ซูเจียซินจะได้พูดอะไร ชายหนุ่มก็แย่งกระเป๋าของเธอไปถือไว้เอง

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าว จากนั้นก็เดินนำชายหนุ่มขึ้นรถไฟไป

ทั้งสองคนก็เดินไปหาที่นั่งของตัวเอง เมื่อเจอแล้วเซี่ยอี้เฉินก็ให้ซูเจียซินนั่งด้านใน ส่วนเขาก็นั่งด้านนอก กระเป๋าของเธอเขาก็เก็บไว้ให้ที่ช่องเก็บของด้านบน รถไฟต้องใช้เวลาเดินทางอีกราวห้าชั่วโมง ระหว่างนั้นก็นั่งพักไปก่อน

“ผมจะไปเข้าห้องน้ำหน่อย” ชายหนุ่มบอกกับหญิงสาว

“ค่ะ เอากระเป๋าวางไว้ก่อนก็ได้ค่ะ ฉันจะเฝ้าให้”

ซูเจียซินตอบรับ และก็บอกให้เซี่ยอี้เฉินเอากระเป๋าทหารวางไว้ตรงที่นั่งของเขา เพื่อที่ผู้อื่นจะได้ไม่มั่วมานั่งที่ของเขา

“ครับ” ชายหนุ่มตอบรับแล้วก็ลุกออกไป

เขาไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับซาลาเปาไส้เนื้อลูกใหญ่ กับน้ำร้อนอีกกระติก

“กินซาลาเปารองท้องก่อนครับ”

ชายหนุ่มบอก เพราะตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว เขาจึงให้เธอกินซาลาเปารองท้องก่อน อีกเดี๋ยวลงรถไฟแล้วเขาจะพาเธอไปกินอาหารดี ๆ

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวตอบรับ แล้วก็รับเอาซาลาเปามากิน ส่วนเซี่ยอี้เฉินก็กินซาลาเปาอีกถุงที่เขาซื้อมาให้ตัวเองด้วย

“คงไปถึงที่นั่นช่วงบ่าย” ชายหนุ่มชวนคุย ซูเจียซินก็พยักหน้ารับรู้

“จะให้ฉันเรียกคุณว่าอะไรคะ” ซูเจียซินถาม

จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้จักชื่อของเขา และไม่รู้ว่าอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่เธอจะต้องเรียกเขาว่าอย่างไร

“ขอโทษครับ ผมลืมแนะนำตัว ผมเซี่ยอี้เฉิน คุณเรียกผมว่าอี้เฉินก็ได้ครับ” ชายหนุ่มบอก

“เรียกชื่ออย่างเดียวจะดูไม่เหมือนคู่รักหรือเปล่าคะ ฉันเรียกพี่อี้เฉินได้ไหมคะ”

หญิงสาวถามออกไป เพราะจะต้องเล่นบทคนรักของเขา เธอจึงอยากจะให้ดูสนิทสนมกันหน่อย

“ได้ครับ ผมอายุยี่สิบสามปีแล้ว คงเป็นพี่คุณ” ชายหนุ่มบอก “ผมมีตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองพัน ยศพันโท”

ชายหนุ่มเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองพันได้ไม่กี่เดือนมานี้

“ฉันซูเจียซินค่ะ อายุสิบแปดปี เปิดร้านขายบะหมี่กับแม่ที่ตลาดเจียอี๋ในเมืองอวิ๋นเฉิง ตอนนี้กำลังจะเปิดร้านเสื้อผ้าเพิ่ม และฉันก็กำลังจะไปรับเสื้อผ้าที่เมืองเซียงหยางมาขายค่ะ”

หญิงสาวแนะนำตัวกลับไปบ้าง ก่อนจะถามว่าเธอต้องปิดบังอะไรหรือไม่ เพราะอาชีพแม่ค้าอย่างเธออาจจะไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก และหลายคนก็อับอายกับอาชีพนี้

“มีอะไรต้องปิดบังคุณปู่ของคุณไหมคะ ด้วยอาชีพค้าขายของฉันอาจจะขัดใจคุณปู่ของคุณ เผื่อว่าฉันควรจะเลี่ยงเรื่องนี้ไป”

“ถ้าคุณปู่ไม่ถามก็ไม่ต้องบอก แต่ถ้าท่านถามคุณก็บอกตามความจริงนั่นแหละครับ การค้าขายในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องผิด ทุกอาชีพก็มีเกียรติของตัวเอง” เซี่ยอี้เฉินว่า

ซูเจียซินได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา แนวคิดของชายหนุ่มตรงหน้าดูเปิดกว้าง ทำให้รู้ว่าอย่างน้อยเธอก็ช่วยคนไม่ผิด

“จะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีครับ” ชายหนุ่มถามบ้าง

“เจียซินหรือซินซินก็ได้ค่ะ แม่เรียกฉันว่าเจียซินค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมเรียกคุณว่าซินซินแล้วกันนะครับ” ชายหนุ่มบอก

“ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบรับ

“คุณอยากจะพักผ่อนก่อนไหม หรือจะเดินทางไปโรงพยาบาลเลยครับ” เซี่ยอี้เฉินถาม

“ถ้าไปโรงพยาบาลเลยจะดูน่าเกลียดไหมคะ เพราะฉันมีกระเป๋ามาด้วย และก็ไม่มีของเยี่ยมเลยค่ะ”

หญิงสาวบอกด้วยความเกรงใจ เธอไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมไปเยี่ยมผู้ป่วยสักเท่าไหร่

“ไม่เป็นไรครับ แค่คุณยอมแวะไปที่โรงพยาบาลก็พอแล้ว” ชายหนุ่มบอกให้ซูเจียซินได้สบายใจ

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับ

ครั้นใกล้จะถึงสถานีรถไฟแล้ว ซูเจียซินก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เพื่อดูความเรียบร้อยของตัวเอง กระทั่งรถไฟจอดที่สถานี เซี่ยอี้เฉินก็ช่วยซูเจียซินถือกระเป๋าเช่นเดิม เมื่อลงจากรถไฟแล้วก็มีคนรออยู่

“คุณชายใหญ่ทางนี้ครับ”

ชายวัยกลางคนโบกมือเรียกเซี่ยอี้เฉิน และชายหนุ่มซึ่งตัวสูงใหญ่จึงมองหาเสียงเรียกนั้นได้ไม่ยาก

“ทางนั้นครับ” จากนั้นเซี่ยอี้เฉินก็หันไปบอกกับซูเจียซิน

“ค่ะ” แล้วทั้งสองคนก็เดินไปหาฟู่จางหย่ง

ฟู่จางหย่งมองซูเจียซินที่เดินมากับเซี่ยอี้เฉินด้วยความแปลกใจ เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร และไม่รู้ว่ามากับเซี่ยอี้เฉินได้อย่างไร อีกทั้งคุณชายใหญ่ก็ไม่ได้บอกว่าจะมีผู้หญิงติดตามมาด้วย

“รถจอดอยู่ทางนั้นครับ”

ฟู่จางหย่งบอก แล้วก็เดินนำหนุ่มสาวไปที่รถจิ๊บคันใหญ่ ซึ่งจอดอยู่ห่างไปไม่มาก จากนั้นเซี่ยอี้เฉินก็เปิดประตูรถให้ซูเจียซินขึ้นไปนั่งด้านหลัง แล้วเขาก็เอากระเป๋าไปวางไว้ท้ายรถ จากนั้นก็กลับมานั่งข้างซูเจียซิน

“ไปที่โรงพยาบาลเลยครับ” เซี่ยอี้เฉินบอกกับฟู่จางหย่ง

“ครับ” อีกฝ่ายรับคำสั่งแล้วก็ขึ้นไปนั่งที่นั่งคนขับรถ

จากนั้นก็ขับรถออกไป แม้ฟู่จางหย่งจะมีความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามว่าซูเจียซินเป็นใคร แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือเซี่ยอี้เฉินปฏิบัติกับผู้หญิงคนนี้ดีมาก

ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

003f5a0565eb5117f1fddf0686178fea.jpg

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/

https://www.mebmarket.com/ebook-466682-%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81