บทที่ 22 เกิดเรื่องขึ้นที่ตระกุลซ่ง 2
บทที่ 22 เกิดเรื่องขึ้นที่ตระกุลซ่ง 2
ทว่าเรื่องราวความวุ่นวายยังไม่หมดเท่านั้น หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวซ่งเจียหนิงไปแล้ว ซ่งลี่หยางก็ถูกหามใส่รถเข็นเข้ามาในบ้านตระกูลซ่ง ด้วยสภาพปางตาย
หลังเลิกรากับหลินเสว่เฟยไปแล้ว ซ่งลี่หยางก็ยังมีความคิดที่อยากจะแต่งงานกับหญิงสาวในเมืองอยู่ เมื่อพลาดจากหลินเสว่เฟย เขาก็มองหาเป้าหมายคนใหม่ ทว่าก็มาเกิดเรื่องขึ้นกับเขาอีกครั้ง
“เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ” ชาวบ้านที่ยังไม่ทันได้จากไป ก็หันมาใส่ใจเรื่องของซ่งลี่หยางต่อ
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของฉัน” หานฉิงอี้โวยวายขึ้นมาเมื่อเห็นสภาพปางตายของลูกชาย
“ไม่รู้เหมือนกัน เห็นนอนไม่ได้สติอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน พวกเราเลยพามาส่งให้นี่แหละ”
ชายหนุ่มคนหนึ่งบอก พวกเขาเพิ่งกลับมาที่หมู่บ้าน ก็มาเห็นซ่งลี่หยางนอนไม่ได้สติอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน จึงพามาส่งที่บ้านตระกูลซ่ง
“รีบพาไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ ไม่รู้เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
ชายหนุ่มที่พาซ่งลี่หยางมาส่งบอกกับหานฉิงอี้
“ซ่งเจิ้นกั๋วมาดูลูกชายของแกหน่อย” หานฉิงอี้ตะโกนเรียกสามีให้มาช่วยพาลูกชายไปหาหมอ
ซ่งเจิ้นกั๋วที่อาศัยช่วงชุลมุนหนีเข้าไปในห้อง ก็จำต้องออกมาเมื่อได้ยินว่าลูกชายของเขาบาดเจ็บ
“เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะนี่” ซ่งเจิ้นกั๋วบ่น
“รีบพาอาหยางไปหาหมอก่อน” หูฮุ่ยหรูหันไปตวาดลูกชายให้รีบพาหลานชายของเธอไปหาหมอ
ความชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง จากนั้นคนบ้านซ่งก็รีบพาซ่งลี่หยางไปโรงพยาบาล คนที่มามุงดูเหตุการณ์ เมื่อคนเจ็บถูกพาไปโรงพยาบาลแล้ว พวกเขาก็ทยอยกลับไป
คนในบ้านซ่งไม่ทันได้สังเกตว่ามีคนตระกูลซ่งผู้หนึ่งหายไป ซ่งจื้อเผิงมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านอยู่ห่าง ๆ ครั้นได้รู้ว่าซ่งเจียหนิงให้คนรักไปทำร้ายลูกสาวของเขา ซ่งจื้อเผิงก็ไม่คิดจะดูดำดูดีหลานสาวคนนี้อีก อย่างไรเขาก็ยังรักลูกของเขา
วันเวลาผ่านไปเขาก็ตระหนักได้แล้วว่าที่ผ่านมาลูกและภรรยาของเขา ต้องลำบากอย่างไรในบ้านตระกูลซ่ง และซ่งเจียหนิงยังคิดจะฆ่าซูเจียซินเป็นครั้งที่สอง จากนั้นซ่งจื้อเผิงก็เดินจากบ้างตระกูลซ่งไป
หลายวันผ่านไปซูฟางเฟยเห็นคนมาด้อม ๆ มอง ๆ ที่หน้าร้านบะหมี่ และรู้สึกเหมือนมีคนตามเธอมาที่บ้าน ซูฟางเฟยก็เริ่มไม่สบายใจ กระทั่งเธอได้เห็นว่าใครตามเธอมา
“ฟางเฟย ฉันอยากจะมาขอโทษเธอกับลูก” ซ่งจื้อเผิงปรากฏตัวออกมา เมื่อเห็นว่าซูฟางเฟยเดินอยู่คนเดียว
“ไม่จำเป็น แค่แกกับคนตระกูลซ่งไม่มายุ่งวุ่นวายกับลูกของฉันอีกก็พอ” ซูฟางเฟยบอกกลับไป
“ที่ผ่านมาฉันรู้แล้วว่าทำผิดต่อเธอ ให้อภัยฉันสักครั้งได้ไหม ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว”
ซ่งจื้อเผิงรู้แล้วว่าสุดท้ายคนที่จะอยู่กับเขาจริง ๆ ก็คือภรรยากับลูกสาว ไม่ใช่คนอื่น และตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าหลานชายที่เขาหวังพึ่งพา แม้แต่ตัวเองก็ยังดูแลไม่ได้ จะไปดูแลคนอื่นได้อย่างไร
และหากซ่งลี่หยางมีความสามารถนั้นจริงก็คงไม่คิดจะดูแลเขา อีกฝ่ายยังต้องดูแลพ่อแม่และปู่ย่า ความใส่ใจนั้นคงไม่มาถึงเขา ที่ผ่านมาคนพวกนั้นก็แค่หลอกใช้เขาเท่านั้น
ซูฟางเฟยเห็นท่าทีของคนตรงหน้าก็เหมือนจะเดาอะไรออก เรื่องของซ่งเจียหนิงคงทำให้ตระกูลซ่งอับอายไม่น้อย ซ่งจื้อเผิงถึงได้ดิ้นรนมาหาเธอที่นี่
“แกสำนึกผิดเพราะตระกูลซ่งเกิดเรื่องใช่ไหม จึงคิดจะมาพึ่งพาฉันกับลูกสินะ ตอนอยู่ด้วยกันแกไม่เคยดูแลลูก แต่พอไม่มีที่ไปกลับคิดมาให้ลูกสาวของฉันเลี้ยงดู แกจำได้ไหมว่าเจียซินเคยพูดอะไรกับแก”
ซูฟางเฟยจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง
“เลือดที่อาบท่วมตัวเจียซินคราวนั้น คือเลือดของตระกูลซ่งที่เธอได้คืนให้กับแกไปแล้ว ลูกสาวของฉันเจ็บปางตายแต่ก็ไม่เอาเรื่องแกกับคนตระกูลซ่ง ก็ถือว่าได้ชดใช้ให้กับพวกแกไปหมดแล้ว อย่ามาถามหาความกตัญญู ฉันที่เป็นแม่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่คิดจะให้ลูกของฉันไปเกี่ยวข้องกับแกอีก และแกก็อย่ามาสร้างความวุ่นวายกับลูกของฉัน ไม่อย่างนั้นต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตฉันก็จะฆ่าแก”
ซูฟางเฟยตวาดออกไป ซ่งจื้อเผิงไม่เคยเห็นอดีตภรรยาเป็นแบบนี้มาก่อน ทว่าแววตาเคียดแค้นนั้น ราวกับซูฟางเฟยคิดจะฆ่าเขาจริง ๆ
“ไปให้พ้น ฉันไม่เคยคิดจะให้อภัยแก มีแต่จะสาปแช่งให้แกทุกข์ทรมานไปจนตาย” ซูฟางเฟยว่า
“ฉันจะไปแล้ว เธออย่าโมโห”
ซ่งจื้อเผิงเห็นท่าทีของซูฟางเฟยก็รู้แล้วว่าทั้งสองคนคงกลับมาพูดกันดี ๆ ในตอนนี้ไม่ได้ เขาจึงจะกลับไปก่อน
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
ขณะที่ซูฟางเฟยโมโหจนจะหายใจไม่ออก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น เธอจึงหันไปมอง
“คนบ้าค่ะ อยากจะมาขอเงิน แต่ฉันไม่ให้เลยไล่ตะเพิดไป มือเท้าดี ๆ ไม่คิดจะทำงาน คิดแต่จะขอเงินคนอื่น น่ารังเกียจจริง ๆ” ซูฟางเฟยบ่น
ครั้นมู่จวิ้นเต๋อตวัดสายตามองไปที่ซ่งจื้อเผิง อีกฝ่ายก็รีบหลบสายตาแล้วก็จากไปทันที
“ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน” มู่จวิ้นเต๋อบอก เขาออกมาเดินตรวจตราพื้นที่ รู้ตัวอีกทีก็มายังตรอกนี้แล้ว
“ค่ะ” ซูฟางเฟยว่าก่อนจะพยายามสงบจิตสงบใจของตัวเอง เธอโมโหจวนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
ครั้นมาถึงบ้าน ซูฟางเฟยก็ชวนมู่จวิ้นเต๋อเข้าไปนั่งในบ้านก่อน เพราะจะไล่เขากลับไปทันทีก็กระไรอยู่ ด้วยอีกฝ่ายมีน้ำใจเดินมาส่งเธอถึงที่บ้าน
ทว่ามู่จวิ้นเต๋อไม่ได้เข้าไปในบ้านเพราะเขาเห็นว่าซูฟางเฟยอยู่คนเดียว เกรงว่าจะไม่เหมาะสม ด้วยเถาซูเม่ยขอไปซื้อของที่ตลาด จึงไม่ได้กลับมาพร้อมกับซูฟางเฟย
“ไม่เป็นไรครับ ผมยังต้องเดินตรวจตราแถวนี้อยู่อีก” อีกฝ่ายปฏิเสธกลับไป
“ถ้าอย่างนั้นไม่รบกวนเวลาของสหายตำรวจแล้ว ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง” ซูฟางเฟยบอก
“ไม่เป็นไรครับ” อีกฝ่ายตอบรับ แล้วก็ขอตัวจากไป
เมื่อมู่จวิ้นเต๋อจากไปแล้ว ซูฟางเฟยก็เข้าไปในบ้านแล้วก็รีบปิดประตูทันที เพราะกลัวว่าซ่งจื้อเผิงจะย้อนกลับมาอีก เรื่องนี้เธอต้องบอกกับลูกสาวไว้ด้วย เพื่อให้ซูเจียซินได้ระวังตัว จะได้ไม่หลงกลซ่งจื้อเผิง
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/