บทที่ 16 คฤหาสน์ตระกูลเซี่ย 2
บทที่ 16 คฤหาสน์ตระกูลเซี่ย 2
เช้าวันต่อมา ซูเจียซินตื่นเช้าตามเวลาปกติของเธอ จากนั้นหญิงสาวก็ลุกขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน และเตรียมตัวจะไปที่โรงพยาบาล
เมื่อตื่นแล้วแต่ไม่มีอะไรให้ทำ ซูเจียซินก็ถือวิสาสะเดินไปที่ข้างบ้าน เพื่อจะไปดูสวนดอกไม้ เธอได้กลิ่นหอมอ่อนตั้งแต่เมื่อคืน จึงอยากจะมาเดินชมสวนสักหน่อย
แม้เซี่ยอี้เฉินจะบอกว่าไม่ได้กลับมาที่นี่บ่อย ทว่าต้นไม้ดอกไม้ในสวนนี้ก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี คนในตระกูลเซี่ยก็คงไม่ได้ปฏิบัติต่อเขาแย่นัก หญิงสาวไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับแม่เลี้ยงดีหรือไม่ แต่คิดว่าอาจจะไม่ดีนัก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่แยกตัวออกมาอยู่คนเดียวแบบนี้ ทั้งที่เขาเป็นหลานชายคนโต ควรจะพักอยู่ที่ตึกใหญ่มากกว่า
เซี่ยอี้เฉินยืนมองหญิงสาวที่เดินเล่นอยู่ในสวน พลันให้นึกถึงแม่ของตัวเอง แม่ของเขาก็ชอบมายืนมองต้นไม้ดอกไม้แบบนี้ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเขายืนมองซูเจียซินอยู่นานเท่าไหร่ แต่รู้ว่าเขาสามารถมองเธอแบบนี้ได้นาน ๆ โดยไม่เบื่อ กระทั่งหญิงสาวหันมาเห็นเขา
“สวนนี้แม่ผมเป็นคนปลูกเองทั้งหมด แล้วก็ได้คุณปู่ช่วยดูแลให้” ชายหนุ่มบอก
แม้เซี่ยอี้เฉินจะไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายที่นี่ แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นกับซูเจียซิน
“จัดสวนได้สวยมากค่ะ ดูผ่อนคลายดี” ซูเจียซินเอ่ยชม
“แม่ชอบวาดรูปและก็ชอบปลูกดอกไม้ครับ” เซี่ยอี้เฉินว่า
ความชอบของเฉียวอวี่ซิน บอกให้รู้ว่าเธอได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม และคงมีฐานะทางบ้านไม่ด้อย ไม่อย่างนั้นงานอดิเรกคงไม่ใช่ปลูกต้นไม้ดอกไม้แบบนี้
คนปากกัดตีนถีบที่ไหนจะมีเวลามาทำอะไรแบบนี้ ต่างก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ไม่อย่างนั้นก็อด เห็นชีวิตความเป็นอยู่แบบนี้แล้ว ซูเจียซินก็ได้แต่ยิ้มออกมา ช่างแตกต่างกับเธอนัก
“ช่วงเช้าฉันจะไปเยี่ยมนายท่านผู้เฒ่าก่อน ตอนบ่ายก็จะเดินทางต่อเลยค่ะ” หญิงสาวบอกกับชายหนุ่มตรงหน้า
“ผมจะซื้อตั๋วรถไฟไว้ให้ คุณก็ไปรับกับจางหมิงเจี๋ยได้เลย แล้วก็ขอบคุณมากนะครับ ที่สละเวลาไปพบคุณปู่อีกครั้ง” เซี่ยอี้เฉินกล่าวด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก่อนกลับก็ควรจะไปบอกท่านสักคำ” หญิงสาวว่าออกไป
เมื่อถึงเวลาอาหารเช้าทั้งสองก็ไปนั่งกินโจ๊กด้วยกัน อิ่มแล้วก็ไปที่โรงพยาบาล มาถึงก็ไม่เห็นคนอื่นในห้องพัก เห็นแต่คนป่วยนอนหลับอยู่บนเตียง
เซี่ยอี้เฉินบอกกับพ่อของเขาแล้วว่าวันนี้เขาจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณปู่ อีกฝ่ายจึงไม่ได้มาที่โรงพยาบาล ส่วนตอนบ่ายกู้อวิ๋นซวงแม่เลี้ยงของเซี่ยอี้เฉินจะมาอยู่ดูแลเซี่ยวั่งซูด้วย
ครั้นได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้องเซี่ยวั่งซูก็ลืมตาขึ้นมา เขาไม่ได้หลับเพียงแค่พักสายตาเท่านั้น คนแก่ก็นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ แบบนี้
“กินอะไรมาหรือยัง”
เสียงแหบแห้งเอ่ยถาม เซี่ยอี้เฉินมองคุณปู่ก็เห็นว่าเจ็บป่วยคราวนี้ท่านดูอ่อนแอมาก เขาจึงเริ่มตระหนักได้ว่าคุณปู่อายุมากแล้วจริง ๆ
“กินโจ๊กมาจากที่บ้านแล้วค่ะ” ซูเจียซินตอบ ก่อนจะนั่งลงยังเก้าอี้ข้างเตียง ที่เซี่ยอี้เฉินขยับมาให้
เซี่ยวั่งซูเห็นการดูแลหญิงสาวของหลานชายจอมทึ่ม ก็แอบยิ้มอยู่ในใจ หลานชายของเขาอาจจะไม่รู้ตัว ว่าตนปฏิบัติกับผู้หญิงคนนี้ต่างจากคนอื่นมาก
“หลับสบายดีไหม” ผู้อาวุโสถามด้วยความเป็นห่วง
“ฉันหลับสบายดีค่ะ” หญิงสาวตอบรับและรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงที่แสดงความเป็นห่วงของอีกฝ่าย “วันนี้คุณปู่เป็นยังไงบ้างคะ เจ็บปวดตรงไหนหรือเปล่าคะ”
“ไม่เป็นอะไรมากแล้ว เป็นไข้เล็กน้อยตามประสาคนแก่นั่นแหละ วันนี้ก็จะได้กลับบ้านแล้วล่ะ”
ผู้อาวุโสบอก ก่อนจะถามหญิงสาวกลับไปบ้าง เขาให้เธอมาอยู่พูดคุยด้วยแต่ก็ลืมถามไปว่าเธอยังมีธุระที่อื่นอีกหรือไม่
“แล้วนี่หนูจะกลับเมื่อไหร่ ถ้ามีธุระก็กลับไปจัดการเถอะ ไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนปู่ก็ได้ ให้เสี่ยวเฉินอยู่คนเดียวก็พอ เห็นหมอบอกว่าน้ำเกลือถุงนี้หมดปู่ก็ได้กลับบ้านแล้ว”
ผู้อาวุโสชี้ไปที่ถุงน้ำเกลือที่ห้อยอยู่ ก่อนจะบอกว่าน้ำเกลือถุงนี้หมดเขาก็กลับบ้านได้แล้ว เป็นเขาที่เบื่อนอนโรงพยาบาล จึงขอหมอกลับไปพักที่บ้านแทน เพราะบรรยากาศที่บ้านยังไงก็ดีกว่าที่โรงพยาบาลมาก
“ฉันจะเดินทางไปเมืองเซียงหยางบ่ายวันนี้ค่ะ ฉันจะไปซื้อเสื้อผ้ามาขายที่ร้าน”
ด้วยคิดว่าตัวเองอาจจะไม่ได้เจอกับเซี่ยวั่งซูอีก เพราะความสัมพันธ์ของเธอกับเซี่ยอี้เฉินเป็นแค่เรื่องหลอกลวง ซูเจียซินคิดว่าเธอไม่จำเป็นต้องระวังตัว ว่าคนตระกูลเซี่ยจะรับเรื่องของเธอไม่ได้ เพราะเธอไม่ได้จะมาเป็นหลานสะใภ้ของคนตรงหน้าจริง ๆ และอย่างน้อยเรื่องส่วนตัวของเธอก็ไม่ใช่เรื่องโกหก
“ฉันเปิดร้านขายบะหมี่กับแม่ที่ตลาดเจียอี๋ในเมืองอวิ๋นเฉิงค่ะ ขายดีมากค่ะ แต่ก็อยากจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าเพิ่ม เพราะลองขายดูแล้วขายดีมากเหมือนกันค่ะ ฉันซื้ออาคารพาณิชย์ไว้เปิดร้านขายเสื้อผ้าคูหาหนึ่งค่ะ ตอนนี้กำลังตกแต่งอยู่ และฉันก็กำลังจะไปซื้อเสื้อผ้ามาขายเพิ่ม วันหน้าหากเก็บเงินได้สักก้อน ฉันก็จะซื้อบ้านให้แม่อยู่ค่ะ ต่อไปเราสองคนแม่ลูกก็จะมีบ้านเป็นของตัวเองค่ะ”
หญิงสาวเล่าไปอย่างมีความสุขที่หาเงินได้ด้วยตัวเอง พลอยทำให้คนฟังรู้สึกมีความสุขไปกับเธอด้วย
“พ่อของเธอล่ะ” ผู้อาวุโสถาม
“พ่อกับแม่เลิกกันแล้วค่ะ ฉันกับแม่ออกมาอยู่ด้วยกันสองคน ตอนนี้ชีวิตถือว่าดีกว่าเดิมมาก และที่สำคัญมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมด้วยค่ะ”
หญิงสาวเล่าไปยิ้มไป เธอไม่ได้มีความรู้สึกหดหู่แต่อย่างใด เรื่องที่เธอมาอยู่กับแม่สองคนเป็นเรื่องดี ไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอายสำหรับเธอ
“มีกันแค่สองคน สร้างเนื้อสร้างตัวได้แบบนี้ก็เก่งมากแล้วล่ะ”
เซี่ยวั่งซูเอ่ยชม เขาไม่คิดดูถูกหญิงสาว และเห็นแต่คนที่พยายามจนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้
“ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเก่งค่ะ”
ซูเจียซินว่า ก่อนจะหัวเราะออกมา เพราะไม่ต้องระวังตัวมาก เธอจึงสามารถเป็นตัวของตัวเองได้
เซี่ยวั่งซูได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะตาม เขาไม่เคยได้ยินใครชมตัวเองจริงจังแบบนี้มาก่อน
“คุณปู่ต้องอารมณ์ดีนะคะ อย่างเคร่งเครียดมากเกินไป เพราะเวลาคิดมากจะทำให้สุขภาพแย่ไปด้วยค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยเตือนผู้อาวุโส ก่อนจะยกตัวอย่างเรื่องของเธอขึ้นมา
“ฉันก้าวออกมาจากบ้านตระกูลซ่งพร้อมกับแม่ เมื่อพ้นจากบ้านนั้นมาได้ ใจของฉันก็รู้สึกปลอดโปร่งอย่างมาก ฉันไม่มีความทุกข์มีแต่สุขใจ พอฉันมีความสุข ฉันก็ทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากมายโดยไม่เหนื่อย ครั้นเริ่มมีเงินเก็บฉันก็ยิ่งมีความสุขค่ะ”
ซูเจียซินว่าพลางยิ้มออกมา ก่อนจะจ้องมองคนป่วยบนเตียง
“ปู่รู้แล้ว และปู่เข้าใจที่หนูบอก”
เซี่ยวั่งซูว่า ผู้อาวุโสรู้ว่าลูกหลานมีวาสนาของลูกหลาน ตอนนี้เขาก็แก่มากแล้ว จึงไม่อยากไปยุ่งเรื่องของใครอีก
ซูเจียซินได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา ส่วนเซี่ยอี้เฉินที่มองหญิงสาวกับปู่ของเขาพูดคุยกัน ใจของชายหนุ่มก็คันยุบยิบโดยไม่รู้สาเหตุ และเขาก็รู้สึกว่าไม่อยากละสายตาไปจากซูเจียซิน การที่เธอพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติแบบนั้น ทำให้เธอเหมือนมีประกาย ชวนให้คนฟังรู้สึกมีความสุขไปด้วย และเขาสัมผัสได้ว่าเธอเป็นห่วงคุณปู่ของเขาจริง ๆ
กระทั่งเซี่ยวั่งซูกินอาหารเที่ยงอิ่มแล้ว และไม่นานก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยา ซูเจียซินจึงได้หันไปมองเซี่ยอี้เฉิน
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/