บทที่ 29 ไปค่ายทหาร 1
บทที่ 29 ไปค่ายทหาร 1
วันต่อมา ไม่มีใครมาวุ่นวายที่เรือนหลังเล็ก ปล่อยให้หนุ่มสาวได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เซี่ยเหว่ยกั๋วไปทำงานแล้ว เซี่ยอี้หมิงก็ไปโรงเรียน ส่วนกู้อวิ๋นซวงเธอไม่ได้ทำงาน เธอมีหน้าที่ดูแลบ้าน ดูแลสามีกับลูก อีกทั้งก็ช่วยดูแลเซี่ยวั่งซูด้วย แม้ผู้อาวุโสจะมีคนสนิทคอยดูแลอยู่ ทว่ากู้อวิ๋นซวงก็จะมาช่วยดูแลเรื่องอาหารอีกแรง
กว่าหนุ่มสาวจะตื่นก็เป็นช่วงสาย เซี่ยอี้เฉินตื่นก่อน จากนั้นก็หอมแก้มคนรักเบา ๆ แล้วก็ลุกไปสั่งให้คนเตรียมอาหารมาให้ที่บ้านหลังเล็ก จากนั้นเขาก็กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ปลุกให้ซูเจียซินลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพื่อจะออกไปกินข้าว
เซี่ยอี้เฉินไม่อยากให้ซูเจียซินกินข้าวผิดเวลามากเกินไป เพราะจะทำให้ปวดท้องได้
“ฉันขออาบน้ำก่อนค่ะ คุณไปรอข้างนอกเลย” ซูเจียซินบอก แล้วก็เอียงแก้มตอบรับคนที่ก้มลงมาหอมแก้มเธออีกครั้ง
“ครับ”
เมื่อได้หอมแก้มคนรักแล้ว เซี่ยอี้เฉินก็ออกไปรอที่โต๊ะอาหาร ซูเจียซินใช้เวลาอาบน้ำไม่นานเพราะเธอตื่นสาย จากนั้นก็รีบออกไปกินข้าว
“ฉันนอนตื่นสายไปหน่อย ไม่ได้ไปช่วยงานที่ตึกใหญ่เลยค่ะ” ซูเจียซินบอกกับเซี่ยอี้เฉิน
“ไม่เป็นไรครับ ทุกคนเข้าใจ อีกอย่างที่นั่นมีน้าอวิ๋นซวงดูแลอยู่ เราไปทำก็จะกลายเป็นวุ่นวายแทน” เซี่ยอี้เฉินบอกให้ซูเจียซินสบายใจ
“คุณกับน้องชาย ความสัมพันธ์เป็นยังไงบ้างคะ เมื่อวานฉันเห็นว่าเขาไม่ค่อยพูดเลย” ซูเจียซินถามถึงความสัมพันธ์ของเซี่ยอี้เฉินกับเซี่ยอี้หมิง
“ผมกับเขาอายุห่างกันแปดปี ตอนเด็กผมอยู่กับคุณปู่คุณย่า ส่วนอี้หมิงจะอยู่ที่บ้านพักสวัสดิการกับพ่อและน้าอวิ๋นซวง ครั้นเขาโตขึ้นผมก็เข้ากองทัพแล้ว เพราะผมเข้ากองทัพตั้งแต่เด็ก เราสองคนพี่น้องเหมือนถูกแยกกันอยู่ตั้งแต่เด็ก พูดคุยกันได้แต่ผมคงไม่ใช่พี่ชายที่ดีนัก”
เซี่ยอี้เฉินบอก เขาไม่ได้คาดหวังถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นภายในครอบครัว เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว พึ่งพาและช่วยเหลือกันในยามจำเป็น ในชีวิตปกติก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง
“พ่อก็มีครอบครัวของพ่อ ส่วนผมก็มีครอบครัวของผมแล้ว”
ชายหนุ่มบอกก่อนจะจับมือของซูเจียซินขึ้นมาจูบ
เซี่ยอี้เฉินไม่ได้รู้สึกโกรธหรือคิดมากกับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว ในเมื่อชีวิตเดินมาแบบนี้ เขาก็แค่ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป การเข้าหากันในตอนนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ชวนให้อึดอัดเสียมากกว่า และตอนนี้เขาก็มีครอบครัวของเขาแล้ว เขาอยากจะใส่ใจครอบครัวของเขามากกว่า
“ค่ะ”
ซูเจียซินเข้าใจที่เซี่ยอี้เฉินกล่าว ทว่าเธออาจจะโลภมากนิดหนึ่ง เพราะครอบครัวของเธอยังมีแม่อีกคน แต่เธอกับแม่ไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ทว่าก็ยังเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
เมื่อหนุ่มสาวกินข้าวอิ่มแล้วก็แวะไปทักทายเซี่ยวั่งซูที่ห้องพัก ก่อนจะออกไปจัดการเรื่องปรับปรุงร้านค้า
“คุณปู่เป็นยังไงบ้างคะ” ซูเจียซินถามกับผู้ชราที่นั่งดื่มน้ำอุ่นอยู่
“ปู่สบายดี กินข้าวกันมาหรือยัง” ผู้อาวุโสบอกก่อนจะถามกลับไป
“กินมาแล้วค่ะ” ซูเจียซินตอบ
“ผมกับซินซินจะออกไปดูตึกแถวที่จะทำร้านเสื้อผ้านะครับ นัดช่างไว้แล้ว จะได้พูดคุยเรื่องปรับปรุงร้านให้แล้วเสร็จ ก่อนที่ผมจะเดินทางกลับค่ายทหาร”
เซี่ยอี้เฉินบอกกับคุณปู่ ระหว่างที่เขาอยู่ที่นี่ก็อยากจะหาช่างมาช่วยงานซูเจียซินให้เรียบร้อย เรื่องหลังจากนั้นคงต้องให้เธอจัดการด้วยตัวเอง
“แล้วหลังจากนั้นจะทำยังไงต่อ จะอยู่ที่นี่หรือจะไปอยู่ที่ค่ายทหารด้วยกัน” ผู้เป็นปู่ถาม
“ผมขอบ้านพักสวัสดิการไว้แล้วครับ ซินซินจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่ก็จะแวะมาดูแลร้านบ้างครับ”
เซี่ยอี้เฉินบอกถึงแผนการของเขาให้คุณปู่รับรู้
“ดีแล้ว สามีภรรยาอยู่ด้วยกันถึงจะดี” ผู้อาวุโสเห็นด้วยที่หนุ่มสาวจะไปอยู่ด้วยกันที่ค่ายทหาร แต่งงานกันแล้วก็ไม่ควรแยกกันอยู่
“หนูรู้ค่ะคุณปู่” ซูเจียซินบอก เพื่อไม่ให้ผู้อาวุโสเป็นห่วง
“เข้าใจก็ดีแล้ว” ผู้อาวุโสยิ้มตอบรับ ก่อนจะบอกให้หลาน ๆ ไปทำงาน “จะไปดูตึกแถวก็ไปเถอะ”
“ครับ”
หนุ่มสาวตอบรับแล้วก็ออกจากบ้านไป
มาถึงที่ตึกแถวซูเจียซินก็ได้เห็นตึกสองชั้นค่อนข้างเก่า เซี่ยเหว่ยกั๋วยกตึกสองชั้นสองคูหานี้ให้กับลูกสะใภ้ ซูเจียซินก็จะใช้ทั้งสองคูหาทำเป็นร้านขายเสื้อผ้าของเธอ แต่ละห้องค่อนข้างกว้าง หากทุบผนังทะลุกันคงได้ร้านค้าขนาดใหญ่
หลังซูเจียซินสำรวจตึกแถวแล้ว ก็บอกช่างให้ทุบตึกเป็นห้องเดียว และก็ทำเหมือนร้านสาขาอื่น คือด้านหน้าเป็นผนังกระจก ติดหลอดไฟเพิ่ม ทาสีใหม่ ปูพื้นกระเบื้อง ทำห้องลองเสื้อผ้าสี่ห้อง ชั้นสองเป็นสำนักงานกับใช้เก็บสต๊อกเสื้อผ้า
หลังพูดคุยกับช่างแล้ว ช่างก็ประเมินค่าใช้จ่ายออกมา ครั้นซูเจียซินพอใจกับราคานี้ ทั้งสองก็ทำสัญญาว่าจ้างกัน และพรุ่งนี้ช่างจะเข้ามาทำงานเลย
“คุณพอจะหาคนที่ไว้ใจได้มาช่วยงานที่หน้าร้านสักสามคนไหมคะ”
ซูเจียซินถามหลังทั้งสองคนขึ้นมานั่งบนรถแล้ว เพราะเธอไม่มีทรัพยากรบุคคล จึงต้องพึ่งพาเซี่ยอี้เฉินให้หาคนมาให้
“ผมจะให้หลานสาวของป้าเกามาช่วยดูแลงานในร้าน และก็มีภรรยาของสหายทหารมาช่วยอีกสองคน พวกเธอไว้ใจได้”
เซี่ยอี้เฉินเตรียมคนมาช่วยซูเจียซินไว้แล้ว เพราะเขาไม่อยากให้เธอทำงานหนักเกินไป และเธอจะได้มีเวลาว่างไปอยู่กับเขา
หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกดีใจ ที่สามีใส่ใจเธอมากขนาดนี้
“ขอบคุณนะคะ คุณดีที่สุดเลยค่ะ”
ซูเจียซินว่าก่อนจะหอมแก้มคนที่กำลังขับรถอยู่ เพราะรู้ว่าคนคนนี้ชอบให้เธอแสดงความรัก อาจเพราะเขาขาดแคลนในตอนเด็กจึงโหยหาในตอนโต ทว่าเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เจอใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ใครจะไม่อยากหอม ไม่อยากจูบ
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ
