LNCrawler

บทที่ 27 จดทะเบียนสมรส 2

ชีวิตใหม่นี้ไม่เหมือนเดิมอีก — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 27 จดทะเบียนสมรส 2

ตอนเย็นซูเจียซินก็พาเซี่ยอี้เฉินมาที่บ้านแม่ เพื่อจะมากินมื้อเย็นด้วยกัน และจะมาบอกซูฟางเฟยเรื่องที่ทั้งสองคนเพิ่งพูดคุยกันไป ตอนนี้มู่จวิ้นเต๋อก็ย้ายมาอยู่กับซูฟางเฟยแล้ว ซูเจียซินจะเดินทางไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องกังวลว่าแม่ของเธอจะอยู่คนเดียวอีก

ระหว่างมื้ออาหารซูเจียซินก็พูดขึ้นมา

“ฉันกับพี่อี้เฉินจะไปจดทะเบียนสมรสกันก่อนค่ะ”

“เรื่องนี้ลูกตัดสินใจเถอะ”

ซูฟางเฟยบอก ลูกสาวของเธอโตแล้ว ดูแลตัวเองได้แล้ว ซูฟางเฟยเคารพในการตัดสินใจของลูก เหมือนที่ลูกสาวเคารพในการตัดสินใจของเธอ

หลังกินข้าวอิ่มแล้วซูฟางเฟยก็หยิบเอาของหมั้นทั้งหมดมาให้กับหนุ่มสาว เมื่อจะจดทะเบียนสมรสกัน เธอก็จะทำตามที่ได้บอกไว้คือยกของหมั้นทั้งหมดให้กับหนุ่มสาวไป และก็ทำต่อหน้ามู่จวิ้นเต๋อ เพื่อต้องการจะบอกให้เขารู้ว่าของเหล่านี้ไม่ใช่ของเธอ เป็นของลูกสาวทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเธอไม่ไว้ใจเขา แต่เพราะอยากทำทุกอย่างให้กระจ่าง จะได้ไม่เกิดความเข้าใจผิดภายหลัง

ซูเจียซินรับเอาของหมั้นทั้งหมดมา เพื่อไม่ให้เสียความตั้งใจของแม่ และเธอรู้ว่าแม่ของเธอไม่ต้องการตึกแถวอยู่แล้ว ส่วนเธอจะเอาตึกแถวมาเปิดร้านขายเสื้อผ้า

“ฉันจะเดินทางไปเมืองลู่ชิงเพื่อไปดูตึกแถวนี้ค่ะ ฉันจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่นั่นเพิ่มค่ะ จะได้ไม่ทิ้งตึกให้ว่างไว้เสียเปล่า” ซูเจียซินบอกกับคนเป็นแม่

“ไปเถอะ อยากทำอะไรก็ทำ ทางนี้แม่ก็มีลุงจวิ้นเต๋ออยู่เป็นเพื่อนแล้ว ลูกไม่ต้องเป็นห่วง”

ซูฟางเฟยบอกกับลูกสาว ซูเจียซินกำลังหาความก้าวหน้าให้ตัวเอง ในวัยที่ยังมีแรงก็ทำไปเถอะ เพราะถ้าพลาดช่วงเวลานี้ไปแล้ว วันหน้าอายุมากขึ้นก็อาจจะทำไม่ไหว

“ใช่ เธอไม่ต้องเป็นห่วงแม่ ลุงสัญญาว่าจะดูแลแม่ของเธอเป็นอย่างดี” มู่จวิ้นเต๋อบอก

“มีลุงจวิ้นเต๋อมาอยู่เป็นเพื่อนแม่แบบนี้ ฉันก็สบายใจค่ะ ไปคราวนี้อาจจะอยู่หลายวันหน่อย ฉันจะไปดูบ้านด้วยค่ะ ว่าจะทำอะไรได้บ้าง” ซูเจียซินบอก

คืนนี้เซี่ยอี้เฉินก็พักที่บ้านนี้ เพราะยังมีห้องพักแขกอยู่ จะได้ไม่ต้องไปหาที่พักที่อื่นอีก และพรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางกันแต่เช้า

 

เช้าวันต่อมาหนุ่มสาวก็ออกเดินทางไปยังเมืองลู่ชิง เซี่ยอี้เฉินขับรถมาเอง ใช้เวลาขับรถไม่ถึงสี่ชั่วโมงก็ไปถึงเมืองลู่ชิง

“ไปจดทะเบียนสมรสกันก่อนดีไหมคะ”

ซูเจียซินถาม เพราะต้องเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกัน หากจดทะเบียนสมรสให้เรียบร้อย จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง

ตอนนี้เพิ่งเป็นเวลาบ่ายโมง เซี่ยอี้เฉินเห็นด้วยที่จะไปจดทะเบียนสมรสกันก่อน เขาไม่อยากให้มีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น ต้องทำเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเป็นอย่างแรก

“ดีครับ”

หนุ่มสาวไปถึงที่สำนักงานกิจการพลเรือน ก็ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนสมรส ทั้งสองเตรียมเอกสารมาพร้อมแล้ว การดำเนินการจึงไม่เป็นปัญหา ใช้เวลาไม่นานก็ได้ทะเบียนสมรสมาครอบครองอย่างราบรื่น

“บ่ายแล้วไปดูตึกแถวคงไม่ทัน ไปดูบ้านก่อนดีไหมครับ” เซี่ยอี้เฉินถาม

บ้านที่ได้รับมาอยู่ไม่ห่างจากคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย เซี่ยอี้เฉินจึงจะพาซูเจียซินไปดูบ้านก่อน จากนั้นจึงจะกลับไปพักที่คฤหาสน์ตระกูลเซี่ย

“ได้ค่ะ” ซูเจียซินไม่รู้จักที่ทางดี จึงว่าตามที่เซี่ยอี้เฉินบอก

มาถึงที่บ้านหลังนั้น ซูเจียซินก็ได้เห็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่ สร้างแบบผสมผสานระหว่างบ้านในท้องถิ่นกับชาติตะวันตก เห็นแบบนี้ซูเจียซินก็แปลกใจ รอบบ้านมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างมาก

“บ้านหลังนี้เป็นสินเดิมของแม่ครับ ผมขอให้พ่อเพิ่มไปในของหมั้นด้วย เดิมก็ตั้งใจจะให้น้าซูมาอยู่ที่นี่ แต่ถ้าน้าซูไม่มา เราย้ายมาอยู่กันเองก็ได้” เซี่ยอี้เฉินว่า

สินเดิมของเฉียวอวี่ซิน เซี่ยเหว่ยกั๋วตั้งใจจะยกให้กับลูกชายอยู่แล้ว เซี่ยอี้เฉินจึงให้พ่อของเขาเพิ่มโฉนดบ้านหลังนี้เป็นของหมั้นด้วย ความตั้งใจของชายหนุ่มก็เพื่อให้แม่ยายย้ายมาอยู่ที่นี่ เพราะถ้าให้เป็นของหมั้นเซี่ยอี้เฉินคิดว่าซูฟางเฟยคงไม่ปฏิเสธที่จะรับ และไม่คิดมากเท่ากับเขายกให้เอง แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดว่าซูฟางเฟยจะยกของหมั้นทั้งหมดกลับมาให้เขาและซูเจียซิน

แต่ถึงอย่างนั้นถ้าซูเจียซินชอบก็ถือว่าดีแล้ว

“เราย้ายมาอยู่ที่นี่ได้เหรอคะ”

ซูเจียซินถาม เพราะถ้าได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันสองคนจะดีมาก เธอชอบชีวิตแบบนั้นมากกว่า

“ได้สิครับ”

ชายหนุ่มตอบรับ เขาจะอยู่ที่ไหนก็ได้ อีกอย่างบ้านหลังนี้ก็อยู่ไม่ห่างจากคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย ไปมาหากันได้สะดวก คุณปู่คงไม่ว่าถ้าเขาจะมาอยู่ที่นี่กับซูเจียซิน

“ถ้าอย่างนั้นฉันปรับปรุงบ้านหลังนี้นะคะ เอาไว้เรามาอยู่กันเอง เวลาอยากจะอยู่กันสองคน”

ซูเจียซินว่า หากวันไหนต้องรวมตัวกินข้าวด้วยกันก็ไปที่ตระกูลเซี่ย แต่ถ้าวันไหนอยากอยู่เงียบ ๆ ก็จะได้มาอยู่ที่นี่

“ได้สิ คุณเห็นว่าอะไรดีก็ทำไปเถอะ”

ชายหนุ่มบอก ก่อนจะพาซูเจียซินเดินดูรอบบ้านและบอกเล่าเรื่องราวของบ้านหลังนี้ไปด้วย

“แม่ของผมเคยไปเรียนต่างประเทศอยู่พักหนึ่ง แม่ชอบศิลปะ ชอบวาดรูป หลังกลับประเทศมาก็มาแต่งงานกับพ่อของผม บ้านหลังนี้ก็เป็นการออกแบบของแม่ จึงออกมาเป็นแบบผสมผสานอย่างที่คุณเห็น”

เซี่ยอี้เฉินบอก ก่อนหน้านี้มีคนเช่าอยู่ที่นี่แต่ได้ย้ายออกไปแล้ว บ้านมีชำรุดบ้างตามกาลเวลา แต่ก็เป็นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ

“ตระกูลเฉียวทำการค้าเป็นหลัก ทำธุรกิจหลายอย่าง และมีลูกหลานออกไปทำธุรกิจในต่างประเทศด้วย แม่ของผมจึงได้ไปเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ หลังแม่เดินทางกลับมาก็ได้มาเจอกับพ่อ ทั้งสองตกหลุมรักกันจึงได้แต่งงานกัน ทางตระกูลเฉียวก็ยินดีกับการเกี่ยวดองนี้”

เซี่ยอี้เฉินบอกเล่าถึงเรื่องราวในอดีต ที่เขาไม่เคยเล่าให้ใครฟัง เขารู้เรื่องนี้มาจากผู้เป็นพ่อและลุงของเขาที่เป็นพี่ชายของแม่

“แต่งงานกันมาได้หลายปีก็เข้าสู่ช่วงปฏิวัติ โชคดีว่าก่อนหน้านั้นตระกูลเฉียวเริ่มระแคะระคายบางอย่าง จึงได้จัดการโยกย้ายทรัพย์สินบางส่วนไปยังต่างประเทศ และส่วนหนึ่งก็ยกให้กับแม่ของผมเอาไว้ติดตัว ลูกหลานในตระกูลก็ส่งไปอยู่ต่างประเทศทั้งหมด”

เซี่ยอี้เฉินนึกถึงสิ่งที่คุณลุงของเขาบอกเล่าให้ฟัง ถือว่าตอนนั้นตระกูลเฉียวรู้ข่าวไว และเร่งจัดแจงทุกอย่างไปก่อน ไม่รู้ว่าเพราะพ่อของเขามีส่วนช่วยด้วยหรือไม่

“ในช่วงนั้นเพื่อเอาตัวรอดคุณตาของผมได้บริจาคทรัพย์สมบัติที่เหลืออยู่ไปจนหมด แต่ถึงจะบริจาคทรัพย์สมบัติไปหมดแล้ว ทว่าก็ยังถูกตราหน้าว่าเป็นตระกูลนายทุนเจ้าของที่ดินอยู่ดี ลุงของผมอยู่ต่างประเทศจึงไม่ถูกจับตัว แม่แต่งงานไปก่อนหน้านั้นแล้วจึงพ้นภัยไปได้ คุณยายของผมเสียชีวิตไปก่อนนั้นหลายปีแล้ว จึงไม่ต้องมาพบเจอกับจุดจบของตระกูลเฉียวแบบนี้ ที่บ้านตระกูลเฉียวจึงเหลือเพียงคุณตาของผมคนเดียว ท่านไม่ยอมเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อเปิดทางให้ลูกหลานได้มีชีวิตอยู่ต่อ ส่วนท่านยอมเป็นตัวประกันอยู่ที่นี่ และก็เป็นคนเดียวที่ถูกส่งตัวไปใช้แรงงานในชนบท” 

แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ

3ca8f8a60b5d9effa738e5d64ee82c93.jpg

https://www.mebmarket.com/index.php?action=search_book&type=all&search=%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2&auto_search_id=&page_no=1