บทที่ 21 ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง 2
บทที่ 21 ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง 2
ครั้นมู่จวิ้นเต๋อกลับไปแล้ว ซูฟางเฟยก็หันมามองเซี่ยอี้เฉินพลางถอนหายใจออกมา จากคำพูดของมู่จวิ้นเต๋อก็บอกให้รู้ว่าถ้าไม่มีผู้ชายคนนี้ ลูกสาวของเธอก็อาจจะถึงขั้นไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ตระกูลซ่งใจร้ายกับเธอและลูกสาวมากจริง ๆ
“เรื่องที่เกิดขึ้นต้องขอบคุณสหายมาก หากไม่ได้สหายลูกสาวของฉันก็คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว” ซูฟางเฟยบอกกับเซี่ยอีเฉินอีกครั้ง
“คุณน้าเรียกผมว่าอี้เฉินเถอะครับ” ชายหนุ่มบอกกับคนตรงหน้า “เรื่องนั้นไม่ต้องถือเป็นบุญคุณหรอกครับ หากใครมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องช่วยทั้งนั้น”
เซี่ยอี้เฉินกล่าวแล้วก็หยิบผลไม้ของฝากไปวางไว้ตรงหน้าซูฟางเฟย
“ผมมาที่นี่วันนี้นอกจากจะมาเยี่ยมซินซินแล้ว ก็อยากจะมาขอโทษคุณน้า กับการทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดี ทำให้คุณน้ากับซินซินรู้สึกไม่สบายใจไปด้วย”
ชายหนุ่มบอกก่อนจะลุกขึ้นมาแล้วโค้งตัวขอโทษซูฟางเฟยด้วยความรู้สึกผิด
ซูฟางเฟยอยากจะต่อว่าชายหนุ่มตรงหน้า แต่ก็ว่าได้ไม่เต็มปากเพราะสิ่งที่ชายหนุ่มทำไป เทียบไม่ได้กับการที่เขาช่วยชีวิตลูกสาวของเธอทั้งสองครั้ง
“เรื่องนั้นก็ช่างเถอะ” ซูฟางเฟยตัดสินใจในที่สุด เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้แล้วไป “แต่น้าก็อยากจะให้อี้เฉินจัดการกับปัญหานี้ให้ดี ในเมื่อไม่ได้คิดจริงจังกับเจียซิน เรื่องนี้ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานนัก วันหน้าจะได้ไม่เกิดข่าวลือเสียหาย และอีกอย่างไม่ควรโกหกผู้ใหญ่แบบนี้ด้วย จากที่ฟังคุณหมอเจียงพูด ดูเหมือนว่าผู้ใหญ่ที่บ้านของอี้เฉินจะจริงจังกับเรื่องนี้ หากยังโกหกต่อไปก็จะยิ่งมีปัญหาตามมา”
ซูฟางเฟยเอ่ยเตือนเซี่ยอี้เฉิน เธอไม่อยากตำหนิและพยายามเข้าใจปัญหาของเขา อีกทั้งก็ไม่อยากให้เซี่ยอี้เฉินโกหกผู้ใหญ่ของตัวเอง ทำแบบนั้นจะยิ่งเกิดปัญหาตามมา หากจะแต่งงานก็หาคู่ครองจัดงานแต่งให้ถูกต้อง หากยังไม่อยากแต่งงานก็พูดคุยให้ผู้ใหญ่เข้าใจ
“ผมขอคุยกับซินซินหน่อยได้ไหมครับ”
เซี่ยอี้เฉินบอกกับซูฟางเฟย ได้ยินแบบนั้นคนเป็นแม่ก็ถอนหายใจออกมา แต่ก็ยอมให้หนุ่มสาวได้พูดคุยกันตามลำพัง ส่วนเธอก็เดินไปที่แปลงผักหลังบ้าน มีพื้นที่อยู่เล็กน้อยสองพี่น้องตระกูลเถาได้มาทำแปลงปลูกผักไว้ตรงนี้
“มีอะไรจะพูดกับฉันเหรอคะ” ซูเจียซินถามกับคนตรงหน้า
“ผมอยากจะขอโทษที่ทำให้คุณกับแม่ไม่สบายใจ”
เซี่ยอี้เฉินมีความรู้สึกผิดกับซูเจียซิน แต่เขาไม่ได้รู้สึกแย่ที่พ่อกับคุณปู่เอาเรื่องของเขากับซูเจียซินไปพูดกับคนอื่น นั่นเท่ากับว่าครอบครัวของเขายอมรับซูเจียซินแล้ว
“แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกแย่ที่พ่อกับคุณปู่เอาเรื่องของคุณไปบอกกับคนรู้จัก นั่นเท่ากับว่าพวกท่านยอมรับในตัวคุณ พอได้ยินอาเจียงพูดถึงคุณ ผมก็รู้สึกว่าพ่อทำถูกแล้ว ผมมีคนรักก็ไม่ควรที่จะปกปิดใคร”
ชายหนุ่มว่าพลางเงยหน้าขึ้นสบตากับซูเจียซิน
“ผมรู้ว่าการที่ผมพูดแบบนี้ฟังดูแปลก แต่ผมก็มั่นใจว่าผมรู้สึกกับคุณไม่เหมือนใคร ลองให้โอกาสผมได้คบหากับคุณเป็นคนรักได้ไหมครับ”
“คุณแน่ใจแล้วเหรอคะ ครอบครัวฉันไม่มีอะไรสู้คุณได้เลยนะคะ และฉันก็เรียนจบแค่มัธยมปลาย”
ซูเจียซินบอก เธอถามอีกฝ่ายเพื่อให้เขาได้ตัดสินใจให้ดี และก็รู้สึกแปลกใจมากที่เซี่ยอี้เฉินมากล่าวกับเธอแบบนี้
“ผมประทับใจที่คุณเข้มแข็งและหยัดยืนได้ด้วยตัวเองแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็เป็นผู้หญิงที่จิตใจดีและอ่อนโยนมากครับ”
ชายหนุ่มว่าอย่างขัดเขินอยู่เล็กน้อย เขาเห็นแล้วว่าเธอเข้มแข็งเพียงใด แต่เธอกลับอ่อนโยนมากเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณปู่ของเขา ยิ่งได้เห็นแบบนั้นเซี่ยอี้เฉินก็ยิ่งรู้สึกว่าซูเจียซินเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ทำให้เขากล้าที่จะขอคบหากับเธอเป็นคนรัก
“คุณยังไม่ต้องตัดสินใจตอนนี้ก็ได้ครับ ค่อย ๆ คิดไป ผมอยู่ที่ค่ายทหารในเมืองเหอผิง ขับรถมาที่นี่เองก็ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ถ้ามีเวลาผมจะแวะมาเยี่ยมคุณบ่อย ๆ ตัดสินใจได้ตอนไหนค่อยบอกผมก็ได้ครับ”
ชายหนุ่มบอก เขายังไม่อยากให้ซูเจียซินรีบปฏิเสธในตอนนี้ ให้เขาได้พยายามจีบเธอก่อน
“หากคุณมีอะไรก็โทรหาผมได้ เรื่องของตระกูลซ่งถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยไม่ต้องเกรงใจ อย่าปล่อยให้คนพวกนั้น ย้อนกลับมาทำร้ายคุณได้อีก”
ชายหนุ่มว่าแล้วก็ให้เบอร์ติดต่อที่ค่ายทหารกับซูเจียซินไว้ ครั้นพูดถึงเรื่องนี้ซูเจียซินก็นึกเป็นห่วงแม่ของเธอเหมือนกัน เธออาจจะต้องจัดการกับคนตระกูลซ่งให้เด็ดขาด เพื่อที่จะไม่เปิดโอกาสให้ใครมาทำร้ายแม่ของเธอได้
“ถ้าฉันจัดการไม่ได้จริง ๆ คงต้องพึ่งคุณแล้วล่ะค่ะ”
ซูเจียซินบอก ด้วยเส้นสายของตระกูลเซี่ย เธอเชื่อว่าหากพวกเขาเอ่ยออกมา เรื่องคงจัดการได้เด็ดขาดและรวดเร็ว
“ผมจะรอคุณโทรมานะ พรุ่งนี้ผมต้องเดินทางกลับแล้ว มีอะไรก็โทรมานะครับ” เซี่ยอี้เฉินย้ำอีกที
“ได้ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมไม่รบกวนคุณแล้ว พักผ่อนให้มาก ๆ จะได้หายเร็ว ๆ ผมมียาทามาให้ด้วย จะช่วยให้แผลฟกช้ำหายเร็วขึ้น”
ชายหนุ่มบอก แล้วก็หยิบถุงยาทาแก้ฟกช้ำที่เขาซื้อมาให้กับซูเจียซินไป
“ขอบคุณนะคะ” ซูเจียซินบอก
จากนั้นเซี่ยอี้เฉินก็กลับไป แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไปลาซูฟางเฟยก่อน ครั้นชายหนุ่มออกจากบ้านไปแล้ว ซูฟางเฟยก็มาถามกับลูกสาว
“เขาพูดอะไรกับลูกบ้าง”
“เขาอยากจะคบหาฉันเป็นคนรักอย่างจริงจังค่ะ อยากให้ฉันลองพิจารณาเขาดูก่อน” หญิงสาวบอก ก่อนจะมองหน้าคนเป็นแม่ “เขาไม่ได้บังคับค่ะ แค่ขอให้ฉันเปิดโอกาสให้เขาบ้าง”
“แล้วลูกคิดยังไงกับเขา” ซูฟางเฟยถามกับลูกสาว
ก่อนจะตอบคำถามของคนเป็นแม่ ซูเจียซินก็นึกขึ้นได้ว่าเธอรับกำไลหยกของเซี่ยวั่งซูมาแล้ว
“แม่คะ ฉันรับกำไลหยกจากคุณปู่ของเขามาค่ะ ฉันว่าจะคืนให้เซี่ยอี้เฉินภายหลังแต่ก็ลืม จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คืนให้เขาค่ะ” ซูเจียซินบอก เธอเพิ่งนึกถึงกำไลหยกได้ และเซี่ยอี้เฉินก็กลับไปแล้วด้วย
“ลูกรับกำไลหยกเขามา รู้หรือเปล่าว่านั่นหมายความว่ายังไง” ซูฟางเฟยเอ่ยตำหนิลูกสาว “ไม่เท่ากับรับของหมั้นเขามาแล้วรึ”
“ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยค่ะ คิดแต่ว่ารับของมาให้ผู้อาวุโสสบายใจก่อน เดี๋ยวค่อยคืนให้เซี่ยอี้เฉินภายหลัง แต่ฉันก็ลืมคืนค่ะ” ซูเจียซินว่า
ซูฟางเฟยถอนหายใจออกมา ก่อนจะถามกับลูกสาวอีกครั้ง
“ลูกยังไม่ได้บอกแม่เลยว่าคิดยังไงกับเขา”
“เขาเป็นคนที่ดูพึ่งพาได้ค่ะ ครอบครัวของเขาไม่มีใครมีท่าทีดูถูกฉันเลย แม้พวกเขาจะรู้ว่าฉันเปิดร้านค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่ได้มีสายตารังเกียจหรือไม่พอใจ และยังชมว่าฉันเก่งด้วยค่ะ” ซูเจียซินว่า
เธอบอกความรู้สึกที่มีต่อเซี่ยอี้เฉินตอนนี้ไม่ได้ เพราะเพิ่งจะรู้ว่าเขาคิดยังไงกับเธอ และก่อนหน้าเธอก็ไม่เคยคิดว่าจะคบหากับเขาเป็นคนรัก แต่ซูเจียซินก็ไม่ได้รังเกียจเซี่ยอี้เฉิน เรื่องนี้บอกได้ว่าแค่ดู ๆ กันไปก่อน
“ก็ดู ๆ กันไปก่อนแล้วกันค่ะ ฉันก็ยังตั้งตัวไม่ทันเหมือนกัน” ซูเจียซินว่า
ได้ยินแบบนี้ซูฟางเฟยก็รู้แล้วว่าลูกสาวของเธอ อาจจะเริ่มมีใจเอนเอียงไปทางเซี่ยอี้เฉินแล้ว เพราะถ้าไม่ชอบซูเจียซินก็คงปฏิเสธไปตรง ๆ แล้ว
“ถ้าอย่างนั้นก็ค่อย ๆ ดูกันไป ยังไม่ต้องรีบร้อนหรอก” ซูฟางเฟยว่า
“ค่ะแม่”
ซูฟางเฟยคิดว่าให้โอกาสหนุ่มสาวได้ลองคบหากันดูก่อน แม้ตอนแรกเธอจะไม่พอใจที่เซี่ยอี้เฉินเอาเรื่องของลูกสาวมาทำเป็นเล่น ๆ แต่เธอก็แอบคิดว่าท่าทีของเขาที่มีต่อซูเจียซินดูมีอะไรพิเศษ และถึงครอบครัวของเขาจะเอาเรื่องของซูเจียซินไปบอกกล่าวกับคนรู้จัก แต่จากท่าทีของหมอเจียงเกาหมิง ก็ดูเหมือนว่าพวกเขายินดีที่เซี่ยอี้เฉินมีคนรัก ไม่ได้มีท่าทีดูถูกซูเจียซิน
ซูฟางเฟยได้แต่หวังว่าลูกสาวของเธอจะเจอคนรักที่ดี และครอบครัวฝ่ายชายเอ็นดู อย่าให้เหมือนกับชีวิตของเธอ
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/