บทที่ 34 ซื้อรถบรรทุก 3
บทที่ 34 ซื้อรถบรรทุก 3
ช่วงบ่ายพ่อบ้านก็มาแจ้งกับซูเจียซิน คนที่เธอต้องการให้ช่วยขับรถบรรทุกมาถึงแล้ว และเขาจะไปเลือกซื้อรถบรรทุกกับเธอด้วย
เซียวหลินอวี้เป็นคนของตระกูลเซี่ยไว้ใจได้เรื่องความซื่อสัตย์และภักดี เซี่ยเหว่ยกั๋วคัดคนที่มีฝีมือและไว้ใจได้มาช่วยงานซูเจียซิน อย่างน้อยก็จะสามารถช่วยปกป้องทรัพย์สินและตัวซูเจียซินได้
“นายหญิง” ครั้นซูเจียซินเดินมา เซียวหลินอวี้ก็ลุกขึ้นมาทักทายหญิงสาว
“เรียกฉันว่าเจียซินหรือไม่ก็สหายซูเถอะค่ะ” ซูเจียซินบอก
หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่แม่ค้าทั่วไป ไม่เหมาะกับคำว่านายหญิง จึงให้เซียวหลินอวี้เรียกชื่อของเธอก็พอ
“สหายซู” อีกฝ่ายก็เปลี่ยนคำเรียกอย่างรวดเร็ว แต่จะให้เรียกชื่อผู้เป็นนายตรง ๆ เขาก็ไม่กล้า
“เราจะไปดูรถกันเลยใช่ไหมคะ” ซูเจียซินถาม
“ครับ” อีกฝ่ายบอก
ซูเจียซินได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเลยค่ะ”
“ครับ”
จากนั้นพ่อบ้านฟู่ก็ขับรถไปส่งทั้งสองคน โดยพาซูเจียซินไปเบิกเงินสดก่อน หญิงสาวเบิกเงินสดมาสองหมื่นหยวน คิดว่าราคารถคงไม่เกินไปกว่านี้ เบิกเงินแล้วทั้งสามคนก็ไปที่ศูนย์จำหน่ายรถยนต์
พ่อบ้านฟู่กับเซียวหลินอวี้ช่วยกันดูรถที่จอดโชว์อยู่ ก่อนที่เซียวหลินอวี้จะขอลองขับรถกับพนักงานขาย
“ผมลองขับดูก่อนได้ไหมครับ” เซียวหลินอวี้ถาม
“ได้เลยครับ”
อีกฝ่ายตอบรับ แล้วเซียวหลินอวี้ก็ไปลองขับรถกับพนักงานขาย ส่วนซูเจียซินก็นั่งรออยู่ที่ห้องรับรอง ไม่นานหลังจากนั้นเซียวหลินอวี้ก็เดินมาบอกกับซูเจียซิน
“สหายซูไม่มีปัญหาครับ”
“รถคันนี้ราคาเท่าไหร่คะ แล้วสามารถรับรถคันนี้ไปได้เลยไหมคะ” ซูเจียซินถามกับพนักงานขาย
“สามารถรับรถคันนี้ไปได้เลยครับ ราคาอยู่ที่หนึ่งหมื่นห้าพันหยวน เป็นราคาที่ลดพิเศษแล้วครับ” อีกฝ่ายบอก
ซูเจียซินไม่ได้ว่าอะไรอีก จากนั้นก็พยักหน้าตอบรับ
“ถ้าอย่างนั้นฉันรับรถคันนี้กลับไปเลยค่ะ” ซูเจียซินบอก
“ได้เลยครับ” พนักงานขายรีบตอบรับ “เชิญสหายทางนี้ได้เลยครับ”
พนักงานขายพาซูเจียซินเดินไปจ่ายเงินกับพนักงานบัญชีอีกคน หลังจ่ายเงินและรับใบเสร็จมา ซูเจียซินก็หันไปบอกกับเซียวหลินอวี้
“พรุ่งนี้ฉันจะเดินทางไปเมืองอวิ๋นเฉิงนะคะ จากนั้นก็จะเดินทางต่อไปยังเมืองเซียงหยาง สหายเซียวก็เตรียมตัวไว้ด้วยนะคะ”
“ได้ครับ”
เซียวหลินอวี้ตอบรับทันที ก่อนจะขับรถไปเก็บไว้ที่ตระกูลเซี่ย ส่วนซูเจียซินก็นั่งรถกลับไปพร้อมกับพ่อบ้านฟู่ คืนนั้นซูเจียซินก็ได้โทรไปบอกแม่ว่าเธอจะกลับถึงบ้านช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้
เมื่อรู้ว่าลูกสาวจะกลับมาซูฟางเฟยก็ตั้งใจไว้ว่าพรุ่งนี้เธอจะไม่ไปที่ร้านบะหมี่ เธอจะอยู่ทำอาหารไว้รอลูกสาวที่บ้าน
เช้าวันต่อมาหลังกินมื้อเช้าและร่ำลาทุกคนแล้ว ซูเจียซินก็นั่งรถบรรทุกไปกับเซียวหลินอวี้ ขับรถเองใช้เวลาเดินทางไม่นาน แค่สี่ชั่วโมงก็มาถึงเมืองอวิ๋นเฉิง
จากนั้นซูเจียซินก็พาเซียวหลินอวี้ไปพบกับแม่ของเธอที่บ้าน เพราะหลังจากนี้เธออาจจะวานให้เขามาพบกับแม่ของเธอ จึงต้องให้ทั้งสองคนได้รู้จักกันไว้ก่อน
เซียวหลินอวี้จอดรถบรรทุกไว้ที่หน้าตรอกเข้าบ้าน แล้วก็เดินตามซูเจียซินไปที่บ้านของซูฟางเฟย
“แม่ค่ะ” หญิงสาวมาถึงที่บ้านก็ได้เอ่ยเรียกแม่ของเธอ
ครั้นซูฟางเฟยเดินออกมาหาลูกสาว ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังของลูกสาว ด้วยท่าทางนอบน้อม ซูฟางเฟยเห็นแบบนั้นก็นึกแปลกใจ
“แล้วนั่นใครล่ะ”
“เซียวหลินอวี้ค่ะ ต่อไปเขาจะมาช่วยขับรถส่งเสื้อผ้าให้ฉัน ฉันเลยพามาแนะนำให้แม่รู้จักไว้ค่ะ” ซูเจียซินบอกกับแม่ของเธอ
“คุณน้าซู”
เซียวหลินอวี้ทักทายซูฟางเฟยตามที่ซูเจียซินได้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ เพราะจะได้ดูเป็นคนกันเอง และถ้าเรียกซูฟางเฟยว่าสหายซู ก็จะเหมือนกับที่เขาเรียกซูเจียซิน วันหน้าจะเกิดความสับสนได้
“เข้ามาในบ้านก่อน” ซูฟางเฟยบอกกับทั้งสองคน “กินอะไรมาหรือยัง แม่ทำอาหารรอไว้แล้ว”
“ยังคะ ฉันหิ้วท้องมากินอาหารที่แม่ทำ” ซูเจียซินว่าแล้วก็ชวนเซียวหลินอวี้ไปกินข้าวด้วยกัน
หลังทั้งสองคนกินข้าวอิ่มแล้ว เซียวหลินอวี้ก็ขอตัวไปพักที่โรงแรม ซึ่งซูเจียซินก็ไม่ได้ว่าอะไร ด้วยคิดว่าเซียวหลินอวี้คงไม่สะดวกใจที่จะพักที่นี่
เมื่อเซียวหลินอวี้ออกจากบ้านไปแล้ว ซูเจียซินก็หันมาบอกเรื่องข่าวลือของเธอที่เกิดขึ้นในค่ายทหารกับผู้เป็นแม่ ก่อนหน้านั้นเธอโทรหาแม่แต่ไม่ได้พูดคุยรายละเอียดมากนัก ด้วยคุยผ่านโทรศัพท์ไม่สะดวก
“เรื่องข่าวลือเก่า ๆ ของฉันถูกนำไปพูดถึงในค่ายทหารค่ะ มีคนเอาไปพูดว่าฉันวางแผนจับพี่อี้เฉิน และทิ้งคู่หมั้นเพื่อไปคว้าพี่อี้เฉินแทน”
“เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้ยังไง เรื่องไม่จริงทั้งเพ”
ซูฟางเฟยไม่คิดว่าเรื่องพวกนี้จะถูกพูดถึงอีกครั้ง และยังไปสร้างความวุ่นวายให้กับลูกสาวของเธอถึงที่ค่ายทหาร
“ซ่งจื้อเผิงแต่งงานใหม่แล้วค่ะ เธอคนนั้นกับสะใภ้ใหญ่บ้านซ่ง แต่งเสริมเติมเรื่องของฉันจนเละเทะไปหมด ภรรยาของเขาเอาเรื่องราวไม่เป็นจริงนั้นไปเล่าต่อ แล้วมีคนที่รู้เรื่องไม่จริงนี้เอาไปเล่าที่ค่ายทหารค่ะ จึงได้เกิดข่าวลือขึ้นมา” ซูเจียซินบอก
“ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า” ซูฟางเฟยมองลูกสาวแล้วก็น้ำตารื้นขึ้นมา ชีวิตกำลังจะดีอยู่แล้วก็ยังมาถูกผู้เป็นพ่อทำให้เรื่องแย่ไปอีก
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้สนใจคำพูดพวกนั้น ส่วนพี่อี้เฉินก็ไม่เชื่อเรื่องพวกนั้นอยู่แล้ว ตอนนี้ทางค่ายทหารก็สืบจนรู้แล้วว่าใครเอาไปพูดต่อ พวกเขาได้รับโทษไปแล้วค่ะ” ซูเจียซินว่า “ที่ฉันบอกแม่ก็เพราะอยากให้แม่ระวังซ่งจื้อเผิงไว้บ้าง ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรอีก”
“เรื่องของผู้ชายคนนั้นลูกไม่ต้องทำอะไร แม่จะไปพบเขาสักครั้ง ถ้าลูกลงมือทำอะไรไป เกรงว่าจะทำให้เรื่องยิ่งยุ่งยาก และผู้อื่นจะมองลูกไม่ดี เรื่องนี้ให้แม่จัดการเองดีกว่า”
สิ่งที่ซูฟางเฟยทนไม่ได้คือมีคนมาสร้างเรื่องให้ลูกสาวของเธอ แต่เธอไม่ให้ซูเจียซินไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะจะทำให้ชื่อเสียงของลูกสาวเสียหาย ผู้คนจะมองว่าซูเจียซินอกตัญญู ซึ่งซูฟางเฟยไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เธอจัดการเองดีกว่า ใครจะว่าอะไรเธอก็ช่าง ซูฟางเฟยไม่กลัว และวันนี้เธอไม่กลัวคนตระกูลซ่งอีกแล้ว
“ให้ลุงจวิ้นเต๋อไปด้วยนะคะ แม่ไปคนเดียวฉันเป็นห่วง” ซูเจียซินบอก เธอให้แม่จัดการเรื่องนี้เพราะจะได้ระบายความแค้นในใจออกมาบ้าง
“ได้ แม่จะให้ลุงจวิ้นเต๋อไปส่ง แล้วก็จะโทรไปบอกลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ของลูกด้วย” ซูฟางเฟยรับปาก
หลังพูดคุยเรื่องข่าวลือแล้ว ซูเจียซินก็มาพูดถึงเรื่องร้านค้าของเธอบ้าง
“ฉันเปิดร้านเพิ่มอีกสองร้านนะคะ จึงต้องมีเซียวหลินอวี้มาช่วยงาน”
“ไม่เหนื่อยเกินไปใช่ไหม” ซูฟางเฟยถาม เธอไม่ห้ามที่ลูกจะเปิดร้านเพิ่ม ทว่าก็เป็นห่วงกลัวว่าจะเหนื่อยเกินไป
“ไม่ค่ะ มีพนักงานช่วยดูแลร้านให้ ฉันก็แค่เข้าไปตรวจความเรียบร้อยบ้างเท่านั้น”
“แบบนั้นก็ดี” ซูฟางเฟยว่า “ที่บ้านเซี่ยเป็นยังไงบ้าง พวกเขาดีกับลูกหรือเปล่า”
“พวกเขาดีกับหนูมากค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องข่าวลือก็ได้พ่อสามีช่วยเร่งรัดการสอบสวนให้ค่ะ จึงได้ตัวคนปล่อยข่าวลือหลังจากนั้นไม่นาน และคนที่พูดเรื่องเหลวไหลนั้นก็ถูกลงโทษหมดแล้ว”
“พวกเขาเอ็นดูลูกก็ดีแล้ว แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”
ซูฟางเฟยบอก หากลูกสาวเข้ากับครอบครัวของสามีได้ ก็จะไม่ต้องมาทนทุกข์เหมือนเธอ
“หลัก ๆ แล้วฉันจะอยู่ที่ค่ายทหาร ไม่มีเรื่องอะไรให้กังวลใจมากหรอกค่ะ”
ซูเจียซินบอกเมื่อเห็นความเป็นห่วงของแม่ เธออยู่ที่ค่ายทหารมากกว่า จะกลับตระกูลเซี่ยก็เมื่อมีธุระเท่านั้น จึงไม่ได้พบหน้ากันทุกวัน ทำให้ไม่มีเรื่องอย่างที่แม่ของเธอกังวล
ซูฟางเฟยได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา เย็นวันนั้นเมื่อซูเจียซินได้เจอกับมู่จวิ้นเต๋อ เธอก็ฝากเรื่องที่แม่จะไปพบกับซ่งจื้อเผิงไว้กับเขาด้วย แม้จะไม่อยากให้แม่ไปยุ่งกับคนพวกนั้น แต่ก็รู้ว่าแม่ของเธอคงไม่ยอมให้เรื่องผ่านไปง่าย ๆ อย่างน้อยก็ต้องให้แม่ได้ไปด่าคนผู้นั้นสักคำ จึงต้องฝากให้มู่จวิ้นเต๋อช่วยดูแลแม่ของเธอด้วย
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ
