บทที่ 35 เกิดเรื่องขึ้นที่ตระกูลซ่งอีกแล้ว 2
บทที่ 35 เกิดเรื่องขึ้นที่ตระกูลซ่งอีกแล้ว 2
เมื่อซูเจียซินกลับมาที่บ้านของซูฟางเฟย ก็ไม่เห็นมีใครอยู่ที่บ้าน หญิงสาวคิดว่าแม่ของเธอน่าจะไปหาซ่งจื้อเผิง แล้วซูเจียซินก็ได้เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะกินข้าว ซึ่งมู่จวิ้นเต๋อได้เขียนข้อความทิ้งเอาไว้
เขากับซูฟางเฟยกลับไปที่บ้านตระกูลซูที่หมู่บ้านหงจวิน มู่จวิ้นเต๋อคิดว่าซูเจียซินอาจจะกลับมาที่บ้าน จึงได้ทิ้งข้อความบอกไว้
ก่อนหน้านั้นมู่จวิ้นเต๋อได้สืบหาที่อยู่ของซ่งจื้อเผิง จึงได้รู้ว่าเขาแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แล้วก็ติดตามพี่ชายของภรรยาไปทำงานก่อสร้างในเมืองลู่ชิง ในวันหนึ่งเขาบังเอิญเห็นซูเจียซินอยู่กับเซี่ยอี้เฉิน ตอนที่หนุ่มสาวมาเดินซื้อของในตลาด
ภรรยาคนใหม่ของซ่งจื้อเผิง เพิ่งได้เห็นซูเจียซินครั้งแรกก็วันนั้น ก่อนหน้านั้นทั้งสองคนก็ไม่รู้ว่าผู้ชายที่เดินอยู่กับซูเจียซินเป็นใคร แต่เห็นว่าบุคลิกท่าทางและเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ ดูยังไงก็ไม่ใช่คนธรรมดา ครั้นสอบถามหลายคนเข้าก็มีคนรู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นคือเซี่ยอี้เฉิน
แซ่เซี่ยในเมืองลู่ชิงมีใครบ้างไม่เคยได้ยิน เมื่อรู้ว่าซูเจียซินอาจจะคบหาอยู่กับเซี่ยอี้เฉิน เพราะทั้งสองคนมาเดินตลาดด้วยกัน
หวูชุนฟางก็มีความคิดอยากให้สามีรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับลูกสาว เพราะหวังถึงเงินทองและความช่วยเหลือจากตระกูลเซี่ยในวันข้างหน้า ด้วยเธอแอบไปรู้มาว่าผู้นำตระกูลเซี่ยในปัจจุบัน มีตำแหน่งเป็นถึงรองเลขาธิการพรรค
ทว่าซ่งจื้อเผิงยังไม่มีความกล้าที่จะไปพบลูกสาว และมู่จวิ้นเต๋อก็ให้คนจับตาดูซ่งจื้อเผิงเอาไว้ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายมายุ่งกับสองแม่ลูก
ซ่งจื้อเผิงถูกภรรยากรอกหูทุกวันว่าเขาต้องหาทางคืนดีกับลูกสาวให้ได้ เพื่อที่วันข้างหน้าทั้งสองคนจะได้สบายไปด้วย และในที่สุดซ่งจื้อเผิงก็เริ่มคล้อยตามภรรยา เขาไปตามหาว่าซูเจียซินอยู่ที่ใด
ครั้นเรื่องนี้มาถึงหูของมู่จวิ้นเต๋อ เขาก็ส่งคนไปข่มขู่ซ่งจื้อเผิง ไม่ให้อีกฝ่ายไปสร้างเรื่องรบกวนซูเจียซิน ซ่งจื้อเผิงหวาดกลัวคำขู่นั้น แต่เดิมเขาก็ไม่ใช่คนกล้าคิดกล้าทำอยู่แล้ว เขาจึงไม่กล้าไปตามหาซูเจียซินอีก
ทว่าหวูชุนฟางผู้เป็นภรรยากลับมีความรู้สึกไม่ยินยอมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่กล้าที่จะสู้กับมู่จวิ้นเต๋อ และตอนนั้นเธอได้รู้เรื่องราวเหม็นเน่าของซูเจียซินมา จากคำบอกเล่าของหานฉิงอี้ผู้เป็นพี่สะใภ้
เมื่อไปพบซูเจียซินไม่ได้ หวูชุนฟางก็แอบนินทาหญิงสาวลับหลัง กระทั่งเรื่องราวลุกลามไปยังค่ายทหาร ซึ่งทางค่ายทหารก็ได้ตัดสินโทษคนทำผิดไปแล้ว
แต่เซี่ยเหว่ยกั๋วไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาต้องจัดการที่ต้นตอ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเรื่องนินทาว่าร้ายลูกสะใภ้ของเขาได้อีก
เพราะจับตาดูซ่งจื้อเผิงอยู่แล้ว มู่จวิ้นเต๋อจึงรู้ว่าอีกฝ่ายกลับไปที่บ้านตระกูลซ่ง พร้อมกับภรรยาคนใหม่ของเขา เหตุเพราะซ่งเจิ้นกั๋วถูกซ้อมจนขาหักทั้งสองข้าง ตอนนี้นอนเป็นผักขยับตัวไม่ได้อยู่ที่บ้าน ด้วยซ่งเจิ้นกั๋วแอบไปมีชู้กับแม่ม่ายในหมู่บ้าน แต่เขาไม่ได้เป็นคนเดียวที่ชอบแม่ม่ายคนนั้น
ในคืนหนึ่งซ่งเจิ้นกั๋วแอบไปพบกับแม่ม่ายผู้นั้น แล้วเขาก็บังเอิญไปเจอกับผู้ชายอีกคน ที่แอบมาหาแม่ม่ายเช่นกัน จากนั้นก็เกิดความหึงหวงและไม่ยินยอม บุรุษทั้งสองจึงต่อสู้กันเพื่อแย่งผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง ก่อนที่ซ่งเจิ้นกั๋วจะถูกตีจนขาหักทั้งสองข้าง ร่างกายบอบช้ำหนัก ส่วนผู้ชายคนนั้นตัวใหญ่กว่าจึงไม่ได้เป็นอะไรมาก ทว่าเขาก็ถูกตำรวจจับตัวไปแล้ว
เรื่องอื้อฉาวนี้ดังไปทั่วหมู่บ้าน หานฉิงอี้โกรธมากจึงได้โทรไปตามซ่งจื้อเผิงให้กลับมา เพราะเธอต้องการจะหย่ากับซ่งเจิ้นกั๋ว ทำให้ซ่งจื้อเผิงจำต้องเดินทางกลับมาที่บ้านตระกูลซ่ง
ซูฟางเฟยได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นกับซ่งเจิ้นกั๋วแล้ว แต่เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับเธอ ซูฟางเฟยยังต้องการที่จะสั่งสอนซ่งจื้อเผิงที่มาคิดร้ายกับลูกสาวของเธอ เธอไม่คิดจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่าย ๆ ซูฟางเฟยจึงพาพี่ชายกับหลานชายตามไปที่บ้านตระกูลซ่ง
ซูสือเหล่ยรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับหลานสาวก็ไม่พอใจอย่างมาก ซ่งจื้อเผิงทำร้ายลูกสาวครั้งแล้วครั้งเล่า คนผู้นี้ควรถูกสั่งสอนสักที จะได้รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ซูสือเหล่ยจึงได้พาลูกชายตามน้องสาวมาที่บ้านตระกูลซ่ง
“มาทำอะไรที่นี่” ซ่งจื้อเผิงเห็นซูฟางเฟยกับซูสือเหล่ย ก็รู้สึกหนังตากระตุก ราวกับจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
“แกไปปล่อยข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ กล่าวว่าลูกสาวของฉันถึงค่ายทหาร ฉันบอกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับลูกสาวของฉันอีก แต่แกก็ยังทำ”
ซูฟางเฟยเห็นหน้าซ่งจื้อเผิงก็เปิดฉากด่าทันที ไม่สนใจว่าจะมีใครอยู่ในลานบ้านหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ทุกคนกำลังพูดคุยเรื่องที่ซ่งเจิ้นกั๋วบาดเจ็บ และหานฉิงอี้ต้องการจะหย่ากับเขา
“เธอพูดเรื่องอะไรของเธอ ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันไม่เคยไปพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับลูก” ซ่งจื้อเผิงเถียงออกไป เขาไม่เคยไปว่าให้ร้ายซูเจียซิน
“หึ!” ซูฟางเฟยแค่นยิ้มออกมา ก่อนจะบอกให้อดีตสามีได้กระจ่างแก่ใจ
“แกกับเมียแกไปพูดใส่ร้ายลูกสาวของฉันให้คนอื่นฟัง และคนพวกนั้นก็เอาไปเล่าลือกันต่อ ตอนนี้คนเหล่านั้นถูกจับตัวได้หมดแล้ว คนพวกนั้นซัดทอดว่าเรื่องราวเหลวไหลทั้งหมดที่ได้ยิน มาจากเมียของแก เมียแกและแกเอาลูกสาวของฉันไปนินทาให้ร้าย ซ่งจื้อเผิง! แกต้องทำให้ลูกสาวของฉันพังทลายให้ได้ใช่ไหมแก่ถึงจะพอใจ”
ซูฟางเฟยตะโกนออกไปด้วยความอัดอั้นที่สุมอยู่ในอก และเรื่องราวนี้ทำให้คนที่อยู่ในลานบ้านได้รับรู้ไปด้วย
“แกปล่อยข่าวลือว่าลูกสาวของฉันทอดทิ้งคู่หมั้น แล้วไปสร้างเรื่องหวังจับสหายทหาร ทั้งที่ลูกสาวของฉันไม่เคยมีคู่หมั้น และแกยังไปพาดพิงทหารกล้า เอาเกียรติยศของเขามาทำให้มัวหมอง กล่าวหาความหวังดีของเขาเป็นเจตนาร้าย แกกำลังให้ร้ายทหารกล้าผู้รับใช้ประเทศชาติ กองทัพจะไม่ละเว้นโทษให้แก”
ซูฟางเฟยข่มขู่ออกไป เธอไม่กลัวใครในตระกูลซ่งทั้งนั้น
“ก็นั่นเป็นเรื่องจริงไม่ใช่รึ พี่สะใภ้เป็นคนพูดขึ้นมาเอง จะมาหาว่าเรากล่าวให้ร้ายทหาร กล่าวให้ร้ายลูกสาวของเธอได้ยังไง”
หวูชุนฟางเถียงกลับไป เธอไม่ยินยอมที่ซูฟางเฟยมาพูดพาดพิงถึงตน และไม่อาจรับข้อกล่าวหานั้นไว้ได้ ในเมื่อเธอแค่พูดเรื่องจริง
“ลูกสาวของฉันถูกผลักตกน้ำ คนที่ผลักก็คือซ่งเจียหนิง เธอจงใจฆ่าเจียซินจึงได้รับโทษติดคุก ซ่งเจียหนิงถูกตัดสินโทษไปแล้ว พวกแกก็ยังใส่ร้ายลูกสาวของฉันไม่เลิก”
ครั้นซูฟางเฟยพูดเรื่องนี้ขึ้นมา หลายคนก็นึกไปถึงวันที่ซูฟางเฟยกับซูเจียซินออกจากบ้านตระกูลซ่งไป ตอนนั้นก็เคยได้ยินเรื่องนี้ แต่ภายหลังไม่เกิดการดำเนินคดีใด ๆ กับซ่งเจียหนิง หญิงสาวยังคงใช้ชีวิตปกติ พวกเขาจึงไม่คิดว่าเรื่องพี่ฆ่าน้องจะเกิดขึ้นจริง ไม่อย่างนั้นซูสือเหล่ยก็คงดำเนินคดีไปแล้ว เพราะวันนั้นซูสือเหล่ยก็มาที่นี่ด้วย
แต่พอมาได้ยินเรื่องนี้อีกครั้ง ก็คิดว่าไม่แปลกหากซ่งเจียหนิงจะลงมือกับลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง ขนาดค้ามนุษย์เธอยังทำได้
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)

https://novel.dek-d.com/ebook/48908/
แวะไปดูนิยายลดราคาของจิณณ์ชญาได้นะคะ
