บทที่ 29 ไปค่ายทหาร 2
บทที่ 29 ไปค่ายทหาร 2
เซี่ยอี้เฉินอยู่ดูแลการปรับปรุงร้านหนึ่งวัน จากนั้นเขาก็พาซูเจียซินไปที่ค่ายทหาร เพื่อให้เธอได้เห็นความเป็นอยู่ของที่นั่น และจะได้ดูด้วยว่าเธอต้องการอะไรเพิ่มหรือไม่ เขาจะได้จัดการหามาไว้ให้
คนขับรถของที่บ้านได้ขับรถไปส่งหนุ่มสาวที่ค่ายทหาร เซี่ยอี้เฉินมีตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองพัน บ้านที่เขาได้รับจะเป็นแบบสองห้องนอนหนึ่งห้องโถง ชายหนุ่มไม่ได้เลือกบ้านแบบห้องชุด เพราะเขารู้สึกว่าแบบนั้นคงไม่เหมาะกับซูเจียซิน เขาจึงเลือกบ้านชั้นเดียวแบบมีลานบ้านแทน
แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ชอบบ้านชั้นเดียวแบบนี้แล้ว และเลือกที่จะไปอยู่ห้องชุดมากกว่า แต่เซี่ยอี้เฉินกลับชอบบ้านชั้นเดียวมากกว่า เหมือนบ้านหลังเล็กของเขา และชายหนุ่มก็คิดว่าซูเจียซินน่าจะชอบแบบเดียวกัน
“ผมได้รับบ้านขนาดสองห้องนอน หนึ่งห้องโถง มีให้เลือกแบบเป็นอาคารชุดกับบ้านชั้นเดียว”
ชายหนุ่มบอกหลังมายืนอยู่หน้าบ้านแล้ว ส่วนคนขับรถที่มาส่งก็ได้กลับไปแล้ว
“ผมเลือกบ้านชั้นเดียวที่มีลานด้านหน้า ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเลือกห้องชุดมากกว่า คุณไม่ว่าใช่ไหมที่ผมตัดสินใจเลือกแบบนี้โดยไม่ได้ถามคุณก่อน”
“แบบนี้ก็ดีแล้วค่ะ ฉันชอบบ้านชั้นเดียวแบบนี้มากกว่า ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดให้เมื่อยด้วยค่ะ อีกอย่างจะทำอะไรก็สะดวกกว่า” ซูเจียซินบอกกับอีกคน
“ผมคิดไว้อยู่แล้วว่าคุณต้องชอบแบบนี้มากกว่า”
ชายหนุ่มว่า พลางยืดอกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขาเดาความคิดของซูเจียซินออก อาจเพราะเธอเช่าบ้านชั้นเดียวอยู่ และแม่ของเธอก็ซื้อบ้านชั้นเดียว เขาจึงคิดว่าเธอจะชอบแบบนี้
“คุณรู้ใจฉันที่สุดค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยชม เพราะดูเหมือนว่าอีกคนจะรอคำชมจากเธออยู่ ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมา
“เข้าไปดูในบ้านกันเถอะครับ ผมทำความสะอาดไว้แล้ว” ชายหนุ่มว่าก่อนจะหยิบกุญแจมาเปิดประตูรั้ว
พื้นที่รอบบ้านถูกเก็บกวาดจนสะอาด มีแปลงผักเดิมพอให้เห็นร่องรอยอยู่ แต่คงไม่มีคนปลูกผักมานานแล้ว เมื่อเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นได้ว่าบ้านถูกทาสีใหม่ ภายในบ้านมีสองห้องนอน มีโถงกลางบ้าน ด้านหลังเป็นห้องน้ำกับห้องครัว มีต่อท่อน้ำและไฟฟ้ามาใช้ในบ้านแล้ว
บ้านหลังนี้ถือว่าสะดวกสบายไม่น้อย สำหรับการใช้ชีวิตสองคน
“ผมทาสีใหม่ทั้งหลัง อาจจะมีกลิ่นสีนิดหน่อยครับ” ชายหนุ่มบอก
จากนั้นเขาก็เปิดประตูหน้าต่างระบายกลิ่นสีออกไป ไม่นานหลังจากนั้นก็มีเฟอร์นิเจอร์มาส่งที่หน้าบ้าน ด้วยเซี่ยอี้เฉินได้สั่งเฟอร์นิเจอร์ไว้กับทางร้าน และให้มาส่งของช่วงบ่ายวันนี้ หากเขากลับมาไม่ทันก็ได้บอกกับเฉินอวี่ซวนให้มาช่วยรับของแทน
“เฟอร์นิเจอร์มาส่งครับ”
พนักงานของร้านเฟอร์นิเจอร์ตะโกนบอก เซี่ยอี้เฉินจึงเดินไปเปิดประตูแล้วก็ให้พวกเขาช่วยขนของเข้ามาในบ้าน เซี่ยอี้เฉินสั่งของไปหลายชิ้น รถที่มาส่งของให้จึงเป็นรถบรรทุกคันใหญ่ ทำให้เหล่าภรรยาทหารที่อยู่ละแวกนั้นถึงกลับออกมาดู
หลังจากนั้นก็มีทหารกลุ่มหนึ่งเดินมาที่บ้าน
“ผู้พันกลับมาแล้วเหรอครับ”
เฉินอวี่ซวนถาม ในกองทัพเขาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเซี่ยอี้เฉิน จึงต้องเคารพผู้เป็นนาย ทว่านอกเหนือจากเวลางานเขาก็เป็นสหายกัน
“มาพอดีเลย ช่วยยกของหน่อยสิ เสร็จงานแล้วจะเลี้ยงอาหารชุดใหญ่” เซี่ยอี้เฉินบอก
เมื่อพูดถึงเรื่องกินทุกคนก็ดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะรีบช่วยกันยกของเข้าไปจัดวางในบ้าน ตามที่เซี่ยอี้เฉินบอก
เฉินอวี่ซวนมีโอกาสได้ทักทายซูเจียซินไม่กี่คำ และคิดไม่ถึงว่าท้ายที่สุดแล้วเธอจะกลายมาเป็นภรรยาของเซี่ยอี้เฉิน วาสนาของคนไม่อาจคาดเดาได้จริง ๆ หญิงสาวที่ซมซานออกจากบ้านในวันนั้น ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งเธอจะเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้า และมีโอกาสได้แต่งงานกับเซี่ยอี้เฉิน ซึ่งวันหน้าตำแหน่งของเขาคงไม่หยุดอยู่ที่ผู้บังคับกองพันอย่างแน่นอน
เฉินอวี่ซวนรู้ว่านอกจากซูเจียซินจะเปิดร้านบะหมี่แล้ว เธอยังมีร้านเสื้อผ้าอีกสองสาขา จากที่เซี่ยอี้เฉินเล่าให้ฟัง ทว่าวันหน้าเธอคงไม่หยุดอยู่ที่สองสาขาอย่างแน่นอน ในตอนนี้ถือว่าชีวิตของซูเจียซินหลังออกมาจากบ้านตระกูลซ่ง ก็ดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว
ผิดกับตระกูลซ่งที่ตอนนี้ตกต่ำอย่างมาก ผู้คนพากันดูถูกและรังเกียจ ไม่มีใครคบหาด้วย เพราะเรื่องที่ซ่งเจียหนิงทำผิดกฎหมาย ส่วนซ่งลี่หยางหลังจากที่ถูกทำร้าย ขาของเขาก็พิการเดินไม่สะดวกแล้ว เมื่อเป็นแบบนั้นเขาก็กลายเป็นคนหมดอาลัยตายอยากไป ลูกหลานในบ้านที่ยังพอหวังพึ่งพาได้ก็เหลือซ่งลี่หมิงคนเดียวแล้ว
ความจริงที่เฉินอวี่ซวนยังไม่รู้ คือซูเจียซินเตรียมจะเปิดร้านเสื้อผ้าสาขาที่สามแล้ว
เมื่อยกของเข้ามาในบ้านหมดแล้ว เหล่าทหารที่มาช่วยงานก็กลับไปก่อน วันนี้ไม่สะดวกที่จะอยู่ต่อ ทว่าวันหน้าพวกเขาต้องได้กินอาหารมื้อใหญ่อย่างแน่นอน เพราะเซี่ยอี้เฉินกล่าวแล้วไม่เคยผิดคำพูด
เซี่ยอี้เฉินมองดูบ้านที่ก่อนหน้ายังโล่งอยู่ ตอนนี้มีเฟอร์นิเจอร์เข้ามาจัดวางแล้วก็ดูเป็นบ้านมากขึ้น
“คุณอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกมาได้เลย ผมจะซื้อมาให้ ส่วนคืนนี้เราไปพักที่ห้องพักรับรองของทางค่ายทหารก่อนดีกว่า”
ทางค่ายทหารจะมีห้องพักรับรองสำหรับผู้ที่มาเยี่ยมเยียนทหารในค่าย ก็คล้ายกับโรงแรม เพียงแต่ค่าที่พักต่อคืนจะถูกกว่า เพราะบ้านยังมีกลิ่นสีอยู่เล็กน้อย และยังต้องทำความสะอาดอีกครั้ง แต่วันนี้เย็นแล้ว เซี่ยอี้เฉินไม่อยากให้ซูเจียซินเหนื่อยอีก เขาจึงจะพาภรรยาไปพักที่ห้องพักรับรองก่อน
“พรุ่งนี้ผมจะลาหยุดอีกวัน จะพาคุณไปซื้อของใช้ที่ยังขาดอยู่ วันนี้คุณก็จดรายการไว้ก่อนว่าต้องซื้ออะไรบ้าง” เซี่ยอี้เฉินบอก
พวกที่นอนเขามีแล้ว ทว่าผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่มยังขาดอยู่ ของใช้ในครัวก็ยังไม่มี
“ได้ค่ะ” ซูเจียซินตอบรับ
จากนั้นหญิงสาวก็มาดูว่ายังขาดอะไรบ้าง เสร็จแล้วสามีภรรยาก็เดินไปยังห้องพักรับรอง เพื่อจะพักอาศัยคืนนี้ไปก่อน
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ
