บทที่ 30 ย้ายเข้าบ้านใหม่ 2
บทที่ 30 ย้ายเข้าบ้านใหม่ 2
กินข้าวอิ่มแล้ว เซี่ยอี้เฉินก็ไปซื้อถ่านมาให้ซูเจียซิน และก็โชคดีที่ร้านค้าสหกรณ์เพิ่งมีปลาเข้ามาใหม่ ชายหนุ่มจึงได้ซื้อปลากลับมาด้วยสองตัวใหญ่
กลับมาถึงบ้านเซี่ยอี้เฉินก็จัดการล้างปลาให้ซูเจียซินก่อน เขาไม่อยากให้เธอทำอาหารมากมายอยู่คนเดียว
“ไปพักสักหน่อยเถอะค่ะ” ซูเจียซินบอก เพราะอยากให้เซี่ยอี้เฉินได้นอนพักกลางวันสักหน่อย
“ไม่เป็นไรครับ ผมช่วยงานคุณก่อนดีกว่า”
ชายหนุ่มบอก เขาเห็นแล้วว่าซูเจียซินทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง และยังต้องมาจัดข้าวของอีก เขาจึงอยากจะช่วยแบ่งเบางานของเธอบ้าง
“คุณทำงานในครัวเป็นด้วยเหรอคะ”
ซูเจียซินถาม เพราะที่ตระกูลเซี่ยมีคนจัดการงานทุกอย่างให้ เซี่ยอี้เฉินไม่ต้องทำเอง แต่จากที่ดูเซี่ยอี้เฉินจัดการกับปลา เขาเหมือนจะทำเรื่องแบบนี้บ่อย
“ตอนที่ออกไปทำภารกิจพวกเราก็ต้องทำอาหารกินกันเอง จัดการกับปลาแค่นี้ไม่ยากหรอกครับ” ชายหนุ่มว่า
หญิงสาวได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้ารับรู้ จากนั้นก็บอกให้เซี่ยอี้เฉินช่วยสับไก่ให้ด้วย ในเมื่อเขาไม่อยากพักเธอก็ใช้งานเขาเสียเลย
กระทั่งใกล้ถึงเวลาเซี่ยอี้เฉินก็ไปล้างเนื้อล้างตัว แล้วก็กลับไปทำงานของเขาต่อ ซูเจียซินก็มานั่งล้างผักเพื่อจะเตรียมอาหารเย็น โชคดีว่ามีก๊อกน้ำให้ใช้แล้ว ไม่อย่างนั้นคงลำบากไปตักน้ำอีก
ในตอนนั้นที่หน้าบ้านก็มีคนมาเรียก
“มีใครอยู่ไหมจ๊ะ”
กงซิ่วลี่ที่อยู่บ้านข้างกัน เดินมาทักทายกับซูเจียซิน เพราะก่อนหน้านั้นเซี่ยอี้เฉินได้แวะไปบอกเธอที่บ้าน เขาชวนเธอกับสามีให้มากินอาหารเย็นฉลองย้ายเข้าบ้านใหม่ด้วยกัน กงซิ่วลี่จึงจะมาดูว่าซูเจียซินมีอะไรให้ช่วยหรือไม่ เพราะเซี่ยอี้เฉินบอกว่าเธอทำงานอยู่คนเดียว
“สวัสดีค่ะ” ซูเจียซินเดินมาเปิดประตู พร้อมกับเอ่ยทักทายผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า
“สวัสดีจ้ะ พี่ชื่อกงซิ่วลี่อยู่บ้านข้าง ๆ” กงซิ่วลี่บอกแล้วก็ชี้ไปที่บ้านของเธอซึ่งอยู่ข้างกัน “ผู้พันเซี่ยเดินไปบอกว่าสหายเตรียมอาหารอยู่คนเดียว พี่เลยมาดูว่ามีอะไรให้ช่วยไหม”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมากเลยค่ะ ฉันซูเจียซินค่ะ จะเรียกว่าเจียซินก็ได้” หญิงสาวบอกก่อนจะเปิดประตูให้กงซิ่วลี่เข้ามาในบ้าน
ในตอนนั้นหวังลู่หลินที่อยู่บ้านข้างกันอีกฝั่ง ก็เปิดประตูบ้านมาทักทายกับทั้งสองคน เธอตั้งใจจะมาทักทายเพื่อนบ้านใหม่อยู่แล้ว
“พี่สะใภ้” หวังลู่หลินเอ่ยทักทายกงซิ่วลี่
“มาพอดีเลย มาช่วยเจียซินทำอาหารหน่อย ช่วยกันหลายคนจะได้เสร็จเร็ว ๆ”
อย่างไรก็คนข้างบ้านกัน ทำความรู้จักกันไว้ถึงจะดี และความสัมพันธ์ของเซี่ยอี้เฉินกับไป๋ฉางเฟิงก็ไม่ได้แย่ ยังไงเย็นนี้เซี่ยอี้เฉินก็ต้องไปชวนอีกฝ่ายมากินข้าวด้วยกัน กงซิ่วลี่จึงชวนหวังลู่หลินให้มาช่วยซูเจียซินทำอาหารด้วย
“เจียซิน นี่หวังลู่หลินนะ” กงซิ่วลี่แนะนำให้ซูเจียซินได้รู้จักกับหวัง
ลู่หลิน แล้วก็หันไปบอกหวังลู่หลินบ้าง “นี่ภรรยาของผู้พันเซี่ย ซูเจียซิน”
“พี่สะใภ้”
ซูเจียซินเห็นหวังลู่หลินทักทายกงซิ่วลี่ว่าพี่สะใภ้ ดูจากอายุของทั้งสองแล้วน่าจะมากกว่าเธอ หญิงสาวจึงเรียกหวังลู่หลินว่าพี่สะใภ้บ้าง
“เป็นเด็กสาวที่น่ารักจริง ๆ มิน่าผู้พันเซี่ยถึงแต่งงานกะทันหันแบบนี้”
หวังลู่หลินเอ่ยชมซูเจียซิน เพราะเห็นว่าเธอสวยและน่ารัก แต่งตัวก็ดูดี ผิวพรรณก็ดี
“ขอบคุณค่ะ” ซูเจียซินยิ้มเขิน เพราะไม่เคยมีใครชมเธอต่อหน้า และชมด้วยสายตาตื่นเต้นแบบนี้มาก่อน
“เอาล่ะอย่ามัวแต่พูดคุยกันอยู่เลย มาช่วยกันทำอาหารดีกว่า เจียซินจะทำอะไรบ้างล่ะ”
กงซิ่วลี่ช่วยพูดให้กับซูเจียซิน เมื่อเห็นอีกฝ่ายเขินจนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะหันไปถามว่าเธอจะทำอาหารอะไรบ้าง
“ปลาสองตัวนั้นเอามาต้มกับผักกาดดองดีไหมคะ ฉันมีผักกาดดองอยู่ แล้วก็จะทำไก่ผัดพริก กับหมูสามชั้นตุ๋น ซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวาน ผัดผักกาดขาวใส่เห็ดหอม มะเขือเทศผัดไข่ ผัดถั่วฝักยาวหมูสับค่ะ เท่านี้พอจะเลี้ยงคนสักสิบห้าคนได้ไหมคะ”
“โอ๊ย! พอแล้วจ้ะ”
กงซิ่วลี่ว่า ปลาตัวใหญ่มาก ไก่สองตัว หมูสามชั้นเกือบสิบจิน ซี่โครงหมูก็น่าจะเกือบสิบจินเหมือนกัน ผักก็ไม่น้อย อาหารเท่านี้เลี้ยงคนยี่สิบคนได้สบายมาก
“ฉันเห็นว่าพวกทหารกินเก่งมาก ฉันกลัวจะกินกันไม่อิ่มเลยซื้อของมาเยอะหน่อยค่ะ”
ซูเจียซินบอก เลี้ยงอาหารมื้อเดียวเธอไม่ได้คิดว่าสิ้นเปลืองมากนัก เธออยากจะสร้างความประทับใจมากกว่า
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ช่วยกันทำอาหารตลอดทั้งบ่าย ทำไปด้วยพูดคุยกันไปด้วย ไม่นานก็เริ่มสนิทสนมกัน ครั้นสามีของเธอทั้งสามคนเลิกงานกลับมา พวกเขาก็มาช่วยเตรียมโต๊ะกินข้าวไว้ให้ โต๊ะเก้าอี้ไม่พอก็ไปเอาที่บ้านของตัวเองมา ชามตะเกียบก็ไปหยิบที่บ้านของตัวเองมาด้วย
ระหว่างนั้นซูเจียซินก็ไปเอาเมล็ดทานตะวัน และขนมมาให้หนุ่ม ๆ ได้กินเล่นกันไปก่อน รอให้คนมาครบจึงจะเริ่มมื้อเย็น
นอกจากสองครอบครัวที่อยู่บ้านข้างกันฝั่งซ้ายขวาแล้ว ทหารที่มาช่วยงานเซี่ยอี้เฉินเมื่อวานก็ทยอยมาที่บ้าน แต่ละคนก็มีของติดไม้ติดมือมาด้วย
ฉินเทียนเหยียนก็ยังไปหยิบเหล้าที่บ้านมา ส่วนไป๋ฉางเฟิงก็หิ้วเนื้อกับเมล็ดทานตะวันมาด้วย ลูกชายลูกสาวบ้านฉินกับบ้านไป๋ก็มานั่งกินข้าวที่นี่ด้วย เซี่ยอี้เฉินเป็นคนบอกให้ฉินเทียนเหยียนกับไป๋ฉางเฟิง ไปพาลูกชายกับลูกสาวมากินข้าวกันด้วย พ่อกับแม่อยู่ที่นี่ให้ลูกอยู่บ้าน แล้วเด็ก ๆ จะกินมื้อเย็นกันยังไง
เมื่อทุกคนมากันครบแล้ว อาหารก็ทยอยขึ้นโต๊ะ กงซิ่วลี่และหวังลู่หลินมีฝีมือการทำอาหารที่ยอดเยี่ยม ซูเจียซินก็พลอยสบายใจที่มีคนทำอาหารเลิศรสมาช่วย
อาหารหน้าตาน่ากิน รสชาติก็อร่อย ปริมาณเพียงพอให้ทุกคนได้กินกันจนอิ่ม
“เห็นเธอสองคนสามีภรรยาแล้ว ก็ให้นึกว่าคนรุ่นใหม่นี้เก่งกันจริง ๆ”
ฉินเทียนเหยียนว่า เขานึกชมเซี่ยอี้เฉินมาตลอด ชายหนุ่มอายุย่างยี่สิบสี่ปีก็ได้เป็นผู้บังคับกองพันแล้ว ความสามารถของอีกฝ่ายก็โดดเด่น การจะขยับตำแหน่งไปเป็นรองผู้บังคับการกรมก็ไม่ใช่เรื่องยาก เหลือแค่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนเท่านั้น
ส่วนภรรยาของเขาก็อายุยังน้อยเพียงแค่สิบแปดสิบเก้าปี ก็เป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตแล้ว ผู้อื่นอาจจะยังไม่รู้ว่าซูเจียซินทำอะไร แต่ฉินเทียนเหยียนที่รู้ประวัติของซูเจียซินมาแล้ว ก็กล้าที่จะพูดว่าหญิงสาวคนนี้ก็เก่งไม่แพ้สามีของเธอ
“นั่นสิอายุยังน้อยกันอยู่เลย แต่ก้าวมาถึงจุดนี้ได้แล้ว” ไป๋ฉางเฟิงก็นึกชื่นชมเซี่ยอี้เฉิน
ไป๋ฉางเฟิงอายุห่างจากเซี่ยอี้เฉินหกปี แต่ทั้งสองกลับอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน เมื่อก่อนเขาเคยนึกสงสัยในฝีมือของเซี่ยอี้เฉิน แต่พอได้ทำงานด้วยกันถึงรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้มีฝีมือและมันสมองที่เฉียบคม ในที่สุดเขาก็ต้องยอมรับว่าตำแหน่งนี้เซี่ยอี้เฉินได้มาเพราะความสามารถของเขาจริง ๆ
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