บทที่ 19 ถูกทำร้าย 2
บทที่ 19 ถูกทำร้าย 2
เมื่อซูฟางเฟยมาถึงโรงพยาบาลก็สอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จนรู้ว่าซูเจียซินยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน เธอก็รีบไปที่หน้าห้องฉุกเฉิน ครั้นมาถึงก็เห็นเซี่ยอี้เฉินยืนอยู่ที่นั่น
“คุณน้า”
เซี่ยอี้เฉินจำซูฟางเฟยได้ เขาเคยเห็นอีกฝ่ายอยู่กับซูเจียซินในงานแต่งวันนั้น และทั้งสองคนก็มีใบหน้าคล้ายกัน อีกทั้งก็มีกันอยู่สองคนแม่ลูก และเซี่ยอี้เฉินก็เดาได้ว่าคนที่รีบมาโรงพยาบาลแบบนี้ ต้องเป็นแม่ของซูเจียซินอย่างแน่นอน
“สหายทหาร ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า”
ซูฟางเฟยถามกับผู้มีพระคุณของลูกสาว เธอก็จำสหายทหารคนนี้ได้เช่นกัน ลูกสาวของเธอเคยบอกว่าเขาคือคนที่ช่วยชีวิต ซูฟางเฟยก็จำหน้าผู้มีพระคุณไว้
“ผมเป็นคนพาซินซินมาที่โรงพยาบาลครับ ผมบังเอิญไปเจอเธอถูกทำร้ายเข้าพอดี” เซี่ยอี้เฉินบอกกับคนตรงหน้าไป
“ขอบคุณมากนะที่ช่วยลูกสาวของน้าไว้อีกครั้ง” ซูฟางเฟยเอ่ยกับเซี่ยอี้เฉิน ไม่นึกว่าเขาจะช่วยลูกสาวของเธอไว้อีกครั้ง “แล้วเจียซินเป็นยังไงบ้าง”
“กระดูกแขนร้าวครับ อย่างอื่นไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วง ตอนนี้หมอกำลังเข้าเฝือกให้อยู่ครับ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นซูฟางเฟยก็เบาใจขึ้น ว่าลูกสาวไม่ได้ถึงกับเลือดตกยางออกปางตาย
และในตอนนั้นซูเจียซินก็เข้าเฝือกเสร็จพอดี เธอออกมาจากห้องฉุกเฉินพร้อมกับหมอและพยาบาล ครั้นออกมาก็เห็นแม่ของเธออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินด้วย
“แม่มาได้ยังไงคะ” หญิงสาวถาม
“มีคนไปบอกที่ร้านว่าลูกถูกทำร้าย แม่เลยรีบมาที่โรงพยาบาล แล้วนี่ลูกเป็นยังไงบ้าง” ซูฟางเฟยถาม พร้อมกับมองสำรวจลูกสาวไปด้วย
“กระดูกร้าวจากการกระแทกค่ะ คงเป็นตอนที่ฉันล้ม คุณหมอให้งดใช้แขนข้างนี้หกสัปดาห์ อย่างอื่นก็ไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ”
ซูเจียซินบอกให้แม่ของเธอสบายใจ จากนั้นหญิงสาวก็หันไปบอกขอบคุณเซี่ยอี้เฉินที่มาช่วยเธอไว้อีกครั้ง
“ขอบคุณมากนะคะที่มาช่วย ไม่อย่างนั้นฉันคงรักษาชีวิตกับเงินไว้ไม่ได้แล้ว” ซูเจียซินบอกกับเซี่ยอี้เฉิน
“ยังจะเป็นห่วงเงินอีก วันหลังอย่าทำแบบนี้ ห่วงชีวิตของตัวเองก่อน เงินจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าลูกยังมีชีวิตอยู่ ต่อไปถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกก็ให้เงินกับมันไป”
ซูฟางเฟยได้ยินลูกสาวพูดเหมือนเป็นห่วงเงินมากกว่าตัวเอง เธอก็อดที่จะบ่นไม่ได้ เธออยากให้ลูกเป็นห่วงตัวเองก่อน เพราะถ้าซูเจียซินเป็นอะไรไปเธอก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว
“ฉันรู้ค่ะแม่ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีก”
ซูเจียซินรีบบอกกับคนเป็นแม่ เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกลัวและกังวลใจ
ในตอนที่แม่ลูกกำลังพูดคุยกันอยู่ จึงไม่ได้สังเกตว่าเซี่ยอี้เฉินเงียบไป ด้วยชายหนุ่มกำลังจ้องมองกับหมอที่ยืนอยู่ด้านหลังซูเจียซิน ซึ่งเจียงเกาหมิงก็กำลังมองเซี่ยอี้เฉินอยู่เช่นกัน ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมา แล้วก็หันไปพูดกับซูเจียซิน
“เห็นเสี่ยวเฉินอยู่ที่นี่ก็ทำให้ฉันนึกออก หนูคือซูเจียซินคนรักของเสี่ยวเฉินใช่ไหม”
เจียงเกาหมิงถามกับซูเจียซิน เขารู้สึกยินดีที่หลานชายมีคนรัก ตระกูลเจียงรู้จักกับตระกูลเซี่ยมานาน และเจียงเกาหมิงก็รู้ว่าทุกคนอยากให้เซี่ยอี้เฉินแต่งงานมีครอบครัวเสียที ครั้นอีกฝ่ายพาคนรักไปพบครอบครัว ทุกคนต่างก็ยินดี โดยเฉพาะนายท่านผู้เฒ่าเซี่ย
ซูเจียซินนิ่งอึ้งไปสักพัก ก่อนจะมองไปที่เซี่ยอี้เฉินด้วยอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เจียงเกาหมิงเห็นว่าซูเจียซินยังนึกไม่ออกเขาจึงได้อธิบายกับเธอ
“หนูคือเจียซินที่เสี่ยวเฉินพาไปเจอครอบครัวมาใช่ไหม คุณพ่อของเขากับคุณปู่เอาเรื่องน่ายินดีนี้ไปบอกกับคนรู้จักทั่วเลยล่ะ คงอยากจะอวดผู้อื่นด้วย”
คราวนี้ซูเจียซินก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว และท่าทีของเซี่ยอี้เฉินก็บอกได้ว่าเขารู้จักกับเจียงเกาหมิง ก่อนที่จะพูดอะไรเธอก็มองไปยังแม่ของตัวเอง
เซี่ยอี้เฉินเริ่มรู้สึกผิดกับซูฟางเฟยขึ้นมา เพราะเขาไม่เคยไปหาซูฟางเฟย แต่พาซูเจียซินไปพบกับครอบครัวของเขาแล้ว
“คุณอาครับ เรื่องนี้ค่อยพูดกันอีกทีนะครับ ผมจะพาซินซินกลับบ้านก่อน” เซี่ยอี้เฉินบอก
เจียงเกาหมิงรู้สึกว่าบรรยากาศดูแปลก ๆ เขาจึงไม่ได้พูดอะไรอีก ส่วนเซี่ยอี้เฉินก็ตระหนักได้แล้วว่าเรื่องที่เขาพาซูเจียซินไปโรงพยาบาล เพื่อพบกับคุณปู่วันนั้น คงมีคนรู้กันหมดแล้วว่าเขามีคนรัก
“ถ้าอย่างนั้นอีกเดี๋ยวไปรับยาและก็กลับบ้านได้เลย”
เจียงเกาหมิงบอกกับเซี่ยอี้เฉิน จากนั้นเขาก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ
“เดี๋ยวผมไปรับยาก่อน แล้วจะไปส่งคุณน้ากับซินซินที่บ้านครับ” เซี่ยอี้เฉินบอก
“ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวน้าไปจ่ายค่ารักษาและไปรับยาเอง”
ซูฟางเฟยบอก ทว่าน้ำเสียงของเธอไม่ได้ดูเป็นกันเองเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
“ไม่เป็นไรครับ ผมไปจัดการเองจะเร็วกว่าครับ”
ชายหนุ่มบอก และสัมผัสได้ว่าซูฟางเฟยมีความไม่พอใจเขาอยู่ เขามีความผิดติดตัว ซึ่งเรื่องนี้เขาต้องยอมรับว่าตัวเองทำผิดจริง ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาซูเจียซิน เขาแค่อยากจะรับผิดชอบให้กับซูเจียซินเท่านั้น
ซูเจียซินอยากจะไปจัดการเรื่องค่ารักษาเอง ทว่าตอนนี้เธอไม่สะดวก จึงพยักหน้าตอบรับให้เซี่ยอี้เฉินไปจัดการแทน เมื่อชายหนุ่มเดินไปแล้ว ซูเจียซินก็หันไปบอกกับแม่ของเธอ
“กลับไปคุยกันที่บ้านนะคะ ไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิดหรอกค่ะ”
“ได้จ้ะ”
ซูฟางเฟยตอบรับลูกสาว เธอไม่คิดว่าซูเจียซินจะมีความรัก คงเกิดเรื่องอะไรขึ้นสักอย่าง ถ้าซูเจียซินจะมีคนรักต้องบอกกับเธอไปแล้ว ที่ผ่านมาเธอไม่เคยห้ามปรามเวลาลูกอยากจะทำอะไร เธอตามใจลูกสาวตลอด แล้วมีเหตุผลอะไรที่ซูเจียซินจะต้องปิดบังเรื่องคนรักกับเธอ
หลังเซี่ยอี้เฉินไปจ่ายเงินกลับมาเขาก็ช่วยถือของให้กับซูเจียซิน ส่วนหญิงสาวก็ถูกผู้เป็นแม่ช่วยพยุงเดินออกไป
“ผมไปส่งที่บ้านนะครับ” เซี่ยอี้เฉินว่า ก่อนจะบอกให้สองแม่ลูกไปที่รถของเขา
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ เราสองคนกลับกันเองได้ รบกวนเวลาสหายนานแล้ว วันนี้ต้องขอบคุณมากนะจ๊ะ” ซูฟางเฟยบอกกับเซี่ยอี้เฉิน
อย่างไรชายหนุ่มคนนี้ก็เป็นคนช่วยลูกสาวของเธอ แม้ซูฟางเฟยจะมีความรู้สึกไม่ดีต่อเขา แต่ก็ไม่ได้พูดจาไม่ดีใส่ เธอแค่ไม่อยากคิดว่าลูกสาวอาจจะถูกคนผู้นี้ ใช้คำว่าบุญคุณมาบังคับให้ทำอะไรสักอย่าง
แม้จะเป็นการตอบแทนบุญคุณ ทว่าเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของลูกสาวเธอด้วย ซูเจียซินถูกนินทามามากพอแล้ว เธอไม่อยากให้ลูกต้องมาถูกนินทาอีก
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกับแม่กลับกันเองได้ และก็ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันไว้อีกครั้ง”
ซูเจียซินบอกกับชายหนุ่มตรงหน้า จากนั้นก็ขอกระเป๋าของเธอคืน
“คืนกระเป๋าให้ฉันเถอะค่ะ”
เซี่ยอี้เฉินได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะยื่นกระเป๋าคืนให้กับซูเจียซินไป
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/