บทที่ 31 ข่าวลือในค่ายทหาร 1
บทที่ 31 ข่าวลือในค่ายทหาร 1
รุ่งเช้าซูเจียซินตื่นมาก็ไม่เจอเซี่ยอี้เฉินแล้ว แต่เขาเขียนข้อความบอกไว้ว่าออกไปฝึกซ้อมแล้ว และก็มีโจ๊กข้าวฟ่างอยู่ในหม้อ บนโต๊ะมีซาลาเปาอยู่ หญิงสาวเดินไปล้างหน้าล้างตาและเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็มานั่งกินโจ๊กกับซาลาเปา
อิ่มแล้วก็ลุกมาทำความสะอาดบ้าน แล้วก็ซักผ้าตากเอาไว้ จากนั้นก็เดินไปร้านค้าสหกรณ์ เพื่อจะไปซื้อผักและเนื้อมาเตรียมไว้ทำอาหารเที่ยง เธอกลัวว่าถ้าไปสายจะเหลือของให้ซื้อไม่มาก
หญิงสาวไม่ได้เร่งรีบเดิน เธอคิดจะเดินเล่นสำรวจค่ายทหารไปด้วย ทว่าในตอนนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนมีคนจ้องมอง จึงได้หันไปตามทิศทางนั้น ก่อนจะเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังจ้องมองเธออยู่ แล้วอีกฝ่ายก็สะบัดหน้าเดินจากไป
ซูเจียซินไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร และเธอก็ไม่ได้สนใจอีก จากนั้นก็ไปที่ร้านค้าสหกรณ์เพื่อจะซื้อของ ซื้อของเสร็จเธอก็กลับมาที่บ้าน แต่ก็รู้สึกได้ว่าคนที่อยู่ในร้านค้าสหกรณ์ก็มองเธอแปลก ๆ เช่นกัน
มาถึงบ้านแล้ว ซูเจียซินก็ลงมือทำเกี๊ยวไว้รอเซี่ยอี้เฉิน เพราะตอนเที่ยงเขาคงกลับมากินข้าวด้วยกัน
ตอนเที่ยงเซี่ยอี้เฉินก็กลับมา จากนั้นทั้งสองคนก็นั่งกินมื้อเที่ยงด้วยกัน อิ่มแล้วก็นั่งคุยกันสักพัก จากนั้นชายหนุ่มก็อุ้มซูเจียซินไปนอนพักด้วยกัน เพราะรู้ว่าอีกไม่กี่วันเธอจะต้องกลับไปตรวจดูร้านค้าที่กำลังปรับปรุง และเขาคงต้องนอนคนเดียวอีกหลายวัน
ครั้นถึงเวลาเซี่ยอี้เฉินก็กลับไปทำงานต่อ ส่วนซูเจียซินยังคงหลับสบาย กว่าจะตื่นอีกทีก็เกือบเย็น หญิงสาวจึงหยิบเอาแตงโมที่ซื้อมาผ่าครึ่งเสี้ยว แล้วก็นั่งกินอย่างสบายใจ
“เจียซินอยู่หรือเปล่า”
ในตอนนั้นที่หน้าบ้าน หวังลู่หลินก็เดินมาเรียกซูเจียซิน หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็ออกไปเปิดประตู
“พี่สะใภ้มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เจียซินพี่ได้ยินข่าวลือไม่ดีนักเกี่ยวกับเธอ ตอนนี้มีคนเอาไปเล่าลือกันทั่วทั้งค่ายทหารแล้ว” หวังลู่หลินว่า
“เรื่องอะไรเหรอคะ” ซูเจียซินเพิ่งมาถึงที่นี่ เธอไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรไว้ จนมีคนเอามานินทาได้
“เขาพูดกันว่าเธอไปล่อลวงผู้พันเซี่ย โดยแสร้งตกน้ำเพื่อให้เขามาช่วย แล้วก็บังคับให้ผู้พันรับผิดชอบเธอ ครั้นได้เป้าหมายใหม่เป็นผู้พันเซี่ยแล้ว เธอก็ทิ้งคู่หมั้นของตัวเองทันที”
“ฉันไม่เคยมีคู่หมั้นค่ะ ฉันตกน้ำจริงค่ะ พี่อี้เฉินมาช่วยฉันจริง แต่นั่นเป็นอุบัติเหตุ ฉันไม่เคยเรียกร้องอะไร และหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีก กระทั่งได้มาเจอกันโดยบังเอิญบนรถไฟ จึงได้มีโอกาสพูดคุยกันอีกครั้ง”
ซูเจียซินว่า เรื่องรักที่ควรจะเป็นเรื่องโรแมนติก กับความบังเอิญที่ได้เจอกันสามครั้ง กลายเป็นความรักที่เธอหวังจับเซี่ยอี้เฉินไปแล้ว
หวังลู่หลินเพิ่งได้เจอกับซูเจียซิน เธอไม่รู้นิสัยที่แท้จริงของอีกฝ่าย จึงไม่ได้แก้ต่างอะไรออกไป และเซี่ยอี้เฉินก็เป็นคนดี บางทีเขาอาจจะยอมแต่งงานกับซูเจียซิน เพราะต้องการรับผิดชอบหญิงสาวก็ได้
ทว่าผู้พันเซี่ยคงไม่มองอะไรตื้นเขินแบบนั้น และคงไม่เลือกแต่งงานกับผู้หญิงที่นิสัยไม่ดี หลังถกเถียงกับตัวเองสักพัก หวังลู่หลินก็นำเรื่องนี้มาบอกกับซูเจียซิน
“ขอบคุณพี่สะใภ้มากนะคะที่มาบอก” ซูเจียซินกล่าวขอบคุณที่หวังลู่หลินนำเรื่องนี้มาบอกกับเธอ “ประวัติของฉันกองทัพคงตรวจสอบมาแล้ว ถ้าฉันมีประวัติไม่ดีคงไม่ได้แต่งงานกับพี่อี้เฉิน ยังไงฉันจะคุยเรื่องนี้กับพี่อี้เฉินอีกทีค่ะ”
“ค่อย ๆ พูดคุยกันล่ะ” หวังลู่หลินว่า เธอแค่จะมาบอกเรื่องนี้ ไม่ได้หวังให้หนุ่มสาวทะเลาะกัน “ถ้าอย่างนั้นพี่ขอตัวก่อน”
“ค่ะ”
ซูเจียซินกลับเข้ามาในบ้านก็คิดว่าใครกันที่เป็นคนปล่อยข่าวลือของเธอ อีกทั้งเธอก็ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว ยังมีข่าวลือเรื่องนี้ตามมาถึงที่นี่อีก คนคนนั้นต้องรู้จักเธออย่างแน่นอน แต่ว่าจะเป็นใครกัน
ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นเมืองอวิ๋นเฉิง เมืองลู่ชิง เมืองเซียงหยาง หรือเมืองเหอผิงนี้ ก็อยู่ในมณฑลเดียวกัน อาจจะมีคนได้ยินข่าวลือไม่จริงของซูเจียซินแล้วนำมาพูดต่อ
ซูเจียซินจะคุยเรื่องนี้กับเซี่ยอี้เฉินก่อน เธอต้องการให้เขาช่วยสืบว่าข่าวลือมาที่ค่ายทหารได้อย่างไร ใครเป็นคนพูด เมื่ออีกฝ่ายยังไม่กลับมาเธอก็ต้องรอ ระหว่างนั้นซูเจียซินก็ยังคงทำกับข้าวไว้รอสามี
กระทั่งตอนเย็นเซี่ยอี้เฉินก็กลับมา สีหน้าของเขาดูไม่ดีนัก เขาก็ได้ยินข่าวลือแล้วเช่นกัน และถูกผู้บัญชาการเรียกไปถามไถ่ด้วย อีกฝ่ายรู้จักกับพ่อของเขาจึงถามด้วยความเป็นห่วง เฉินอวี่ซวนก็ถูกเรียกตัวไปด้วย เพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์วันนั้น และเป็นคนหมู่บ้านเดียวกับซูเจียซิน
เรื่องทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างในข่าวลือ ทางกองทัพจะจัดการต้นตอของข่าวลือนี้ให้เอง
“คุณรู้เรื่องข่าวลือแล้วเหรอคะ” ซูเจียซินถาม เพราะเห็นเซี่ยอี้เฉินมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ส่งผลกับคุณไหมคะ ให้ฉันย้ายกลับไปอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยก่อนไหมคะ”
ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็เดินมากอดซูเจียซินเอาไว้
“เห็นผมเป็นคนยังไง หรือเห็นว่าผมเป็นคนเลวร้าย พอมีเรื่องก็คิดจะสลัดคุณทิ้งอย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มว่า
“เปล่าค่ะ” หญิงสาวกอดตอบพลางส่ายหน้า ก่อนจะแนบแก้มกับแผ่นอกของสามี “เพียงแค่ไม่อยากให้เรื่องของฉัน มาทำให้คุณต้องเสียสมาธิในการทำงาน”
“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้ปล่อยให้ผมจัดการเอง” ชายหนุ่มว่า
ซูเจียซินก็พยักหน้าตอบรับไป เพราะเธอคงไม่สามารถเดินไปสอบถามเรื่องราวของข่าวลือกับคนในกองทัพได้ อำนาจนั้นต้องให้เซี่ยอี้เฉินเป็นคนจัดการ
“ต้องรบกวนคุณแล้วค่ะ”
“ผมควรทำอยู่แล้ว หน้าที่ปกป้องคุณเป็นของผม ส่วนคุณก็มีหน้าที่ใช้ชีวิตให้ดีก็พอ” ชายหนุ่มบอก
ได้ยินแบบนั้นซูเจียซินก็เบาใจขึ้นมาทันที ความไม่สบายใจก่อนหน้านั้นก็หายไปทั้งหมด เธอไม่สนใจชื่อเสียงของตัวเอง สนใจก็แต่ไม่อยากให้เซี่ยอี้เฉินเดือดร้อนไปด้วย
เมื่อสบายใจแล้วซูเจียซินก็มาทำอาหารต่อ เสร็จแล้วก็ยกออกไปกินด้วยกัน และก็พักเรื่องชวนปวดหัวเอาไว้ก่อน
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ
