บทที่ 31 ข่าวลือในค่ายทหาร 2
บทที่ 31 ข่าวลือในค่ายทหาร 2
เช้าวันต่อมา เซี่ยเหว่ยกั๋วก็โทรมาที่ค่ายทหาร และได้ขอคุยกับซูเจียซิน ครั้นได้รับสายโทรศัพท์จากรองเลขาธิการพรรคประจำมณฑล เจ้าหน้าที่ก็รีบไปตามซูเจียซินมาทันที
เมื่อหญิงสาวมาถึงทุกคนก็แอบจับจ้องว่าซูเจียซินจะถูกต่อว่าหรือไม่ เหตุที่เธอถูกตามมารับโทรศัพท์ก็คงไม่พ้นเรื่องข่าวลือในค่ายทหารตอนนี้
รอไม่นานเซี่ยเหว่ยกั๋วก็โทรกลับมาอีกครั้ง ซูเจียซินก็ได้รับสาย
“คุณพ่อ” ซูเจียซินเอ่ยเรียกคนปลายสาย
(พ่อได้ยินข่าวลือที่ไม่จริงเกี่ยวกับหนูแล้ว เป็นยังไงบ้าง ไม่ต้องคิดมากนะ เรื่องนี้พ่อจะจัดการให้)
เซี่ยเหว่ยกั๋วว่า ข่าวลือที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่แพร่กระจายมาที่ค่ายทหารได้ คงหาตัวคนทำได้ไม่ยาก
“พี่อี้เฉินบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้เองค่ะ ข่าวลือไม่จริงพวกนั้นฉันไม่ได้สนใจเลยค่ะ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ฉันกังวลก็แค่ไม่อยากให้กระทบกับงานของพี่อี้เฉินเท่านั้นค่ะ”
ซูเจียซินบอกกับปลายสาย น้ำเสียงของเธอไม่ได้มีความกังวลเรื่องข่าวลือมากนัก
(เรื่องแค่นี้จะกระทบกับเจ้าเด็กนั่นได้ยังไง แค่หนูไม่ทุกข์ใจก็ดีแล้ว)
“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วง อีกสองวันฉันจะกลับไปที่บ้านค่ะ”
(ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว พ่อจะบอกกับน้าอวิ๋นซวงให้ว่าหนูจะกลับมา ส่วนเรื่องใส่ร้ายกันแบบนี้ต้องจัดการให้เด็ดขาด จะได้ไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก คนทำก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตนเองทำ)
เซี่ยเหว่ยกั๋วบอกกับลูกสะใภ้ เขาไม่อยากให้เธอถอดใจที่จะอยู่ค่ายทหารต่อ แล้วทิ้งลูกชายของเขาไว้คนเดียว เจ้าเด็กนั่นดูยังไงก็รู้ว่ารักซูเจียซินมาก เขาไม่อยากให้ลูกชายผิดหวัง
ส่วนประวัติของซูเจียซิน เซี่ยเหว่ยกั๋วก็ได้สืบมาอย่างละเอียดแล้ว เขารู้ว่าไม่มีเรื่องอย่างที่เล่าลือกัน นี่ล้วนแต่เป็นการกลั่นแกล้งลูกสะใภ้ของเขา
“ถ้าคนผิดได้รับโทษ ฉันก็สบายใจค่ะ” ซูเจียซินกล่าว เพื่อให้คนที่รอฟังแถวนี้ได้ยินไปด้วย คนที่ให้ร้ายผู้อื่นจะต้องได้รับโทษ
(คนทำผิดต้องได้รับโทษอยู่แล้ว ตระกูลเซี่ยของเรารังแกได้ง่ายขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน)
“คุณพ่อพูดแบบนี้ฉันก็สบายใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ซูเจียซินกล่าวกับอีกฝ่าย เธอรับรู้ได้ว่าเซี่ยเหว่ยกั๋วเป็นห่วงเธอจริง ๆ
(จะกลับบ้านยังไงล่ะ จะให้รถที่บ้านไปรับหรือเปล่า) เซี่ยเหว่ยกั๋วถาม
“ไม่ต้องค่ะ ฉันอยากจะนั่งรถกลับไปเอง”
(ได้ ถ้ามีอะไรก็โทรมานะ)
“ฉันทราบแล้วค่ะ ถ้ามีเรื่องอะไรฉันจะโทรหาคุณพ่อทันทีค่ะ”
หญิงสาวตอบรับ ก่อนที่ปลายสายจะวางสายไป เมื่อวางสายแล้วซูเจียซินก็หันไปบอกขอบคุณกับเจ้าหน้าที่ ที่ไปตามเธอมารับโทรศัพท์
“ขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
เจ้าหน้าที่คนนั้นลุกขึ้นมาตอบรับซูเจียซินอย่างแข็งขัน จากที่ฟังมาทั้งหมดแม้จะไม่ได้ยินชัดว่าปลายสายพูดอะไร แต่ก็รับรู้ได้ว่ารองเลขาธิการพรรคเป็นห่วงลูกสะใภ้ไม่น้อย ไม่ได้มีเสียงตวาดแสดงความไม่พอใจแต่อย่างใด
แม้คำพูดที่ได้ยินจะไม่ปะติดปะต่อ แต่ก็รู้ได้ว่ารองเลขาธิการพรรคเชื่อว่าลูกสะใภ้ของตนถูกใส่ร้าย ใครที่อยากจะเห็นซูเจียซินถูกด่าทอและร้องไห้เดินออกไป ก็ต้องผิดหวังและยังรู้สึกเสียวสันหลัง แทนคนที่ใส่ร้ายภรรยาของผู้พันเซี่ยด้วย
เจ้าหน้าที่ภายในห้องนั้นไม่มีใครกล้าพูดอะไรไม่ดีอีก และตอนเที่ยงก็จะกลับไปย้ำกับคนที่บ้าน ไม่ให้พูดเรื่องข่าวลือของซูเจียซินอีก
ส่วนเซี่ยอี้เฉินก็ถูกฉินเทียนเหยียนเรียกไปพูดคุยเช่นกัน ในฐานะที่สนิทกันและยังเป็นผู้บังคับบัญชา
“เรื่องข่าวลือเป็นความจริงหรือเปล่า”
แม้จะเห็นประวัติของซูเจียซินมาแล้ว เขาก็อยากถามกับเซี่ยอี้เฉินให้แน่ใจอีกครั้ง
“มีความจริงตรงที่เธอถูกลูกพี่ลูกน้องผลักตกน้ำ ส่วนผมเข้าไปช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำ แต่ซินซินไม่ได้เรียกร้องอะไรจากผม ตอนนั้นผมพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาลแล้วก็กลับทันที จากนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีก”
ชายหนุ่มบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่เริ่มแรกที่เขาได้เจอกับซูเจียซิน
“กระทั่งบังเอิญไปเจอกันที่ร้านบะหมี่ของเธอ เธอก็แค่บอกขอบคุณผมที่ได้ช่วยเธอไว้ ก่อนจะมาบังเอิญเจอกันอีกครั้งบนรถไฟ เราจึงได้เริ่มพูดคุยกัน จากนั้นผมก็พาเธอไปเจอกับครอบครัว แล้วผมก็ขอเธอแต่งงาน ไม่มีเรื่องบังคับกัน เราทั้งสองคนชอบพอกัน จึงได้ให้ผู้ใหญ่ไปพูดคุยเรื่องหมั้นหมาย สุดท้ายก็จดทะเบียนสมรสกัน”
ได้ยินแบบนั้นฉินเทียนเหยียนก็หรี่ตาจ้องมองลูกน้องของตน เขาไม่เห็นถึงการบังคับ เห็นก็แต่ชายหนุ่มที่กำลังตกหลุมรัก เห็นแบบนี้แล้วก็รู้ว่าข่าวลือนั้นไม่มีทางเป็นเรื่องจริง
“ส่วนเรื่องคู่หมั้นของซินซินไม่เป็นความจริงหรอกครับ เธอไม่เคยมีคู่หมั้น ก่อนหน้านั้นคนตระกูลซ่งก็เคยพูดให้ร้ายเธอ พวกเขาแต่งเรื่องขึ้นมาว่าซินซินถูกถอนหมั้น เพราะผู้ชายคนนั้นรับไม่ได้ที่เธอถูกผมอุ้มขึ้นมาจากน้ำ แต่พอข่าวลือมาถึงที่ค่ายทหาร กลับกลายเป็นว่าเธอทิ้งคู่หมั้นเพื่อจะมาจับผม ข่าวลือพวกนี้จึงเหลวไหลทั้งเพ”
เซี่ยอี้เฉินกล่าวพลางส่ายหน้า ข่าวลือพวกนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องเหลวไหล ยังดีว่าภรรยาของเขาจิตใจเข้มแข็ง จึงไม่ทำให้เธอทุกข์ใจได้ ทว่าเซี่ยอี้เฉินก็ไม่คิดจะปล่อยคนที่ให้ร้ายภรรยาของเขาไปง่าย ๆ
“แล้วจะจัดการเรื่องนี้ยังไงต่อ” ฉินเทียนเหยียนถาม
“จัดการตามสมควรครับ” เซี่ยอี้เฉินบอก
“ได้ยินว่าเมื่อเช้าท่านรองเลขาธิการพรรค ถึงกับโทรมาปลอบใจลูกสะใภ้ด้วยตัวเอง นี่เป็นข่าวใหม่นายรู้หรือยัง” ฉินเทียนเหยียนถามกับเซี่ยอี้เฉิน ก่อนจะหัวเราะออกมา “ทุกคนพูดถึงเรื่องนี้จนกลบข่าวลือก่อนหน้านั้นไปแล้วล่ะ และก็ทำให้ได้รู้กันทั่วว่าพ่อสามีปลื้มลูกสะใภ้คนนี้มาก”
เซี่ยอี้เฉินได้ยินแบบนั้นก็แปลกใจ เขาเพิ่งออกมาจากห้องประชุม แล้วก็ถูกฉินเทียนเหยียนเรียกมาคุย จึงยังไม่รู้ว่าพ่อของเขาโทรมาหาซูเจียซิน
“คนทั้งบ้านเซี่ยต่างก็เอ็นดูเธอครับ” เซี่ยอี้เฉินบอกอย่างโอ้อวด ภรรยาของเขาดีที่สุด ใครเห็นใครก็รัก
ได้ยินคนอวดภรรยาฉินเทียนเหยียนก็ถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะลุกขึ้นมาตบที่บ่าของเซี่ยอี้เฉินเบา ๆ เพิ่งแต่งงานใหม่ก็แบบนี้ คนกำลังหลงอะไรก็ดีไปหมด
“กลับไปกินข้าวกันเถอะ” ฉินเทียนเหยียนบอก
“ครับ” เซี่ยอี้เฉินตอบรับ แล้วทั้งสองคนก็เดินกลับไปที่บ้านพร้อมกัน
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ
