บทที่ 25 ให้พ่อไปเจรจาสู่ขอได้ไหม 1
บทที่ 25 ให้พ่อไปเจรจาสู่ขอได้ไหม 1
หลังจากที่เซี่ยอี้เฉินเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปเก็บไว้ที่ห้องแล้ว ซูเจียซินก็ออกไปเดินเล่นกับชายหนุ่มอีกครั้ง
“ตั้งใจจะมาซื้ออะไรครับ” เซี่ยอี้เฉินถาม เพราะเห็นหญิงสาวเดินดูจนจะทั่วตลาดอยู่แล้ว
“ฉันอยากจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าเพิ่มที่นี่ค่ะ เลยมาเดินดูว่ามีอาคารร้านค้าตรงไหนว่างหรือเปล่า” หญิงสาวบอกออกไป
“ผมร่วมลงทุนด้วยได้ไหมครับ เงินเดือนของทหารไม่มากเท่าไหร่ เผื่อวันหน้าจะได้หวังพึ่งพาเงินกำไรจากร้านค้าบ้าง”
ชายหนุ่มบอกหน้าตาเฉย ดูไม่ออกว่าเขาอยากหาเงินจากการร่วมทุนเปิดร้านค้า
ซูเจียซินจ้องมองอีกฝ่ายก่อนจะมองค้อนคนพูดเข้าให้ เงินเดือนทหารคงไม่ใช่สิ่งแรกที่เขาคำนึงถึง ดูอย่างไรคนผู้นี้ก็ไม่ขาดเงิน เขาเป็นทหารเพราะอยากเป็นมากกว่า และต่อให้ออกจากราชการทหาร เขาก็ไม่มีทางตกอับ
“เงินเดือนของผมสู้เงินที่คุณหามาเองไม่ได้หรอกครับ”
ชายหนุ่มบอก เงินเดือนของเขายังแค่ร้อยกว่าหยวน ออกไปทำภารกิจก็ได้เพิ่มมาอีกนิดหน่อย เงินเท่านี้คงสู้ซูเจียซินหาวันเดียวแทบไม่ได้
“ผมมีตึกแถวอยู่ห้องหนึ่ง เป็นของแม่ ตอนนี้ว่างอยู่ไปดูด้วยกันไหมครับ”
ชายหนุ่มบอก โชคดีว่าถนนตงหยางนี้เขามีตึกแถวหลังเก่าอยู่ และตอนนี้ก็ว่าง ให้ซูเจียซินนำมาปรับปรุงเปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าได้
“เอาสิคะ”
หญิงสาวตอบรับ หากว่าตึกแถวนี้ว่างอยู่จริง จะได้เอามาใช้ประโยชน์ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น
ตึกแถวที่เซี่ยอี้เฉินบอก เป็นตึกเก่าขนาดสองชั้นแต่ค่อนข้างกว้าง ทำเลถือว่าอยู่ใจกลางความคึกคักของย่านนี้ ซูเจียซินเห็นแล้วว่าตึกแถวนี้ว่างอยู่ แต่เธออยากจะดูให้ทั่วก่อน แล้วค่อยไปสอบถามว่าตึกแถวคูหานั้นเป็นของใคร
และก็โชคดีที่เป็นตึกแถวของเซี่ยอี้เฉิน ตึกนี้อยู่ติดถนนเส้นหลัก ผู้คนเดินพลุกพล่าน และก็บังเอิญมากที่ชายหนุ่มพกกุญแจติดตัวมาด้วย
ก่อนหน้านั้นเมื่อคิดจะมาหาซูเจียซินที่นี่ เซี่ยอี้เฉินก็พกกุญแจตึกแถวนี้ติดตัวมาด้วย เพราะตั้งใจจะมาดูตึกนี้สักหน่อย ด้วยคนเช่าเดิมเพิ่งย้ายออกไป เขาอยากจะมาสำรวจว่าตึกแถวมีความเสียหายอะไรหรือไม่
เมื่อเปิดประตูเข้าไปดูภายใน ตัวตึกเก่าไปตามกาลเวลาและคนที่เช่าอยู่ก่อนหน้านี้ไม่ได้รักษาตึกดีนัก สภาพห้องจึงดูไม่ดี ทว่าจากที่ดูโครงสร้างก็ยังดีอยู่
“ปล่อยตึกทิ้งไว้เสียดายแย่เลยค่ะ” ซูเจียซินบอก
ทำเลนี้คือใจกลางย่านการค้า เหมาะที่จะเปิดร้านมาก หญิงสาวเดินสำรวจจนทั่วห้อง และคิดว่าถ้าจะเปิดร้านก็ต้องปรับปรุงกันยกใหญ่
“คนเช่าก่อนหน้านี้ไม่ยอมจ่ายเงินค่าเช่า ผมไม่อยากพูดมากเลยไม่ต่อสัญญา แล้วก็ให้ย้ายออกไป จะให้คนอื่นมาเช่าต่อก็ไม่อยากมีปัญหาแบบเดิมอีก เลยปล่อยทิ้งไว้ก่อน”
ชายหนุ่มบอก คนเช่าเก่าอยู่มานานแล้ว จนเริ่มคิดว่าที่นี่เป็นของตัวเอง ครั้นพ่อของเขาไม่ว่างมาดูแล และเขาไม่ได้ใส่ใจ อีกฝ่ายก็ละเลยที่จะจ่ายค่าเช่า เมื่อหมดสัญญาเซี่ยอี้เฉินก็ไล่พวกเขาออกไป แม้ฝ่ายนั้นจะมาขอโทษแต่เซี่ยอี้เฉินก็ไม่สนใจแล้ว ทำเลตรงนี้ดีมาก จะให้เช่าหรือจะขายก็ได้ราคาดี
“ถ้าอย่างนั้นฉันยอมให้คุณร่วมลงทุนด้วยก็ได้ค่ะ”
ซูเจียซินบอก ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา ทำเลแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว ไม่รีบเอาไว้ก่อน เสียโอกาสขายของแย่
“ดีครับ ตึกและค่าตกแต่งทั้งหมดผมรับผิดชอบเอง ส่วนคุณก็รับหน้าที่หาของมาขายกับดูแลหน้าร้าน”
ชายหนุ่มบอก ความจริงเขาอยากจะยกตึกนี้ให้กับซูเจียซินด้วยซ้ำ แต่คิดว่าเธอคงไม่เอาจึงขอร่วมทุนกับเธอแทน
ซึ่งหญิงสาวก็มองเจตนาของเซี่ยอี้เฉินออก คนระดับเขาไม่สนใจหาเงินโดยการเปิดร้านขายเสื้อผ้าหรอก เขาแค่อยากให้เธอรับเอาตึกแถวนี้มาเท่านั้น
“ได้ค่ะ คุณหาช่างมาช่วยปรับปรุงร้านให้ได้ไหมคะ รายละเอียดต่าง ๆ ฉันจะคุยกับช่างเองค่ะ”
ซูเจียซินบอก เธออยากจะเริ่มปรับปรุงร้านเลย จะได้รีบเปิดร้านที่นี่
“ไม่มีปัญหาครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง พรุ่งนี้จะให้พวกเขามาคุยกับคุณ” ชายหนุ่มตอบรับทันที เขาพอจะหาคนรู้จักให้ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ได้
“ดีค่ะ”
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทั้งสองก็เดินออกมา แล้วก็ปิดประตูไว้ตามเดิม
“ไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหมคะ” ซูเจียซินถาม เพราะตอนนี้เย็นแล้ว
“ครับ” ชายหนุ่มตอบรับ
จากนั้นเซี่ยอี้เฉินก็พาซูเจียซินไปกินอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเป็ดย่าง เขาอยากให้เธอได้ลองมาชิม และยังมีซุปไก่ตุ๋นยาจีนอีก ใครมาร้านนี้ก็ต้องสั่ง
“คุณสั่งดีกว่าค่ะ”
ซูเจียซินเห็นว่าเซี่ยอี้เฉินคุ้นเคยกับร้านนี้ดี จึงให้เขาเป็นคนสั่งอาหาร ชายหนุ่มสั่งอาหารขึ้นชื่อของร้าน แล้วก็สั่งเต้าหู้ผัดซอส และปลานึ่งขิงมาเพิ่ม
“น่ากินจังค่ะ” ซูเจียซินเห็นหน้าตาอาหารแล้วก็เริ่มหิวขึ้นมาทันที
“น่ากินก็กินเยอะ ๆ ครับ” ชายหนุ่มบอก ก่อนจะตักซุปไก่ให้ซูเจียซินได้ชิม
จากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มลงมือกินข้าว อาหารที่สั่งเหมือนจะมากสำหรับสองคน ทว่าก็หมดทุกจาน ซูเจียซินกินได้ประมาณหนึ่งเธอก็อิ่ม ที่เหลือจึงเป็นหน้าที่ของเซี่ยอี้เฉิน ส่วนหญิงสาวก็มานั่งดูเขากินข้าวแทน ดูไปก็ยิ้มไป เขากินอาหารเยอะมาก และท่าทางการกินอาหารของเขาก็ชวนให้น่ามอง ความจริงแล้วคนหน้าตาดีทำอะไรก็ดูดีไปหมด
“มองอะไรครับ”
“มองคุณสิคะ คนหน้าตาดีทำอะไรก็ดูดี กินข้าวยังดูหล่อเลยค่ะ”
ซูเจียซินไม่เคยเห็นใครกินข้าวได้ดูดีเท่ากับเซี่ยอี้เฉินมาก่อน อาจเพราะเขาหล่อมากด้วย จึงทำอะไรก็ดูดีไปหมด
“ผมให้พ่อไปสู่ขอคุณกับคุณน้าได้ไหมครับ” จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ถามขึ้นมา ทำให้ซูเจียซินทั้งตกใจและแปลกใจ
“ไม่เปลี่ยนใจแน่แล้วเหรอคะ เพราะถ้าไปขอแล้วเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันคงอาละวาดไปถึงที่กองทัพ”
“ไม่เปลี่ยนใจแล้วครับ”
ชายหนุ่มบอก เขาชอบที่ซูเจียซินเป็นแบบนี้ อยู่กับเธอแล้วเขาสบายใจ เขาไม่เคยคิดภาพตัวเองแต่งงานมาก่อน กระทั่งได้มาเจอกับซูเจียซิน ภาพการแต่งงานของเขากับเธอก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในหัว
“กลับไปผมจะยื่นเรื่องขอแต่งงานเลยนะครับ”
ชายหนุ่มกล่าวรวบรัด ซูเจียซินก็พยักหน้าให้เขา เธอคิดว่าเซี่ยอี้เฉินเป็นผู้ชายที่ดีมากและก็หล่อมาก แค่นี้ก็ถือว่าผ่านแล้วสำหรับเธอ
เซี่ยอี้เฉินเห็นแบบนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา คืนนี้เขาคงต้องโทรไปบอกพ่อของเขาไว้ก่อน อีกฝ่ายจะได้เตรียมของหมั้นทัน
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/