บทที่ 32 ซื้อตึกแถวเพิ่ม 2
บทที่ 32 ซื้อตึกแถวเพิ่ม 2
ซูเจียซินลงรถโดยสารประจำทางที่หน้าค่ายทหารแล้ว ก็ถือของพะรุงพะรังเดินกลับบ้านพักไป เธอรู้ว่ามีหลายคนแอบมองเธออยู่ แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจ ใครจะพูดอย่างไรก็ช่างเถอะ เธอไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน เงินซื้อของก็เงินของเธอ และสามีของเธอก็รวยมากด้วย
คล้อยหลังซูเจียซินเดินผ่านไป ก็มีคนนินทาเธอจนได้ คนพวกนั้นเห็นซูเจียซินแต่งตัวสวย ซื้อของมามากมายจนแทบจะหิ้วไม่ไหว ก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่รู้จักประหยัด ไม่รู้จักใช้ชีวิต ทำแบบนี้อาจจะถูกสามีต่อว่าเอาได้ หากไม่รู้จักอดออมวันหน้าก็จะไม่เหลือเงินติดบัญชี
พวกเธอเหล่านั้นมองซูเจียซินแล้วก็ส่ายหน้า และคิดไปว่าจะไม่ใช้ชีวิตแบบนี้เด็ดขาด เพราะรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในวันข้างหน้า หากมีเงินในบัญชีถึงจะสบายใจ
คนพวกนี้ยังไม่รู้ว่าซูเจียซินทำงานอะไร พวกเธอคิดแค่ว่าหญิงสาวไม่มีงานทำ คงอาศัยแต่เงินเดือนของสามีอย่างที่เป็นข่าวลือ แม้ผู้พันเซี่ยจะมาจากตระกูลที่ดี ทว่าเงินทองหากเอาแต่ใช้วันหนึ่งก็ต้องหมดไป พวกเธอพากันพิพากษ์วิจารณ์ซูเจียซินนับชั่วโมง ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไปทำอาหาร
ซูเจียซินกลับมาถึงบ้านก็จัดเก็บของที่ซื้อมา แล้วก็ลงมือทำอาหารให้กับสามี เพราะเย็นแล้วเธอจึงทำแค่ผัดผักง่าย ๆ สองจาน และเธอแอบเห็นว่าที่ข้างบ้าน เซี่ยอี้เฉินมาถอนหญ้าไว้แล้ว ซูเจียซินก็ซื้อเมล็ดผักกลับมาด้วยพอดี
เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านก็ได้กลิ่นหอมของอาหาร เขาก็เริ่มเข้าใจคนมีภรรยาแล้ว กลับบ้านมาได้กลิ่นอาหารหอม ๆ แบบนี้ ได้เห็นเธอเดินอยู่ในบ้าน แค่นี้ก็สุขใจแล้ว
“กลับมาแล้วเหรอคะ” ซูเจียซินถาม แล้วก็บอกชายหนุ่มให้มากินข้าว “ไปล้างมือก่อนค่ะ อาหารเสร็จพอดี”
“ครับ” เซี่ยอี้เฉินตอบรับ จากนั้นก็เดินไปล้างมือ แล้วก็กลับมานั่งที่โต๊ะ
“วันนี้ฉันแอบไปซื้อตึกแถวในเมืองมาค่ะ ฉันอยากจะเปิดร้านเพิ่มอีกสักร้าน” หญิงสาวบอก และก็รู้สึกผิดที่เธอไม่ได้ปรึกษากับเซี่ยอี้เฉินก่อน เธอเคยชินกับการตัดสินใจเองไปแล้ว “ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกคุณก่อน”
ด้วยเป็นครอบครัวเดียวกัน ซูเจียซินจึงอยากจะแบ่งปันทุกเรื่องกับสามี ทว่าเธอก็เป็นคนคิดเร็วทำเร็วแบบนี้
“ไม่เป็นไรครับ ผมเคยบอกแล้วว่าอยากทำอะไรก็ทำ” ชายหนุ่มว่ากลับไป
“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจ” หญิงสาวว่า “ฉันคิดว่าเราคงอยู่ที่นี่กันอีกนาน ฉันจึงอยากจะเปิดร้านที่เมืองนี้ด้วยค่ะ”
ซูเจียซินบอกก่อนจะยิ้มประจบคนตรงหน้า เซี่ยอี้เฉินเห็นว่าซูเจียซินคิดเผื่อชีวิตคู่ของทั้งสอง เพราะเขาต้องอยู่ที่นี่อีกนาน เธอก็ปรับตัวเพื่อจะอยู่กับเขาให้ได้
เซี่ยอี้เฉินเข้าใจ ซูเจียซินเป็นคนที่ทำงานหาเงินใช้เอง จะให้เธออยู่บ้านเฉย ๆ คงเป็นไปไม่ได้ ภรรยาทหารคนอื่น ๆ ก็ทำงาน บางคนได้งานทำในค่ายทหารนี้ บางคนก็ไปทำงานในเมือง เพราะงานที่ค่ายทหารใช่ว่าจะมีให้ทำทุกคน มีคนมากมายแย่งกันอยากจะได้งานในค่ายทหารนี้
ดังนั้นการที่เธออยากจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่เมืองนี้ เขายิ่งกว่าจะสนับสนุน เพราะเป็นงานที่เหมาะกับเธอแล้ว และไม่ต้องทำงานหนักด้วย ที่สำคัญเธอจะได้ไม่เบื่อ
“แน่ใจนะว่าจะไม่เหนื่อยเกินไป ผมไม่อยากให้คุณทำงานจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง” ผู้เป็นสามีเอ่ยเตือน
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ถ้าคุณหาคนที่ไว้ใจได้มาช่วยงานฉันสักสองคน”
หญิงสาวว่าก่อนจะเข้าเรื่องสำคัญที่เธออยากจะคุยกับเซี่ยอี้เฉิน เรื่องคนงานต้องพึ่งพาเขาเพราะชายหนุ่มรู้จักคนมากกว่า
“ได้ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้” เซี่ยอี้เฉินตอบรับ ได้ยินแบบนี้ซูเจียซินก็สบายใจ
หลังกินข้าวแล้ว เซี่ยอี้เฉินก็อาสาไปล้างจานให้ ส่วนในครัวซูเจียซินทำความสะอาดไปแล้ว ครั้นว่างแล้วซูเจียซินก็หยิบกระดาษขึ้นมาวาดแบบเสื้อผ้าที่จะส่งไปให้ลู่อิ้งเยว่ เมื่อได้ทำงานนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกสนุกกับการออกแบบเสื้อผ้าให้คนอื่นใส่
ครั้นเป็นความชอบซูเจียซินก็ทำได้ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ
เช้าวันต่อมาซูเจียซินกินข้าวเช้ากับเซี่ยอี้เฉินแล้ว ก็ออกไปรอรถโดยสารประจำทางที่หน้าค่ายทหาร ครั้นรถมาถึงหญิงสาวก็ขึ้นรถโดยสารประจำทางไป โดยไม่รู้ว่าเบื้องหลังของเธอกำลังมีคนจับกลุ่มนินทาอยู่
“ภรรยาผู้พันเซี่ยแต่งตัวสวยออกไปข้างนอกอีกแล้ว ฉันล่ะสงสารผู้พันจริง ๆ ที่ได้ภรรยาแบบนี้ นอกจากแต่งตัวสวยแล้วจะช่วยอะไรได้อีก” ภรรยาทหารคนหนึ่งว่า
“ภรรยาผู้พันเซี่ยเธอสวย สามีของเธออยากจะแต่งภรรยามานั่งดู ใครจะทำไม เธอต้องเสียเงินเลี้ยงดูภรรยาเขาหรือไง ถึงได้มาวิจารณ์คนอื่น หรือเป็นญาติฝ่ายไหนของเขา ฉันจะได้ไปถามผู้พันเซี่ยดู”
กงซิ่วลี่เดินผ่านมาได้ยินผู้อื่นกำลังนินทาซูเจียซินอยู่ ก็อดที่จะสอดปากเข้าไปช่วยพูดไม่ได้ คนพวกนี้ก็แค่อิจฉา ที่สามีไม่ตามใจเหมือนที่เซี่ยอี้เฉินตามใจภรรยาของเขา
“ไม่ต้องไปเป็นห่วงสามีของคนอื่น กลับไปดูแลสามีของตัวเองให้ดีก็พอ”
กงซิ่วลี่ถือเป็นพี่สะใภ้ของทุกคน และสามีของเธอก็มีตำแหน่งสูงกว่าสามีของสะใภ้ทหารที่อยู่ตรงนี้ จึงสามารถเอ่ยตักเตือนกันได้
“แยกย้ายกันไปได้แล้ว คนอื่นมาได้ยินจะหาว่าพวกเราวัน ๆ เอาแต่จับกลุ่มนินทากัน”
“พี่สะใภ้ก็พูดเกินไป เราแค่พูดเล่นกันนิดหน่อยเอง” หญิงสาวคนหนึ่งว่าขึ้นมา ด้วยรู้สึกว่ากงซิ่วลี่พูดแรงเกินไป
“ก่อนหน้านี้ที่มีคนนินทาซูเจียซิน พวกเธอไม่เห็นหรือว่าตอนนี้หลายคนถูกเรียกไปสอบถามแล้ว เธอคิดว่าหากเรื่องวันนี้มีคนเอาไปพูด พวกเธอที่นั่งอยู่ตรงนี้จะไม่ถูกเรียกไปเหรอ หากถูกสอบสวนว่ามีความผิด พวกเธออย่างมากก็แค่ถูกส่งตัวออกไปจากที่นี่ แต่สามีของพวกเธอล่ะ ถ้าเขาได้รับผลกระทบไปด้วยจะเป็นยังไง”
กงซิ่วลี่เอ่ยเตือนด้วยความจริงใจ เธอพยายามให้เหตุผลกับภรรยาทหารด้วยกัน เรื่องที่มีคนใส่ร้ายซูเจียซินไม่ได้เงียบหายไป ตอนนี้ยังมีคนถูกเรียกไปสอบสวนอยู่ เพียงแต่ซูเจียซินไม่รู้เท่านั้น ทว่าเซี่ยอี้เฉินไม่มีทางปล่อยคนที่คิดร้ายกับภรรยาของเขาไปง่าย ๆ
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ กลุ่มคนที่นั่งคุยกันอยู่ก็รีบแยกย้ายกันไปทันที กงซิ่วลี่เห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้า จากนั้นเธอก็เดินกลับบ้านของตัวเองไป
ฝากนิยายเรื่องใหม่หน่อยนะคะ

https://writer.dek-d.com/suchanya2117/writer/view.php?id=2703487
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ
