บทที่ 27 จดทะเบียนสมรส 1
บทที่ 27 จดทะเบียนสมรส 1
ถึงวันที่นัดกันไว้ซูเจียซินก็พาซูฟางเฟยกับมู่จวิ้นเต๋อมาที่ร้านอาหารก่อน เธอเลือกเป็นห้องรับรองส่วนตัว เพราะว่าต้องคุยเรื่องสำคัญกัน
ใกล้ถึงเวลานัดเซี่ยอี้เฉินก็พาครอบครัวของเขามาที่ร้านอาหาร ทว่าเซี่ยวั่งซูไม่ได้มาด้วยเพราะผู้อาวุโสร่างกายไม่แข็งแรง ในเวลาสำคัญกลับมาป่วย จึงต้องให้ลูกชายกับลูกสะใภ้มากันแค่สองคน
เมื่อผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายได้เจอกัน ซูฟางเฟยกับมู่จวิ้นเต๋อก็ลุกขึ้นยืนทักทายผู้มาใหม่ ซูเจียซินจึงได้แนะนำให้แม่ของเธอได้รู้จักกับพ่อและแม่เลี้ยงของเซี่ยอี้เฉิน
“แม่คะ ลุงจวิ้นเต๋อคะ นี่คุณลุงเซี่ยเหว่ยกั๋วและคุณน้ากู้อวิ๋นซวงค่ะ”
ซูเจียซินเอ่ยแนะนำ ก่อนจะแนะนำแม่ของเธอกับมู่จวิ้นเต๋อให้เซี่ยเหว่ยกั๋วได้รู้จักบ้าง
“คุณลุง คุณน้า นี่แม่ของฉันค่ะซูฟางเฟยและลุงมู่จวิ้นเต๋อค่ะ”
ทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าเซี่ยเหว่ยกั๋วและซูฟางเฟยต่างก็แต่งงานใหม่ กู้อวิ๋นซวงเป็นแม่เลี้ยงของเซี่ยอี้เฉินและมู่จวิ้นเต๋อก็เป็นพ่อเลี้ยงของซูเจียซิน หญิงสาวจึงไม่ได้แจงสถานะของทั้งสองคน
“นั่งคุยกันเถอะครับ” เซี่ยเหว่ยกั๋วบอก จากนั้นทั้งหมดก็นั่งลง อาหารสั่งไว้แล้วเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“กินข้าวกันก่อนเถอะครับ แล้วค่อยคุยกัน”
เซี่ยอี้เฉินบอก เพราะนัดกันไว้ช่วงเที่ยง เขาจึงให้ทุกคนได้กินมื้อเที่ยงกันก่อน ระหว่างนี้ก็พูดคุยกันไปด้วย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องสำคัญ
หลังกินข้าวอิ่มแล้ว ซูเจียซินก็สั่งน้ำชากับขนมมาเพิ่ม จากนั้นเซี่ยเหว่ยกั๋วก็กล่าวเข้าเรื่องทันที
“วันนี้เป็นโอกาสดี ผมก็ขอเจรจาสู่ขอหนูเจียซินให้กับลูกชายคนโตของผม ก่อนหน้าพวกเราได้เจอหนูเจียซินแล้ว ตระกูลเซี่ยยินดีต้อนรับเธอ คุณพ่อของผมก็ได้เจอกับหนูเจียซินแล้วเช่นกัน ท่านก็อยากมาพบสหายซูกับสหายมู่ด้วยตัวเอง ทว่าด้วยโรคภัยทำให้เดินทางไกลไม่ไหว จึงต้องรออยู่ที่ตระกูลเซี่ยแทน”
เซี่ยเหว่ยกั๋วกล่าวขึ้นมา เขาเป็นนายทหารเก่าก่อนจะผันตัวมาสายการเมือง ตอนนี้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคประจำมณฑล การพูดคุยดูเข้มแข็งทว่าก็เต็มไปด้วยความจริงใจที่มีให้กับตระกูลซู
แล้วกู้อวิ๋นซวงก็รับช่วงต่อ มอบของหมั้นให้กับซูฟางเฟยไป การเจรจาสู่ขอครั้งนี้ไม่มีแม่สื่อ ด้วยหนุ่มสาวรักกัน และต้องการจะหมั้นหมายกัน แม่สื่อจึงไม่จำเป็นอีก
“ของหมั้นที่เราเตรียมมามีเงินสดสองหมื่นหยวน ตึกแถวในทำเลค้าขายสองคูหา บ้านหนึ่งหลัง เครื่องประดับสองชุด สหายซูเห็นว่ายังไงก็บอกได้ค่ะ”
กู้อวิ๋นซวงวางบัญชีธนาคารและโฉนดที่ดินสองฉบับ พร้อมกับกล่องเครื่องประดับอีกสองกล่อง ลงบนโต๊ะตรงหน้าซูฟางเฟย
ซูฟางเฟยเห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ท่าทางไม่ได้ลิงโลดดีใจ แต่แฝงไปด้วยไมตรี สิ่งที่ตระกูลเซี่ยให้มาถือว่าให้เกียรติลูกสาวของเธอแล้ว และการให้ตึกแถวก็คงรู้ว่าลูกสาวของเธอจะนำไปใช้ประโยชน์ได้
“ขอบคุณสหายเซี่ยและสหายกู้ที่เอ็นดูลูกสาวของฉันค่ะ ของหมั้นทั้งหมดนี้ฉันไม่มีอะไรคัดค้านค่ะ และฉันจะไม่เก็บเอาไว้เอง จะให้กับเด็กทั้งสองคนเอาไปตั้งตัวค่ะ”
ซูฟางเฟยคิดว่าเธอดูแลตัวเองได้ และเชื่อว่าซูเจียซินจะไม่ทอดทิ้งเธอ ของหมั้นเหล่านี้ก็จะยกให้หนุ่มสาวไป
เซี่ยเหว่ยกั๋วได้ยินแบบนั้นก็มองซูฟางเฟยดีขึ้นอีกมาก จากที่สืบมาเห็นได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่จิตใจดี เมื่อได้ยินสิ่งที่เธอบอก เขาก็คิดว่าเรื่องของเธอคงไม่ผิดไปจากรายงานที่เขาได้รับ
มู่จวิ้นเต๋อไม่ได้ออกความคิดเห็นใด เพราะตัวเขาไม่เหมาะที่จะแสดงความเห็น แต่จากที่ดูตระกูลเซี่ยก็ถือว่าจัดการทุกอย่างได้ดี และให้เกียรติซูเจียซินอย่างมาก แม้ว่าพวกเขาจะเป็นตระกูลที่ไม่ธรรมดา กลับยอมรับซูเจียซินที่เป็นเพียงแม่ค้าได้ คิดว่าชีวิตหลังแต่งงานของซูเจียซินคงจะราบรื่น
“ผมยื่นเรื่องขอแต่งงานไว้แล้ว และก็ได้รับอนุมัติแล้วครับ”
เซี่ยอี้เฉินบอก เขาก็จริงจังกับการหมั้นหมายนี้ ไปจนถึงการแต่งงานในวันข้างหน้า
“ถ้าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนก็แล้วแต่จะตัดสินใจ ส่วนงานแต่งก็คงต้องไปดูฤกษ์มงคลก่อน” เซี่ยเหว่ยกั๋วว่า
“ทางฉันแล้วแต่เด็ก ๆ จะตัดสินใจค่ะ” ซูฟางเฟยยกเรื่องแต่งงานให้ซูเจียซินพูดคุยกับเซี่ยอี้เฉินเอง เธอตามใจหนุ่มสาว
“ถ้าอย่างนั้นฤกษ์มงคลก็ให้อวิ๋นซวงช่วยเป็นธุระจัดการ ได้เรื่องยังไงก็มาบอกกับเด็ก ๆ” เซี่ยเหว่ยกั๋วหันไปบอกภรรยาเสร็จสรรพ
“ได้ค่ะ ถ้าได้ฤกษ์มงคลมาแล้วฉันจะบอกกับสหายซูอีกที” กู้อวิ๋นซวงรีบตอบรับ ก่อนจะหันไปบอกกับซูฟางเฟย
“ค่ะ” ซูฟางเฟยตอบตกลงกลับไป
เมื่อเรื่องสำคัญได้พูดคุยกันไปแล้ว ที่เหลือก็เป็นการถามไถ่กันปกติ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไป
เซี่ยเหว่ยกั๋วกลับไปพร้อมกับภรรยา มู่จวิ้นเต๋อก็พาซูฟางเฟยกลับไปเช่นกัน ส่วนเซี่ยอี้เฉินยังอยู่พูดคุยกับซูเจียซินต่อ
ทั้งสองออกจากร้านอาหารแล้ว ก็ไปเดินเล่นกันต่อ
“ผมอยากจะจดทะเบียนสมรสก่อน คุณเห็นว่ายังไงครับ”
เซี่ยอี้เฉินถาม เขาอยากจะจดทะเบียนสมรสจับจองซูเจียซินไว้ก่อน จะได้รู้สึกสบายใจว่าจากนี้ไม่มีอะไรผิดพลาดแล้ว
“คุณลางานได้กี่วันค่ะ” ซูเจียซินถาม
“ห้าวันครับ”
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ไปจดทะเบียนสมรสก่อนก็ได้ค่ะ”
“ดีครับ” ชายหนุ่มตอบรับด้วยความยินดี ก่อนจะถามถึงตึกแถวที่ซูเจียซินได้รับเป็นของหมั้น “ตึกแถวที่ได้เป็นของหมั้น คุณอยากจะไปดูไหมครับ เผื่อจะปรับปรุงเปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าเพิ่ม”
เมื่อซูฟางเฟยบอกว่าจะยกของหมั้นให้กับซูเจียซิน และหากทั้งสองคนจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เธอก็ถือว่าเป็นภรรยาของเขา อีกทั้งช่วงนี้ชายหนุ่มก็มีเวลาว่าง จึงอยากจะพาซูเจียซินไปดูตึกแถวนั้นด้วยตัวเอง ระหว่างนี้หากมีอะไรเขาก็จะได้ช่วยเป็นธุระจัดการให้
“ก็ดีค่ะ” ซูเจียซินตอบรับ ในเมื่อเซี่ยอี้เฉินว่างพอดี เธอก็ถือโอกาสใช้งานเขาเสียเลย
แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ
