บทที่ 22 เกิดเรื่องขึ้นที่ตระกูลซ่ง 1
บทที่ 22 เกิดเรื่องขึ้นที่ตระกูลซ่ง 1
ระหว่างที่ตำรวจทำงาน ซูฟางเฟยกับซูเจียซินก็ไปเปิดร้านของตัวเองตามปกติ ซูเจียซินนอนพักอยู่ที่บ้านแค่วันเดียว เธอก็ไปขายของที่ร้านต่อ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก แค่หยิบจับเล็กน้อยก็ถือว่าช่วยกันขายของแล้ว
ทางตำรวจก็ส่งเจ้าหน้าที่มาเดินตรวจตราทุกวัน ชาวบ้านเห็นแบบนั้นก็อุ่นใจ ทว่าความจริงแล้วก็ไม่ได้มีเหตุปล้นจี้กันในถนนสายหลักนี้อยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับซูเจียซิน เป็นเพราะว่าคนร้ายจงใจที่จะมาทำร้ายเธอ และหวังเงินของเธอ
ในวันหนึ่งมู่จวิ้นเต๋อก็มาหาซูฟางเฟยที่ร้าน และได้มอบเงินหนึ่งร้อยหยวนให้กับเธอ เหตุทะเลาะวิวาทถูกตัดสินแล้ว คนพวกนั้นต้องติดคุกหนึ่งเดือน และชดใช้เงินให้กับผู้เสียหาย แต่ยอดเงินค่อนข้างมาก จึงเสียเวลาในการรวบรวมเงินอยู่นานพอสมควร
เมื่อเรื่องทุกอย่างจบสิ้นแล้ว มู่จวิ้นเต๋อก็นำเงินมาให้กับผู้เสียหาย และแจ้งโทษของคนพวกนั้นไปด้วย
ทางหมู่บ้านเข่อซิง เวลานี้มีหลายคนมามุงกันอยู่ที่หน้าประตูบ้านตระกูลซ่ง เหตุเพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามหาซ่งเจียหนิง
หญิงสาวคิดว่าหนีกลับมาอยู่ที่บ้านแล้วจะรอด ทว่ามู่จวิ้นเต๋อไม่อาจปล่อยให้คนร้ายลอยนวลไปได้ เมื่อสืบรู้ว่าซ่งเจียหนิงกลับมาที่บ้าน เขาก็ส่งเรื่องคดีมาที่สถานีตำรวจในตำบลเยว่จวน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จับตัวคนร้ายไปดำเนินคดีที่เมืองอวิ๋นเฉิง
“พวกเรามาหาซ่งเจียหนิง เธอมีความผิดร่วมกับพรรคพวกลักพาตัวเด็กไปขาย ขอทุกคนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย”
เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับคนตระกูลซ่ง พวกเขามาที่บ้านซ่งกันแต่เช้า ชาวบ้านจึงยังไม่ได้ออกไปทำงาน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนก็ตามมาที่บ้านตระกูลซ่งด้วย แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าตำรวจจะมาตามหาซ่งเจียหนิง และยิ่งไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะลักพาตัวเด็กไปขาย
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง เจียหนิงไม่มีทางทำแบบนั้น เธอเป็นแค่เด็กผู้หญิง จะก่อคดีร้ายแรงแบบนั้นได้ยังไง ต้องมีการเข้าใจผิดแน่”
หานฉิงอี้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสามนาย
“จะว่าไปตั้งแต่ซ่งเจียหนิงไปทำงานในเมือง บ้านซ่งก็ร่ำรวยขึ้นเรื่อย ๆ ดูสิสร้างห้องเพิ่มอีกแล้ว แต่มีใครรู้หรือเปล่าว่าซ่งเจียหนิงไปทำงานอะไร”
ผู้หญิงคนหนึ่งถามขึ้นมา พวกเขารู้ว่าบ้านซ่งได้ดีเพราะซ่งเจียหนิงไปทำงานในเมือง แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าซ่งเจียหนิงไปทำงานอะไร ไม่มีใครในบ้านซ่งพูดถึงเรื่องนี้เลย
“ลูกสาวฉันไปเปิดร้านขายของกับสหาย” หานฉิงอี้ด่าสวนคนที่ถามกลับไป
“เปิดร้านขายอะไรล่ะ”
ผู้หญิงอีกคนถาม ทว่าคราวนี้หานฉิงอี้ตอบไม่ได้ เพราะลูกสาวไม่เคยบอกว่าเธอไปเปิดร้านค้าขายอะไร
“เห็นไหมล่ะ เธอก็ตอบไม่ได้ว่าลูกสาวไปทำอะไรมา”
หานฉิงอี้ที่วัน ๆ เอาแต่โอ้อวดกับผู้อื่นว่าตนอยู่สบายได้ก็เพราะมีลูกสาวกตัญญู กลับตอบคำถามง่าย ๆ ไม่ได้ และหลายคนก็คิดไปแล้วว่าหากไม่เป็นความจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงไม่มาจับคนถึงที่นี่
“เอาล่ะ เรื่องนี้ทุกคนไม่ต้องวิจารณ์กันไป ตอนนี้ส่งซ่งเจียหนิงมาให้พวกเราก่อน หลังจากนี้ก็ว่ากันไปตามหลักฐาน” เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับหานฉิงอี้
“เจียหนิงบ้านเราไม่มีทางทำแบบนั้น”
หานฉิงอี้ไม่คิดว่าลูกสาวของเธอจะถึงขั้นลักพาตัวเด็กไปขาย เรื่องร้ายแรงแบบนั้นเธอไม่มีทางทำได้
“เข้าไปค้นในบ้าน”
เมื่อเห็นว่าพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งก็บอกกับเจ้าหน้าที่อีกสองคน ให้เข้าไปตรวจค้นในบ้าน
“เป็นไปได้ไหมว่าเรื่องนี้จะมีการเข้าใจผิดกัน”
ซ่งเจิ้นกั๋วเอ่ยถาม เขาหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นการเข้าใจผิด ก่อนจะมองไปยังตำรวจที่กำลังรื้อค้นหาคน และแม่ของเขาที่รีบเข้าไปห้าม
“ล่าสุดซ่งเจียหนิงกับคนรักของเธอไปดักทำร้ายซูเจียซิน จนอีกฝ่ายต้องเข้าโรงพยาบาล ติงลู่จื้อคนรักของเธอถูกจับและได้รับสารภาพทุกอย่างแล้ว ทั้งสองคนหวังจะฆ่าซูเจียซินและขโมยเงินของเธอ เรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดพลาด คนก็ยอมรับสารภาพหมดแล้ว”
ซ่งเจิ้นกั๋วนึกถึงท่าทีของลูกสาวที่เร่งรีบกลับมาที่บ้าน และก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ยอมออกมาพูดจากับใคร เขาก็เห็นถึงความผิดปกติแล้ว แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับลูกสาวดี ๆ กระทั่งตำรวจมาถึงหน้าบ้าน
“คนไม่ได้อยู่ที่นี่”
หูฮุ่ยหรูผู้เป็นย่ารีบเอ่ยปกป้องหลานสาว และก็ขัดขวางเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าไปในบ้าน
ทว่าในตอนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งออกไปทางหลังบ้าน จึงได้รู้ว่าก่อนหน้านั้นซ่งเจียหนิงได้ซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บฟืน เขาจึงรีบตามไปและก็จับซ่งเจียหนิงไว้ได้
“ปล่อยหลานสาวของฉันไปเถอะ เธอไม่มีทางทำแบบนั้น” หูฮุ่ยหรูบอกกับตำรวจ หลังพวกเขาจับตัวซ่งเจียหนิงได้แล้ว
“ทำหรือไม่ทำตัดสินกันที่หลักฐาน หาใช่คำพูดของคนในบ้าน” เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวขึ้นมา “คดีลักพาตัวเด็กมีทั้งพยานและหลักฐาน ผู้เสียหายจำหน้าเธอได้ เราจำต้องพาเธอไปที่สถานีตำรวจก่อน”
ตลอดเวลาที่เกิดเหตุในบ้านตระกูลซ่ง ซ่งป๋อเฉิงผู้เป็นเจ้าบ้านและเป็นปู่ของซ่งเจียหนิง กลับไม่พูดอะไรเลยสักคำ เขาทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน ทางซ่งเจิ้นกั๋วก็เหมือนกับพ่อของเขา หลังรู้ว่าไม่อาจช่วยเหลือซ่งเจียหนิงได้แล้ว เขาก็ถอยออกไปยืนห่าง ๆ เพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ด้วยเกรงว่าตัวเองจะถูกผู้อื่นรังเกียจไปด้วย
“พาคนไป” เจ้าหน้าที่ตำรวจว่า
“ฉันไม่ได้ทำ ติงลู่จื้อโกหก ผู้ชายคนนั้นเป็นคนทำ ฉันไม่รู้อะไรด้วย”
ซ่งเจียหนิงพยายามที่จะปัดทุกอย่างไปให้คนรักของเธอ แต่การที่เธอพูดออกมาแบบนี้ หลายคนที่อยู่ตรงนั้นก็เข้าใจไปแล้วว่าเธออาจมีส่วนทำผิดจริง ๆ เพราะเธอรู้จักกับติงลู่จื้อ คนร้ายที่ตำรวจจับตัวได้ก่อนหน้านั้น
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนที่มามุงดูเหตุการณ์ดังขึ้นเรื่อย ๆ แข่งกับเสียงร้องไห้ของหานฉิงอี้ ทว่าซ่งป๋อเฉิงกับซ่งเจิ้นกั๋วกลับหนีความอับอายเข้าบ้านไป ปล่อยให้หูฮุ่ยหรูโวยวายขับไล่ผู้คนให้ออกไปจากบ้านของเธอ
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/