บทที่ 2 ออกจากตระกูลซ่ง 2
บทที่ 2 ออกจากตระกูลซ่ง 2
ท่าทางของซ่งเจียซินในวันนี้ต่างจากที่ผ่านมาอย่างมาก คนที่ยอมก้มหน้าทำทุกอย่างเหมือนแม่ของเธอ กลับมองพวกเขาด้วยสายตาที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก ราวกับไม่เห็นพวกเขาเป็นคนในครอบครัวอีก
ซ่งจื้อเผิงที่ถูกสายตาของพี่ชายมองอย่างตำหนิ และผู้เป็นภรรยาก็เอาแต่ก้มหน้าไม่เอ่ยปากห้ามลูกสาว อีกทั้งท่าทีแข็งกร้าวของซ่งเจียซินก็ทำให้เขารู้สึกเสียหน้า
“แกกล้าเหรอ” ซ่งจื้อเผิงตวาดใส่ลูกสาว
“ทำไมจะไม่กล้าล่ะ บางคนยังกล้าคิดฆ่าผู้อื่นได้เลย ถ้าเรื่องนี้มีการสอบสวนขึ้นมา อย่าว่าแต่โอกาสเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยของซ่งเจียหนิงเลย แม้แต่งานของซ่งลี่หยางก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย”
ซ่งเจียซินว่าพลางยิ้มมุมปากออกมา สายตาของเธอราวกับจะบอกทุกคนว่าพร้อมที่จะทำให้คนตระกูลซ่ง พังพินาศไปด้วยกัน
“ถ้าพี่สาวของนายถูกสอบสวนในคดีเจตนาฆ่าคน นายก็อย่าหวังว่าจะได้เรียนดี ๆ เพื่อนที่โรงเรียนจะรังเกียจนาย วันหน้าเมื่อสืบประวัติของครอบครัว ก็อย่าคิดว่าจะได้งานทำดี ๆ” ซ่งเจียซินหันไปกล่าวกับซ่งลี่หมิง “อีกทั้งวันนั้นที่พี่สาวของนายผลักฉันตกน้ำ นายก็อยู่ที่นั่นด้วย คิดดูเถอะถ้าเรื่องนี้ถึงตำรวจ ชีวิตของนายจะเป็นยังไง”
“อย่ามาพูดจาเหลวไหล”
ซ่งเจิ้นกั๋วตวาดหลานสาวกลับไป ที่อีกฝ่ายกล้าข่มขู่ลูกชายคนเล็กของเขา
“ก็ลองให้ตำรวจมาตรวจสอบดู” ซ่งเจียซินบอกอย่างท้าทาย
ก่อนจะมองไปยังซ่งเจียหนิงและซ่งลี่หมิงที่เริ่มตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ทั้งสองก็แค่เด็กอายุสิบแปดปีกับสิบสี่ปี ส่วนซ่งเจียซินเป็นวิญญาณหญิงวัยกลางคนที่อายุสี่สิบห้าปีแล้ว ผ่านร้อนหนาวในชีวิตมาไม่น้อย ย่อมมีวิธีข่มขู่เด็กพวกนี้
“เธอไม่มีหลักฐาน จะมาพูดจาพล่อย ๆ แบบนี้ไม่ได้” หานฉิงอี้บอก เธอไม่คิดว่าลูกสาวจะกล้าทำแบบนั้น
ซ่งเจียหนิงหวังจะให้ซ่งเจียซินถึงขั้นตายหรือไม่ ซ่งเจียซินไม่อาจคาดเดาความคิดของลูกพี่ลูกน้องคนนี้ได้ แต่ที่แน่ใจคืออีกฝ่ายไม่ต้องการให้ซ่งเจียซินได้ไปสอบ เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกเปรียบเทียบและคะแนนสอบจะสู้ซ่งเจียซินไม่ได้
แต่ไหนแต่ไรมาซ่งเจียหนิงไม่เคยเรียนสู้ซ่งเจียซินได้ ไม่มีอะไรสู้
อีกฝ่ายได้ ทั้งที่เธอพยายามแล้ว ทั้งที่ครอบครัวก็สนับสนุนแค่เธอ ทว่าก็ยังเก่งไม่เท่า ด้วยความไม่พอใจซ่งเจียหนิงจึงกลั่นแกล้งน้องสาวผู้นี้มาตลอด และผู้ใหญ่ในบ้านก็ไม่เคยกล่าวโทษหรือตำหนิเธอสักครั้ง จึงทำให้หญิงสาวกล้าที่จะลงมือผลักลูกพี่ลูกน้องตกน้ำ
“ใครว่าฉันไม่มีหลักฐาน” ซ่งเจียซินบอก “เฉินอวี่ซวนหลานชายของหัวหน้าหมู่บ้าน เขายังอยู่และเขาก็เห็นตอนที่ซ่งเจียหนิงผลักฉันตกน้ำด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะช่วยฉันทันได้ยังไง”
