บทที่ 32 ซื้อตึกแถวเพิ่ม 1
บทที่ 32 ซื้อตึกแถวเพิ่ม 1
ซูเจียซินเข้ามาในเมืองก็แยกกับภรรยาทหารทั้งสองคน จากนั้นเธอก็ไปเดินสำรวจรอบเมืองเหอผิง จึงทำให้ได้เห็นว่าที่นี่ก็คึกคักเช่นกัน และเธอก็น่าจะอยู่ที่เมืองนี้อีกพักใหญ่ อยู่ ๆ ซูเจียซินก็มีความคิดอยากจะเปิดร้านเสื้อผ้าที่นี่ด้วย อาจเพราะได้คุยกับภรรยาทหารสองคนนั้น ทำให้เธออยากจะขายเสื้อผ้าที่เมืองนี้ นอกจากผู้อื่นจะได้รู้ว่าเธอมีงานทำ และทำงานอะไรอยู่ ก็ยังแบ่งปันให้ทุกคนได้ใส่เสื้อผ้าสวย ๆ อีกด้วย
เมื่อคิดแล้วหญิงสาวก็ลงมือทำทันที เธอเดินสำรวจย่านการค้า ตลาดร้านรวงในเมืองแห่งนี้ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ป้ายประกาศขายตึกแถวคูหาหนึ่ง ทำเลตรงนี้ถือว่าใช้ได้ จากนั้นหญิงสาวก็เดินไปสอบถามกับผู้คนแถวนั้นว่าใครเป็นเจ้าของตึกแถวคูหานี้
ครั้นรู้ถึงเจ้าของแล้ว ซูเจียซินก็สอบถามทางไปบ้านของผู้อาวุโสหลูซือม่าน หญิงสาวสอบถามไปเรื่อย ๆ จนไปเจอบ้านหลังเล็กหลังหนึ่ง ประตูบ้านไม่ได้ปิด ที่หน้าบ้านมีหญิงชรานั่งอยู่บนเก้าอี้โยก
“ขอโทษค่ะ ที่นี่คือบ้านคุณยายหลูหรือเปล่าคะ ฉันมาสอบถามเรื่องตึกแถวที่จะขายค่ะ” ซูเจียซินเอ่ยถามออกไป เมื่อแน่ใจแล้วว่าที่นี่น่าจะเป็นที่ที่เธอตามหา
“ตึกสองชั้นที่ติดกับถนนใช่ไหม” อีกฝ่ายถาม
“ใช่ค่ะ คุณยายหลูหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามกลับไป
“ฉันเองแหละ หลูซือม่าน” ผู้ชราบอก “เข้ามานั่งในบ้านก่อนสิ”
เมื่ออีกฝ่ายชวนซูเจียซินก็เดินเข้าไปในบ้าน จากนั้นผู้ชราก็ลุกไปรินน้ำมาให้หญิงสาวดื่มแก้กระหาย ครั้นหญิงสาวรับแก้วน้ำไปดื่มแล้ว ผู้ชราก็ได้บอกถึงราคาที่จะขาย
“ที่นั่นฉันจะขายในราคาหกพันหยวน”
ราคาที่เธอบอกไม่ได้ถือว่าแพงมาก ตัวตึกยังอยู่ในสภาพดีและค่อนข้างกว้าง เธอซื้อตึกนี้โดยหวังจะเอามาค้าขาย ทว่าหลังจากสามีและลูกชายจากไปพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุ เธอก็ไม่คิดจะทำการค้าขายอีก ด้วยตัวคนเดียวคงทำไม่ไหว ที่ผ่านมาเธอจึงปล่อยเช่าตึกนั้นแล้วรับค่าเช่าทุกเดือนแทน
เธออาศัยเงินค่าเช่าตึกแถวมากินมาใช้ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทว่าตอนนี้หลานทางฝั่งของสามี คิดจะมายึดเอาตึกของเธอไป หญิงชราจึงอยากจะขายตึกนั้น แล้วเอาเงินกลับไปอยู่บ้านเดิมของเธอ อย่างน้อยก็หวังกลับไปตายที่บ้านเกิด
ส่วนบ้านที่เธออยู่ตอนนี้ก็มีคนจะซื้อแล้ว แต่เธอยังไม่ขายเพราะรอจะขายตึกแถวให้ได้ก่อน แล้วจะขายบ้านหลังนี้ด้วย
“ฉันจะซื้อค่ะ คุณยายสะดวกไปโอนตึกแถวนั้นวันนี้เลยไหมคะ”
ซูเจียซินถาม อาจเพราะเธอเห็นถึงความสิ้นหวังในสายตาของผู้ชรา บางทีอีกฝ่ายอาจจะกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่ เธอจึงอยากช่วยเหลือ
“ได้สิ ขายตึกนั้นแล้ว ฉันก็จะย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิมแล้วล่ะ ฉันตัวคนเดียวกลับไปตายที่นั่นดีกว่า อย่างน้อยก็ได้ฝังกับครอบครัว จากโลกนี้ไปแล้วจะได้ไม่เหงาอีก” ผู้ชรากล่าวอย่างอารมณ์ดี เมื่อจะขายตึกแถวได้
“ถ้าอย่างนั้นตามฉันไปเบิกเงินสดที่ธนาคารก่อนนะคะ แล้วเราก็ไปทำเรื่องโอนย้ายชื่อผู้ครอบครองโฉนดกัน”
“ได้สิ ฉันจะได้ถือโอกาสฝากเงินเข้าบัญชีของฉันเลย” ผู้ชราว่า
จากนั้นทั้งสองคนก็ไปที่ธนาคารกันก่อน ระหว่างนั้นหลูซือม่านก็ทำสัญญาซื้อขายง่าย ๆ ขึ้นมา แม้หลูซือม่านจะมีอายุมากแล้ว อาจจะเกินหกสิบปี ทว่ากลับอ่านออกเขียนได้ ซูเจียซินจึงไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมผู้ชราถึงครอบครองตึกแถวและบ้านได้
เบื้องหลังของหลูซือม่านคงไม่ใช่ลูกหลานชาวนาทั่วไป ทว่าเรื่องนี้ซูเจียซินไม่ได้ถาม นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เหมาะให้คนแปลกหน้ามาสอบถามกัน เมื่อจ่ายเงินและลงนามในสัญญาซื้อขายกันทั้งสองฝ่ายแล้ว ผู้ชราก็พาซูเจียซินไปทำเรื่องเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองโฉนดตึกแถวคูหานั้น
หลังทำเรื่องแล้วเสร็จ ซูเจียซินก็ไปส่งหลูซือม่านกลับบ้าน ระหว่างทางผู้ชราก็ได้เอ่ยถามขึ้นมา
“อยากจะปรับปรุงตึกไหม ฉันรู้จักช่างอยู่คนหนึ่ง เขาทำงานดีมากเลยนะ”
จากที่ได้คุยกับซูเจียซิน หญิงชราจึงรู้ว่าหญิงสาวจะเปิดร้านขายเสื้อผ้า เธอก็นึกถึงลูกหลานของสหายคนหนึ่ง พวกเขาทำงานก่อสร้าง รับปรับปรุงร้านทั่วไปด้วย ฝีมือการทำงานก็มีแต่คนชม หลูซือม่านอยากจะช่วยให้หลานชายมีลู่ทางหาเงินเพิ่ม และอยากจะช่วยหาช่างฝีมือดีให้กับซูเจียซินด้วย
“ฝีมือดีหรือเปล่าคะ ไม่พาคนมายัดเยียดให้ฉันนะคะ” หญิงสาวถามออกไป
“ยัดเยียดอะไรล่ะ ฝีมือสองพ่อลูกนั่นดีมาก ใครก็อยากให้พวกเขาทำงานให้ทั้งนั้น ฉันเป็นสหายของผู้เฒ่าเริ่น แต่เขาจากไปก่อนแล้วล่ะ ทว่างานฝีมือพวกนั้นเขาก็ได้ถ่ายทอดให้ลูกชายกับหลานชายทั้งหมด พวกเขาทำงานดีรับรองได้” ผู้ชราว่า
“ถ้าอย่างนั้นนัดมาเจอกันที่บ้านคุณยาย วันพรุ่งนี้สักเก้าโมงครึ่งได้ไหมคะ วันนี้ฉันต้องรีบกลับค่ายทหารก่อน ไม่อย่างนั้นจะพลาดรถประจำทางเที่ยวสุดท้ายได้”
ซูเจียซินบอก เธอยังต้องไปซื้อของในตลาดอีก ถ้าไปช้ากว่านี้กลัวจะกลับมาไม่ทันรถโดยสารประจำทางเที่ยวสุดท้าย เธอจึงได้นัดให้พวกเขามาคุยกันในวันพรุ่งนี้แทน
“ได้สิ ฉันจะไปบอกให้” ผู้ชราตอบรับ “ว่าแต่เธอเป็นภรรยาทหารรึ”
“ค่ะ ฉันพักอยู่ที่ค่ายทหาร ฉันจะไปเดินซื้อของที่ตลาดก่อน แล้วก็จะกลับเลยค่ะ”
ซูเจียซินไม่ได้ปกปิดเรื่องของเธอ การที่เธอเป็นภรรยาทหารอาจจะช่วยให้ชีวิตของเธอปลอดภัยมากขึ้นด้วย
“ถ้าอย่างนั้นก็ส่งฉันแค่นี้แหละ รีบไปทำธุระของเธอเถอะ ฉันก็จะแวะไปบ้านเริ่นสักหน่อย”
ผู้ชราบอกหลังทั้งสองเดินมาที่หน้าตรอกเข้าบ้านของหลูซือม่านแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นฉันส่งคุณยายแค่นี้นะคะ พรุ่งนี้เจอกันค่ะ”
ซูเจียซินว่าเธอมาส่งผู้ชราจนใกล้จะถึงบ้านแล้ว ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงอีก หญิงสาวจึงไปซื้อของที่ตลาดต่อ ครั้นซื้อของเสร็จเธอก็รีบกลับไปรอรถเที่ยวสี่โมงเย็น มาถึงก็เฉียดฉิวเกือบไม่ทัน
ฝากนิยายเรื่องใหม่หน่อยนะคะ

https://writer.dek-d.com/suchanya2117/writer/view.php?id=2703487
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ
