LNCrawler

บทที่ 3 กลับมาอยู่บ้านตระกูลซู 1

ชีวิตใหม่นี้ไม่เหมือนเดิมอีก — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 3 กลับมาอยู่บ้านตระกูลซู 1

มาถึงหมู่บ้านหงจวิน ซูสือเหล่ยก็ไปแจ้งกับเผยเหวินเจ๋ผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ว่าน้องสาวและหลานสาวของเขาจะกลับมาอยู่ที่บ้านเดิมของพ่อกับแม่ เพราะได้เลิกรากับสามีไปแล้ว

ในปี 1983 ไม่ได้มีการทำงานแลกแต้มแล้ว ที่ดินปลูกบ้านก็แบ่งกันไป ที่ดินทำกินก็แบ่งกันเช่ากับทางหมู่บ้าน การจะกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านเดิมจึงไม่เป็นปัญหาเหมือนเมื่อก่อนอีก ไม่มีใครแย่งอาหารของใคร เมื่อเคยอยู่ที่หมู่บ้านนี้มาก่อน เผยเหวินเจ๋ก็รับทั้งสองคนเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านหงจวิน

ซูสือเหล่ยไปแจ้งกับหัวหน้าหมู่บ้าน ส่วนลูกชายของเขาก็พาอากับน้องสาวไปที่บ้านของพวกเขาก่อน

“พี่สะใภ้” ซูฟางเฟยเอ่ยทักพี่สะใภ้ของเธอ

“เข้ามานั่งพักในบ้านก่อน” ตู้หลันเฟินเห็นน้องสามีก็บอกให้มานั่งพักกันก่อน จากนั้นก็มองไปที่หลานสาวซึ่งยังมีผ้าพันแผลอยู่ “อาการเป็นยังไงบ้าง”

“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ”

ซ่งเจียซินบอกกับป้าสะใภ้ของเธอ ตู้หลันเฟินแม้จะเป็นผู้หญิงที่โผงผางไปบ้าง แต่เธอเป็นคนมีเหตุผล และมีความจริงใจ ความสัมพันธ์ของพี่สะใภ้กับน้องสามีจึงไม่ได้แย่

“พวกเธอก็จริง ๆ เลย ปล่อยให้ตัวเองลำบากแบบนั้นได้ยังไง ใช่ว่าไม่มีพี่น้องสักหน่อย” ตู้หลันเฟินบ่นให้สองแม่ลูก ที่ฝืนทนอยู่ในบ้านตระกูลซ่งนั้น ลำบากก็ไม่ปริปากบอกพี่ชาย

“เป็นฉันที่คิดน้อยไปหน่อยค่ะ พลอยทำให้ลูกต้องมาลำบากไปด้วย” ซูฟางเฟยกล่าว เพราะเธอไม่เอาไหนและหวาดกลัวการหย่าร้าง จึงต้องทนให้ผู้อื่นโขกสับ และเกือบจะทำให้ลูกสาวต้องตาย

“ช่างเถอะ ๆ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้แล้วไป จากนี้เธอสองแม่ลูกก็ใช้ชีวิตให้ดี” อีกฝ่ายบอก “กินข้าวกันก่อน แล้วฉันจะพาไปดูบ้าน ฉันทำความสะอาดไว้ให้แล้วล่ะ” ตู้หลันเฟินบอก

เมื่อเช้าสามีของเธอมาตามลูกชายไปที่โรงพยาบาล ก็ได้บอกรายละเอียดกับเธอไว้คร่าว ๆ ว่าจะพาน้องสาวกับหลานสาวกลับมาอยู่ที่บ้าน โดยจะให้ไปอยู่ที่บ้านเก่าของตระกูลซู ซึ่งก็อยู่ข้างกัน ตัวบ้านไม่ได้ทรุดโทรมมากนัก ทว่าก็ยังต้องซ่อมแซมก่อนถึงจะเข้าไปอยู่ได้

เมื่อรู้ว่าซูฟางเฟยจะกลับมาอยู่ที่นี่ ตู้หลันเฟินก็ไปทำความสะอาดรอบบ้านไว้ก่อน เธอทำใจร้ายผลักไสผู้หญิงสองคนที่ไร้ทางไป ให้ไปอยู่ที่อื่นไม่ได้ ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เมื่อสามีจะให้น้องสาวและหลานสาวมาอยู่ที่บ้านเดิม เธอก็ไม่ได้คัดค้าน หากเกิดปัญหาอะไรก็ค่อยแก้กันไป

หลังซูสือเหล่ยกลับมาที่บ้าน ทั้งหมดก็กินข้าวเอาแรงกันก่อน กินข้าวอิ่มแล้วซูฟางเฟยก็ไปดูบ้านเก่าของพ่อแม่ ซึ่งพี่สะใภ้ได้มาทำความสะอาดรอบบ้านไว้แล้ว

“หลังคากับประตูหน้าต่างจะต้องซ่อมแซมก่อน ระหว่างนี้เธอกับลูกก็ไปพักที่บ้านพี่ก่อน จนกว่าบ้านจะซ่อมแซมเสร็จ”

ซูสือเหล่ยบอกกับน้องสาว บ้านทำความสะอาดไปแล้วก็จริง แต่ยังมีหลังคารั่วและประตูหน้าต่างเสียหายอยู่บ้าง เขาจึงจะจัดการซ่อมบ้านให้น้องสาวก่อน

“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็รับเงินนี้ไว้เถอะค่ะ ฉันไม่รู้ว่าต้องใช้จ่ายเท่าไหร่”

ซูฟางเฟยส่งเงินที่เพิ่งได้มาจากบ้านตระกูลซ่งให้กับพี่ชายของเธอไป เพื่อให้เขาช่วยจัดการซ่อมแซมบ้านให้เธอ

“เธอเอามาให้พี่ยี่สิบหยวนก่อน ไม่พอยังไงพี่จะมาบอก” ซูสือเหล่ยว่า

“ถ้าอย่างนั้นฉันให้พี่ยี่สิบหยวนก่อน แล้วก็คืนเงินที่ยืมพี่มาจ่ายค่ารักษาของเจียซินสิบห้าหยวน”

ซูฟางเฟยให้เงินพี่ชายไปยี่สิบหยวน และมอบเงินคืนพี่สะใภ้ไปสิบห้าหยวนเป็นเงินที่เธอยืมอีกฝ่ายมา

“เงินสิบห้าหยวนนี้เธอก็เก็บเอาไว้ก่อน ยังต้องซื้อของเข้าบ้านอีกหลายอย่าง” ตู้หลันเฟินบอกกับน้องสามี เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจำเป็นต้องซื้อของอีกหลายอย่าง

“ฉันคืนให้พี่สะใภ้ก่อนค่ะ ถ้าไม่พอยังไงค่อยไปยืมใหม่แล้วกันนะคะ ฉันจะได้รู้ด้วยว่าเหลือเงินมากน้อยเพียงใด” ซูฟางเฟยอยากจะคืนเงินที่ยืมมาก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนพี่สะใภ้เกินไป ถ้าไม่พอใช้ค่อยว่ากันอีกที

“ตามใจเธอ” ตู้หลันเฟินว่า

จากนั้นซูสือเหล่ยก็ไปสอบถามกับสหาย เพื่อจะให้มาช่วยซ่อมบ้านให้กับน้องสาว ระหว่างนี้สองแม่ลูกก็ไปอยู่บ้านของซูสือเหล่ยก่อน ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในรั้วเดียวกัน โชคดีที่ซูสือเหล่ยยังไม่ได้รื้อบ้านหลังเก่า เดิมเขาคิดจะทำเป็นห้องเก็บของ แต่ยังไม่ได้ทำ ก็พอดีให้น้องสาวของเขามาอยู่ที่นี่ก่อน

สองแม่ลูกเมื่อมาอยู่บ้านผู้อื่นก็ไม่ได้นิ่งดูดาย คอยช่วยงานในบ้านทุกอย่าง

ซูหลี่เหว่ยลูกชายคนรองของซูสือเหล่ย ต้องย้ายไปนอนห้องเดียวกับพี่ชายก่อน เพื่อยกห้องของเขาให้กับอาและลูกพี่ลูกน้องได้พัก

คืนแรกที่ย้ายมาอยู่บ้านตระกูลซู ซูฟางเฟยกลับนอนไม่หลับ ทั้งที่เป็นบ้านของพี่ชาย ด้วยเธอมีความกังวลใจกับอนาคตของตัวเองและลูกสาว

“นอนไม่หลับเหรอคะ” ซ่งเจียซินถามกับแม่ของเธอ

“คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ” ผู้เป็นแม่ตอบ

“แม่ไม่ต้องกังวลใจไปหรอกค่ะ เราหาเลี้ยงคนตระกูลซ่งทั้งตระกูลได้ จะเลี้ยงตัวเองไม่ได้เชียวเหรอคะ”

ซ่งเจียซินบอกกับแม่ของเธอ ก่อนหน้านั้นต้องทำงานทั้งในบ้านและนอกบ้าน เพื่อดูแลคนตระกูลซ่งยังทำได้ แค่ดูแลตัวเองเหตุใดจะทำไม่ได้

“เหมือนกันที่ไหน พวกเขาก็ทำงานเช่นกัน แต่ตอนนี้เหลือแค่เราสองคนแล้ว”

ผู้เป็นแม่เผยถึงความกังวลใจออกมา บ้านจะขาดแรงกำลังของผู้ชายได้ยังไง และเธอไม่อาจพึ่งพี่ชายได้ทุกเรื่อง จึงทำให้ซูฟางเฟยไม่มั่นใจว่าตัวเองจะใช้ชีวิตที่ดีได้

“อยู่กันสองคนก็ดีแล้วค่ะ หากินกันแค่สองคนสบายกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ ฉันสัญญาว่าจะทำให้แม่มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม”

ซ่งเจียซินบอก ก่อนจะกอดแม่ของเธอเอาไว้ ยังไงเธอก็ต้องทำให้แม่มีชีวิตที่ดีให้ได้ และให้ผู้เป็นแม่อยู่กับเธอไปนาน ๆ ชดเชยในชีวิตก่อนที่เธอไม่ได้อยู่กับแม่ในลมหายใจสุดท้าย และแม่ของเธอก็จากไปเร็วเกินควร