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดนี้ของซ่งเจียซินก็พากันตกใจ เพราะมัวแต่ให้ความสนใจเรื่องการสอบของซ่งเจียหนิง จึงไม่มีใครมาสนใจว่าซ่งเจียซินตกน้ำได้ยังไง และใครเป็นคนช่วยเธอเอาไว้ ได้ยินแต่ว่าคนที่ช่วยซ่งเจียซินขึ้นจากน้ำเป็นนายทหารผู้หนึ่ง และเขาก็ได้จากไปแล้ว ทุกคนจึงไม่มีเวลามาพูดถึงเรื่องนี้อีก
เมื่อเห็นท่าทีของคนตระกูลซ่ง ซูสือเหล่ยก็รู้แล้วว่าคนพวกนี้ไม่ใส่ใจด้วยซ้ำว่าหลานสาวของเขาตกน้ำได้อย่างไร และใครเป็นคนช่วยเธอเอาไว้
ซ่งเจียซินกล้าที่จะพูดแบบนี้ เพราะในชีวิตก่อนเฉินอวี่ซวนเคยมาสอบถามกับเธอ ว่าต้องการให้เขาช่วยเป็นพยานหรือไม่ แต่ตอนนั้นซ่งเจียซินไม่กล้าสร้างเรื่องให้กับตระกูลซ่ง เพราะเธอไม่อยากให้แม่ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย และยังหวังความช่วยเหลือจากพวกเขาในการสอบปีหน้า จึงได้ปฏิเสธอีกฝ่ายไป
ทว่าคนตระกูลซ่งไม่เคยคิดจะให้เธอไปสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว พวกเขาต้องการให้เธอแต่งงานออกไป เมื่อรู้แบบนั้นวันนี้ก่อนกลับมาบ้านตระกูลซ่ง ซ่งเจียซินจึงไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน
หญิงสาวไปพบกับเฉินอวี่ซวน ซึ่งเขายังไม่ได้กลับค่ายทหาร เธอจึงได้ขอความช่วยเหลือจากเขา ซ่งเจียซินไม่หวังถึงกับให้ซ่งเจียหนิงติดคุก เธอแค่ต้องการที่จะให้เธอกับแม่ได้ออกจากบ้านตระกูลซ่งเท่านั้น ซึ่งอีกฝ่ายก็ยินยอมจะเป็นพยานให้หากซ่งเจียซินต้องการ
“เขายินดีมาเป็นพยานให้ฉัน” ซ่งเจียซินบอกออกไป “วันนั้นมีคนเห็นฉันอยู่กับซ่งเจียหนิงและซ่งลี่หมิง ไม่เชื่อก็ไปถามกับแม่เฒ่าซุยดูได้”
ไม่รู้ว่าซุยเล่อฉีเห็นตอนที่ซ่งเจียหนิงผลักซ่งเจียซินตกน้ำหรือไม่ แต่เธอเห็นทั้งสามคนอยู่ด้วยกัน เพราะซ่งเจียซินได้หยุดพูดคุยกับซุยเล่อฉี ตอนที่เดินสวนกันข้างแม่น้ำ
ที่สำคัญซุยเล่อฉีไม่ถูกกับหูฮุ่ยหรู ทั้งสองเคยทะเลาะกันเรื่องงานแต่งของซ่งเจิ้นกั๋วกับลูกสาวบ้านนั้น เพราะซ่งเจิ้นกั๋วมาขอถอนหมั้นกับลูกสาวของซุยเล่อฉี ก่อนจะมาแต่งงานกับหานฉิงอี้แทน
จนตอนนี้ก็ยังมองหน้ากันไม่ติด แต่ซุยเล่อฉีนึกสงสารซูฟางเฟยกับซ่งเจียซิน จึงพอพูดดีกับสองแม่ลูกอยู่บ้าง
ท่าทีมั่นใจของซ่งเจียซินและท่าทีหวาดกลัวของซ่งเจียหนิง ทำให้ผู้เฒ่าซ่งถึงกับพ่นลมหายใจออกมา ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นความผิดของซ่งเจียหนิงจริง ๆ
“เรื่องเล็กน้อย จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปทำไม” ซ่งป๋อเฉิงว่า
“ไม่เล็กนะ เพราะผลการรักษาบอกไว้ว่าหากช้าอีกนิดเดียว ฉันก็คงตายไปแล้ว ไม่เชื่อก็ไปสอบถามกับหมอและพยาบาลที่โรงพยาบาลได้” ซ่งเจียซินขู่ออกไป “ยังไงตำรวจก็ต้องตั้งข้อหาพยายามฆ่า เธอต้องติดคุกและยังต้องถูกส่งไปใช้แรงงานเพื่อปรับปรุงพฤติกรรมอีก”
“ไม่ได้นะ” ซ่งเจียหนิงพูดโพล่งขึ้นมา “พ่อ แม่ ฉัน...”