บทที่ 26 ซื้อบ้าน 1
บทที่ 26 ซื้อบ้าน 1
วันต่อมาซูฟางเฟยก็พาลูกสาวมาดูบ้านที่เธอจะซื้อ บ้านเป็นแบบบ้านชั้นเดียว มีลานด้านหน้าค่อนข้างกว้าง ภายในบ้านมีด้วยกันสี่ห้องนอน บ้านสะอาดเรียบร้อยดี เพียงแต่เก่าไปสักหน่อย
“คงต้องซ่อมแซมและทาสีใหม่” ซูเจียซินบอก หลังเดินสำรวจรอบบ้านแล้ว
“แม่ก็คิดไว้แบบนั้นเหมือนกัน”
ซูฟางเฟยว่า เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง และเป็นบ้านที่เธอซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองด้วย แม้บ้านจะเก่าไปสักหน่อย แต่ก็ยังดูแข็งแรง สร้างด้วยอิฐอย่างดี
“บ้านสร้างในรุ่นพ่อแม่ ครั้นคนเป็นพ่อเป็นแม่จากไปแล้ว ลูกชายก็อยากขายบ้าน แล้วพาภรรยาไปอยู่ห้องชุดใกล้ที่ทำงานแทน คนสมัยนี้ไม่รู้คิดยังไงถึงอยากจะมีห้องชุดกันมากกว่า”
ซูฟางเฟยแอบบ่น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนสมัยนี้ถึงอยากจะมีห้องชุดมากกว่าบ้าน ทั้งที่มีบ้านจะทำอะไรก็สะดวกกว่ามาก
ซูเจียซินเห็นด้วยกับสิ่งที่แม่ของเธอพูด บางคนคิดว่าไปอยู่ห้องชุดจะดูหรูหรามากกว่า แต่คนเก่าคนแก่กลับคิดว่าอยู่บ้านดีกว่า ส่วนซูเจียซินเธอก็ชอบอยู่บ้านมากกว่า เธอรู้สึกว่าบ้านที่มีพื้นที่จะดูไม่อึดอัด
“ราคาบ้านเท่าไหร่คะ มีเงินพอซื้อไหมคะ”
“สามพันห้าร้อยหยวนจ้ะ แม่เตรียมเงินไว้แล้ว ลุงจวิ้นเต๋ออยากจะช่วยจ่ายค่าบ้านด้วย แต่แม่ไม่รับ บ้านหลังนี้แม่อยากให้เป็นชื่อของแม่คนเดียว อย่างน้อยก็เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันในวันข้างหน้า จะได้ไม่มีใครมาไล่แม่ออกไปจากบ้านหลังนี้”
ซูฟางเฟยอยากเป็นเจ้าของบ้าน เธอจะมีความสุขมากกว่า ครั้นแก่ชราไปแล้วก็จะไม่มีใครมาไล่เธอออกจากบ้านหลังนี้ได้
“แบบนั้นก็ดีเหมือนกันค่ะ” ซูเจียซินเห็นด้วยกับความคิดของคนเป็นแม่
“ถึงบ้านจะเป็นชื่อของแม่ แต่ถ้าไม่มีแม่อยู่แล้วบ้านก็จะเป็นของลูก และบ้านหลังนี้จะเตรียมห้องไว้ให้ลูกเสมอ”
“แม่ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันเปิดร้านเพิ่มแล้ว และยังคิดจะเปิดร้านเพิ่มอีก ฉันคงเดินทางบ่อยขึ้น การที่แม่มีลุงจวิ้นเต๋อมาอยู่ด้วยแบบนี้ ฉันก็สบายใจค่ะ”
“ขอบใจน่ะเจียซิน ขอบใจที่ลูกเป็นเด็กดีและเข้าใจแม่ที่สุด”
ซูฟางเฟยไม่เคยพูดอะไรแบบนี้กับลูกสาวสักครั้ง เธอเป็นคนที่แสดงความรักผ่านคำพูดไม่เก่ง ที่ผ่านมาก็เลือกที่จะตามใจลูกสาวมาตลอด นั่นเป็นความรักของเธอที่มีต่อลูก แต่วันนี้เธออดที่จะบอกขอบคุณลูกสาวไม่ได้ เพราะมีซูเจียซินคอยให้กำลังใจและคอยอยู่เคียงข้าง เธอจึงมีความมั่นใจอย่างวันนี้
“เรามีกันแค่สองคนนี่คะ ต่อให้ใครจะคิดยังไง ฉันก็พร้อมจะสนับสนุนแม่ค่ะ เหมือนที่แม่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนฉันมาตลอด”
หญิงสาวบอกและก็กอดแม่ของเธอเอาไว้ ซูฟางเฟยก็กอดตอบลูกสาวด้วยความรักสุดใจ
เมื่อลูกสาวชอบบ้านหลังนี้เช่นกัน ซูฟางเฟยก็ไปบอกกับเจ้าของบ้าน จากนั้นก็จ่ายเงินค่าบ้านไป แล้วก็ไปทำเรื่องเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองโฉนดบ้านกับที่ดินให้เรียบร้อย ซูฟางเฟยก็ได้โฉนดบ้านหลังนั้นมา
เรื่องหาช่างมาช่วยซ่อมแซมบ้านก็ไปถามกับว่านฮ่าวหยางก่อน เพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาทำงานดีและเรียบร้อย อีกฝ่ายขอเวลาห้าวัน เพื่อจะทำงานในมือให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้นจะมาซ่อมแซมบ้านให้กับซูฟางเฟย
เมื่อพูดคุยกับว่านฮ่าวหยางเรียบร้อยแล้ว สองแม่ลูกก็ไปกินข้าวด้วยกันที่ร้านอาหาร นาน ๆ จะมีเวลาออกมากินข้าวนอกบ้านด้วยกันแบบนี้
“ร้านเสื้อผ้าทางนั้นเป็นยังไงบ้าง” เพราะมัวแต่สนใจเรื่องของตัวเอง จนเกือบลืมเรื่องของลูกสาวไป
“ขายดีมากค่ะ พนักงานทั้งสองคนก็ทำงานได้คล่องแล้ว”
ซูเจียซินบอก ครั้นพูดถึงสองคนนั้นเธอก็นึกถึงเรื่องของเซี่ยอี้เฉินขึ้นมาได้
“ฉันกับพี่อี้เฉินคุยกันไว้แล้วว่าจะให้ผู้ใหญ่ของเขา มาพูดคุยเรื่องหมั้นหมายกับแม่ค่ะ”
“ลูกชอบผู้ชายคนนี้ใช่ไหม” ซูฟางเฟยถามกับลูกสาวให้แน่ใจอีกครั้ง
“ต้องชอบสิคะ ถ้าไม่ชอบจะพูดเรื่องหมั้นหมายได้ยังไงคะ”
ซูเจียซินเอ่ยกับผู้เป็นแม่อย่างขบขัน ซูฟางเฟยรู้แล้วว่าลูกสาวร่วมลงทุนเปิดร้านเสื้อผ้ากับเซี่ยอี้เฉิน ซึ่งมองยังไงก็เหมือนว่าชายหนุ่มคนนั้นอยากจะช่วยลูกสาวของเธอมากกว่า ซูฟางเฟยก็เห็นถึงความจริงใจของเซี่ยอี้เฉินส่วนหนึ่ง
ครั้นชายหนุ่มคิดจะให้ผู้ใหญ่ของเขามาสู่ขอซูเจียซิน ซูฟางเฟยก็รู้สึกสบายใจขึ้น จะได้มั่นใจว่าชายหนุ่มคนนั้นไม่คิดจะมาเล่น ๆ กับลูกสาวของเธอ
“ตอนนี้เขาก็ยื่นเรื่องขอแต่งงานไปแล้วล่ะค่ะ”
“ถ้าชอบพอกันแม่ก็ไม่ว่าอะไร สะดวกวันไหนก็ให้ทางนั้นมาได้เลย โทรมาบอกล่วงหน้าหน่อยก็ดี แม่จะได้เตรียมตัวถูก”
“ได้ค่ะ เรานัดกันไปกินข้าวที่ร้านอาหารแบบนี้ดีกว่านะคะ ไปเจอกันที่บ้านไม่สะดวกเท่าไหร่ วันนั้นแม่ก็บอกลุงจวิ้นเต๋อด้วยนะคะ ยังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”
ซูเจียซินไม่อยากกันมู่จวิ้นเต๋อเป็นคนนอก อย่างไรเขาก็จดทะเบียนสมรสกับแม่ของเธอแล้ว ก็เหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
“ได้จ้ะ” ซูฟางเฟยตอบรับ
จากนั้นซูเจียซินก็ถามเรื่องของแม่บ้าง
“แม่จะจัดงานแต่งไหมคะ”
ซูฟางเฟยได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหน้า
“ไม่ล่ะ แม่กับลุงจวิ้นเต๋อคุยกันไว้แล้ว ถ้าบ้านเสร็จก็จะย้ายไปอยู่ที่บ้านนั้นด้วยกันเลย ตอนนี้ที่ยังต้องต่างคนต่างอยู่ เพราะที่บ้านเช่ามีพี่น้องเถาอยู่ด้วย ไม่สะดวกให้ลุงจวิ้นเต๋อมาอยู่ที่บ้านหลังนั้น และแม่ก็ไม่คิดจะย้ายไปอยู่ที่บ้านพักของลุงจวิ้นเต๋อ ทางนั้นก็มีครอบครัวของลูกชายเขาอยู่ด้วย ตอนนี้ก็ให้เป็นอย่างนี้ไปก่อน บ้านเสร็จแล้วค่อยว่ากัน”
ซูเจียซินไม่มีความเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ และคิดว่าแม่ของเธอกับมู่จวิ้นเต๋อคงพูดคุยกันมาแล้ว เรื่องนี้ก็ให้ผู้ใหญ่จัดการกันเอง
หลังกินข้าวแล้วสองแม่ลูกก็กลับไปที่บ้าน วันนี้ทั้งสองคนเลือกที่จะพักผ่อนไม่ได้ไปที่ร้านอีก
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/