บทที่ 2 ออกจากตระกูลซ่ง 3
บทที่ 2 ออกจากตระกูลซ่ง 3
ซ่งเจิ้นกั๋วเห็นท่าไม่ดีแล้ว ก็หันไปตวาดน้องชายของตัวเอง
“จัดการเมียกับลูกของแกซะ” ผู้เป็นพี่ชายสั่ง
“แกหุบปากไปเลย”
ซ่งจื้อเผิงได้ยินพี่ชายบอกแบบนั้นก็หันไปตวาดซ่งเจียซินอย่างลืมตัว แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจคนไม่มีสิทธิ์มีเสียงในบ้านหลังนี้ คนที่จะตัดสินใจได้มีแต่ซ่งป๋อเฉิงเท่านั้น
“ถ้าแกทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ สุดท้ายแกก็จะเดือดร้อนไปด้วย ยังไงแกก็ได้ชื่อว่าเป็นคนตระกูลซ่ง ฉันไม่ปล่อยแกไปง่าย ๆ แน่” หูฮุ่ยหรูพูดข่มขู่ซ่งเจียซิน
“ถ้าอย่างนั้นก็พินาศล่มจมไปด้วยกันเถอะ ฉันไม่กลัวตายอยู่แล้ว อยู่ที่นี่ก็ไม่ต่างจากตายทั้งเป็น ไม่สู้ทั้งตระกูลซ่งมาพังพินาศไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่ย่าหรอกที่ทำเรื่องพวกนั้นได้ ฉันก็ทำได้เช่นกัน ฉันกับแม่ไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ตระกูลซ่งยังมีลูกหลานอีก จะให้สิ้นสุดตรงนี้ก็ได้”
ซ่งเจียซินขู่กลับไป ท่าทางของเธอบอกว่าเธอจะทำแบบนั้นจริง ๆ จะบีบคนก็ไม่ควรบีบให้จนตรอก ให้เหลือทางรอดไว้บ้างไม่อย่างนั้นจะเจ็บเสียเอง
“เธอต้องการอะไร” ซ่งป๋อเฉิงพูดออกมาในที่สุด
“หนังสือตัดขาดของฉันกับแม่ เงินค่ารักษาพยาบาลหนึ่งร้อยหยวน เงินนี้ฉันยืมลุงใหญ่มาจ่ายให้กับโรงพยาบาล ยังไงก็ต้องคืน ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องให้ลุงใหญ่กับพี่ชายทั้งสองเป็นคนทวงเอาเอง”
“จะบ้าหรือไงเงินค่ารักษาตั้งหนึ่งร้อยหยวน ไม่ปล้นกันเลยล่ะ” หูฮุ่ยหรูพูดแทรกขึ้นมา
“ถ้าตอนนั้นยอมจ่ายกันดี ๆ ก็คงไม่มากขนาดนี้ ดูตอนนี้สิพวกเขาต้องเสียเวลาไปที่โรงพยาบาล และต้องเสียเวลาตามมาทวงหนี้ถึงที่นี่อีก จะไม่ให้ถึงหนึ่งร้อยหยวนได้ยังไง” ซ่งเจียซินว่า
“ถ้าไม่ให้ก็คงต้องแจ้งความแล้วล่ะ แล้วเรื่องก็จะวนมาที่เดิมอีกครั้ง” ซูสือเหล่ยยืนยันว่าเขาก็จะไม่ยอมกลับไปมือเปล่าเหมือนกัน
ซ่งป๋อเฉิงรู้อยู่แล้วว่าซูสือเหล่ยพาคนมาด้วยแบบนี้ พวกเขาคงไม่ยอมจบเรื่องง่าย ๆ
“ไปเอาเงินมา” ซ่งป๋อเฉิงหันไปบอกกับภรรยา
“ไม่มีหรอกเงินมากมายขนาดนั้น” หูฮุ่ยหรูเถียงกลับไป
“ถ้าเรื่องมากกันนัก ก็ส่งคนไปให้ตำรวจเถอะ”
ซ่งป๋อเฉิงบอกกับหูฮุ่ยหรู ในเมื่อไม่ยอมก็จัดการเรื่องตรงหน้าเอาเอง เขาไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว ใครทำอะไรก็รับไป ก่อนจะลุกออกไปซ่งป๋อเฉิงก็หันไปบอกซูสือเหล่ย
“จะแจ้งตำรวจก็แจ้ง จะซ้อมคนก็ซ้อม”
ครั้นคนเป็นพ่อลุกออกไป ซ่งเจิ้นกั๋วก็เข้ามาหาแม่ของเขา
“แม่ จะเรื่องมากอะไรอีก จะให้เรื่องบานปลายจนพังกันทั้งหมดหรือไง”
เมื่อทนไม่ไหวซ่งเจิ้นกั๋วก็ตวาดแม่ของตัวเองไป ที่ทำให้เรื่องยุ่งยากมากขึ้นกว่าเดิม เขารู้ว่าแม่มีเงินเก็บไม่น้อย เงินหนึ่งร้อยหยวนยังไงก็ต้องมีอย่างแน่นอน เขาไม่อาจเห็นลูกสาวเสียชื่อเสียงหรือถูกตำรวจจับตัวไป และลูกชายทั้งสองคนก็จะเดือดร้อนไปด้วย
หูฮุ่ยหรูถูกลูกชายตวาดใส่ แม้ไม่เต็มใจก็ต้องยอมเข้าไปหยิบเงิน หากลูกชายไม่พอใจขึ้นมา วันหน้าใครจะเลี้ยงดูเธอ สุดท้ายก็จำต้องตัดใจไปเอาเงินเก็บออกมา
ขณะที่หูฮุ่ยหรูไปหยิบเงิน ซูหลี่จวินลูกชายคนโตของซูสือเหล่ย ก็ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาที่บ้านตระกูลซ่ง
“ใครจะตัดขาดกับใคร”
เมิ่งหวังหย่งถามกับคนที่นั่งอยู่ในบ้าน ก่อนจะมองไปยังซ่งป๋อเฉิงที่เป็นเจ้าบ้าน และลุกไปนั่งอยู่ห่างจากผู้อื่น
คนตระกูลซ่งไม่รู้ว่ามีคนไปตามเมิ่งหวังหย่งมา ทว่าคนก็มาแล้วคงต้องทำให้เรื่องจบสิ้นไป ก่อนหน้าคิดจะเขียนหนังสือตัดขาดกันเอง แล้วค่อยกลับคำภายหลัง ทว่าการปรากฏตัวของหัวหน้าหมู่บ้าน ก็คงทำแบบที่คิดไว้ไม่ได้แล้ว
“น้องสาวของผมซูฟางเฟยกับหลานสาวซ่งเจียซิน จะตัดขาดกับบ้านตระกูลซ่ง เนื่องจากพวกเขาไม่เห็นทั้งสองคนเป็นคนในตระกูลอีกแล้ว หลานสาวบาดเจ็บเจียนตายแต่ไม่มีใครสนใจสักคน พวกเราจะมารับทั้งสองคนกลับไปที่บ้านตระกูลซู”
ซูสือเหล่ยเห็นคนตระกูลซ่งอ้ำอึ้งจึงได้กล่าวแทน ก่อนจะจ้องมองซ่งจื้อเผิงด้วยแววตาข่มขู่ หากคนผู้นี้กล้าพูดอะไรไม่เข้าหู เขาจะจัดการทันที
“เป็นอย่างนั้นรึ” เมิ่งหวังหย่งหันไปถามซูฟางเฟยบ้าง
“ค่ะ ฉันกับซ่งจื้อเผิงไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน วันนี้ก็ขอแค่มีหนังสือตัดขาด จากนี้ไม่เกี่ยวข้องกันอีก ส่วนลูกสาวของฉันพวกเขาไม่ต้องการเธออยู่แล้ว ฉันจะพาไปด้วยค่ะ ตั้งแต่วันนี้ไปก็ให้ถือว่าเธอไม่ใช่คนตระกูลซ่งอีก”
“จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง พวกเราเลี้ยงดูแกสองคนแม่ลูกมากี่ปี อยู่ ๆ จะมาบอกว่าพวกเราไม่สนใจแกสองแม่ลูกได้ยังไง” หูฮุ่ยหรูพูดแทรกขึ้นมา
“จะให้พูดเอาขายหน้ากันตรงนี้ไหมคะ ตีแผ่เรื่องเลวร้ายออกมาเลยจะได้รู้กันหมด”
ซ่งเจียซินว่าขึ้นมาก่อนจะมองไปที่หน้าบ้าน ซึ่งซูหลี่จวินเปิดประตูไว้ตอนที่เขาไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมา จึงมีคนตามมาด้วยและก็อยู่กันเต็มหน้าบ้าน
“เรื่องราวเป็นอย่างไรทุกคนรู้กันดีแล้ว แต่ฉันก็ไม่ลำบากที่จะพูดอีกครั้ง” ซ่งเจียซินเอาเรื่องทำร้ายขึ้นมาข่มขู่อีกครั้ง
ซ่งป๋อเฉิงจึงได้หันไปตวาดใส่ภรรยาของตัวเอง มีคนมามุงดูมากมายเขาก็ไม่อยากขายหน้าตัวเอง
“เธอก็เงียบไปเลย รีบ ๆ ทำเรื่องตัดขาดจะได้จบไป” ซ่งป๋อเฉิงว่า ก่อนจะบอกกับหัวหน้าหมู่บ้าน “ทางเราจะให้เงินกับสองแม่ลูกไปหนึ่งร้อยหยวน จากนี้ทั้งสองคนไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลซ่งอีก”
ซ่งป๋อเฉิงจำต้องกล่าวแบบนี้เพราะอยากให้เรื่องจบเร็ว ๆ ก็แค่เสียหลานสาวไร้ประโยชน์ไปคนเดียว
“ได้”
หัวหน้าหมู่บ้านเห็นท่าทีของคนทั้งหมดเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก พวกเขาคงตัดสินใจกันมาแล้ว เห็นคนตระกูลซูทำหน้าถมึงทึงและพร้อมจะมีเรื่อง เขาก็ไม่อยากรั้งคนพวกนี้ไว้นานนัก
เมิ่งหวังหย่งช่วยเขียนหนังสือตัดขาด และให้คนทั้งสองบ้านมาลงนามรับรู้โดยทั่วกัน ใครเขียนชื่อตัวเองไม่เป็นก็ประทับลายมือ ส่วนเขาก็เป็นพยานรับรู้การตัดขาดครั้งนี้
“เรียบร้อยแล้ว” เมิ่งหวังหย่งบอก
ซูสือเหล่ยรับเงินกับหนังสือตัดขาดมาถือไว้เอง จากนั้นก็บอกให้น้องสาวกับหลานสาวกลับ
“ไปเถอะ”
ครั้นซูสือเหล่ยบอกแบบนั้น ซูฟางเฟยก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอยังหวาดกลัวกับอนาคตข้างหน้าอยู่บ้าง ส่วนซ่งเจียซินไม่เสียใจเลยที่ได้ตัดขาดกับตระกูลซ่ง
“อยากไปก็ไป ดีเสียอีกได้ขับไล่ตัวล้างผลาญแบบนี้ไปเสียได้”
เสียงของหูฮุ่ยหรูยังคงด่าตามหลังมา แต่ก็ไม่มีใครคิดจะสนใจอีก