บทที่ 36 เรื่องที่อยากจะบอกต่อ 2
บทที่ 36 เรื่องที่อยากจะบอกต่อ 2
หวังลู่หลินเคยได้ยินคนพูดถึงเรื่องร้านเสื้อผ้าของซูเจียซินมาบ้าง แต่หลายคนไม่เชื่อว่าเธอเปิดร้านขายเสื้อผ้าจริง คิดแค่ว่าเธอหาข้ออ้างที่จะเข้าไปในเมืองเท่านั้น แล้วเรื่องนี้ก็เงียบหายไป ไม่คิดว่าซูเจียซินจะเปิดร้านจริง ๆ
“เปิดทีเดียวสองร้านเลยเหรอ แล้วจะดูแลยังไงล่ะ อยู่คนละเมืองแบบนี้ด้วย”
“ฉันมีพนักงานช่วยค่ะ ฉันเริ่มเปิดร้านแรกที่เมืองอวิ๋นเฉิงก่อน จากนั้นก็ไปเปิดที่เมืองเซียงหยาง พอแต่งงานและต้องเดินทางไปมาระหว่างเมืองลู่ชิงกับเมืองเหอผิง ฉันจึงเปิดร้านเพิ่มที่สองเมืองนี้ด้วยค่ะ ยังไงก็ต้องอยู่ที่นี่อยู่แล้ว จะได้มีอะไรทำแก้เหงา ทุกร้านมีพนักงานดูแลอยู่ ฉันแค่แวะเวียนไปตรวจดูร้านบ้าง แต่ก็นั่นแหละค่ะ ด้วยแบบนี้ทำให้ฉันต้องออกไปข้างนอกบ่อย ๆ”
ซูเจียซินบอกกับอีกฝ่าย เธอเห็นว่าสนิทกันจึงได้พูดให้เข้าใจ และต้องการจะบอกเผื่อไว้ด้วย เพราะวันหน้าเธอคงต้องเดินทางบ่อย ๆ พี่สะใภ้ทั้งหลายจะได้ไม่สงสัยว่าเธอหายไปไหน
“ช่วงก่อนหน้านี้ก็ยุ่งอยู่กับการตกแต่งร้าน ตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วค่ะ หากพี่ลู่หลินเข้าไปในเมืองอย่าลืมแวะไปอุดหนุนร้านของฉันนะคะ”
หญิงสาวกล่าวแล้วก็ยิ้มออกมา จึงไม่ได้ดูว่าเธอกำลังโอ้อวด
“ได้สิ ร้านอยู่ตรงไหนล่ะ”
“ร้านเล่อเยว่ ตรงถนนหนิงเฉิงค่ะ” ซูเจียซินบอกออกไป
“ถนนเส้นนั้นคึกคักมาก ตลาดก็ใหญ่ เธอไปเปิดร้านค้าตรงนั้นถือว่าทำเลดีเลยนะ” หวังลู่หลินว่า
และตอนนี้หวังลู่หลินก็อยากเอาเรื่องนี้ไปบอกต่ออย่างมาก ผู้อื่นจะได้เลิกคิดว่าซูเจียซินแต่งตัวสวยไปวัน ๆ เสียที เธอเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าตั้งสี่สาขา จะใส่เสื้อผ้าร้านตัวเองก็ไม่แปลก
“ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ และหวังว่าจะขายดี”
“แล้วนี่กำลังจะไปไหน” หวังลู่หลินถามเพราะเห็นว่าซูเจียซินกำลังจะออกไปข้างนอก
“พี่อี้เฉินไม่อยู่ ฉันก็นั่งรถกลับมาเหนื่อย ๆ ว่าจะไปซื้อกับข้าวที่โรงอาหารค่ะ เย็นนี้คงไม่ทำกับข้าวแล้ว” ซูเจียซินบอกและในตอนนั้นหญิงสาวก็หันไปเห็นเซี่ยอี้เฉินกลับมาพอดี “กลับมาแล้วเหรอคะ”
เมื่อเห็นว่าเซี่ยอี้เฉินเพิ่งกลับมาเหนื่อย ๆ หวังลู่หลินก็ไม่รั้งซูเจียซินไว้อีก เธอยังมีเรื่องที่อยากจะเอาไปเล่าต่ออีกมากมาย หวังลู่หลินก็เอ่ยขอตัวกับซูเจียซินทันที
“พี่ไม่รบกวนเธอแล้ว ขอตัวก่อนนะ”
“ค่ะ”
ซูเจียซินตอบรับ จากนั้นก็มองตามหวังลู่หลินไป อีกฝ่ายก็เร่งรีบเดินจากไป จึงไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มของซูเจียซิน ครั้นหวังลู่หลินเดินจากไปแล้ว ซูเจียซินก็หันมาบอกกับสามี
“เข้าบ้านกันเถอะค่ะ”
เมื่อเซี่ยอี้เฉินกลับมาแล้ว เธอก็คิดจะทำกับข้าวกินเอง ไม่ออกไปซื้ออาหารที่โรงอาหารแล้ว ชายหนุ่มก็เดินตามภรรยาเข้ามาในบ้าน ครั้นเสียงประตูปิดลง เขาก็รวบตัวซูเจียซินเข้ามากอดด้วยความคิดถึง
“คิดถึงจัง” ชายหนุ่มบอก หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมา
“ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ”
ซูเจียซินว่าแล้วก็เอียงใบหน้าให้เซี่ยอี้เฉินได้หอมแก้มเธอ ชายหนุ่มก็รู้ว่าภรรยาชอบให้เขาสัมผัสเธอ เซี่ยอี้เฉินจึงหอมแก้มคนรักไปหลายที ก่อนจะจูบเธอให้หายคิดถึง
“ผมเปื้อนฝุ่นไปทั้งตัว” ชายหนุ่มบอก
“ให้ฉันช่วยไหมคะ” หญิงสาวถาม
ได้ยินแบบนั้นเซี่ยอี้เฉินก็ไม่พูดมากอีก เขาอุ้มภรรยาขึ้นมาแล้วก็เดินเข้าไปในห้อง เพื่อที่จะพาเธอไปอาบน้ำด้วยกัน ที่นี่ไม่มีอ่างอาบน้ำแต่มีฝักบัวให้ใช้ หนุ่มสาวจึงผลัดกันถูตัว อาบน้ำเสร็จแล้วเซี่ยอี้เฉินก็อุ้มภรรยาเข้ามาในห้องนอน
ซูเจียซินคิดว่ามีสามีเป็นทหารนี่ดีจริง ๆ เพราะเขาทั้งแข็งแรงและอึดได้ใจ จากนั้นหนุ่มสาวก็ใช้เวลาบอกรักกันนับชั่วโมง ก่อนจะหยุดพักให้หายเหนื่อย
“เรื่องงานมีปัญหาไหมครับ” เซี่ยอี้เฉินถามกับหญิงสาวที่นอนทับอยู่บนตัวเขา พลางลูบไล้ไปกับผิวนุ่ม ๆ ของเธอด้วย
“ไม่มีค่ะ ร้านที่เมืองลู่ชิงกับที่เมืองเหอผิงนี้เปิดแล้ว ฉันสอนพนักงานไปหมดแล้ว พวกเธอดูแลร้านได้ค่ะ ฉันแค่แวะไปดูบ้างเท่านั้น เวลาที่เหลือก็จะอยู่กับคุณที่นี่ แล้วก็ร่างแบบเสื้อผ้าส่งไปให้พี่อิ้งเยว่บ้าง”
ซูเจียซินบอกเล่าถึงแผนการของเธอ เวลานอกเหนือจากนั้นเธอจะใช้อยู่กับเซี่ยอี้เฉินที่ค่ายทหารนี้
“ฉันมีหุ้นในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าของพี่อิ้งเยว่ด้วยค่ะ พี่อิ้งเยว่แบ่งให้สิบเปอร์เซ็นต์แลกกับการที่ฉันต้องออกแบบเสื้อผ้าให้ ครั้งนี้ไปเมืองเซียงหยางฉันได้รับเงินปันผลมาสามแสนหยวนค่ะ”
หญิงสาวบอกก่อนจะยิ้มกว้าง แต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อเธอใช้เงินหมดไปแล้ว
“แต่เงินก้อนนั้นฉันเอาไปซื้อเสื้อผ้ามาขายที่ร้านหมดแล้วค่ะ”
ซูเจียซินบอก เงินเพิ่งเข้ามายังไม่ทันได้ดีใจ ก็จ่ายออกไปหมดแล้ว
“คุณเก่งมากแล้วครับ หาเงินได้เยอะกว่าผมอีก หาได้ทีละสามแสน ไม่มีใครเก่งเกินภรรยาของผมแล้ว”
ชายหนุ่มเอ่ยชม เขาไม่ได้อิจฉาที่ภรรยาหาเงินได้มากกว่า กลับภูมิใจมากที่เธอเก่งแบบนี้
“ต่อไปฉันจะเลี้ยงดูคุณเองค่ะ คุณแค่ทำตัวน่ารักและก็รักฉันให้มาก ๆ ก็พอ” ซูเจียซินบอกแล้วก็ซบหน้าลงกับแผ่นอกเปลือยเปล่าของสามี
“ผมจะรักคุณมาก ๆ และจะรักตลอดไป” ชายหนุ่มให้คำสัญญา
“พูดแบบนี้ฉันก็มีแรงหาเงินเพิ่มเลยค่ะ” ซูเจียซินบอกก่อนจะหัวเราะออกมา “ฉันซื้อรถบรรทุกมาใช้งานด้วยค่ะ มีร้านสี่สาขาแล้ว การมีรถบรรทุกมาขนเสื้อผ้าจะสะดวกกว่า คุณพ่อช่วยหาคนขับมาให้ เซียวหลินอวี้คนนี้ทำงานได้ดีค่ะ เมื่อเขามาทำงานให้ฉันแล้ว ฉันก็จะเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้เขาเองค่ะ”
“เซียวหลินอวี้มาทำงานให้คุณก็ดีแล้วครับ เวลาไปไหนมาไหนเขาจะได้ช่วยปกป้องคุณด้วย ฝีมือการต่อสู้ของเขาดีมาก และก็เป็นคนรอบคอบด้วย”
“ได้ยินคุณพูดแบบนี้ฉันก็สบายใจค่ะ”
ซูเจียซินว่า เมื่อมีเซี่ยอี้เฉินช่วยยืนยันเธอก็สบายใจ เพราะเธอคงต้องเดินทางไปนั่นมานี่กับเซียวหลินอวี้บ่อย ด้วยเขาต้องเป็นคนขับรถให้เธอ
“ฉันให้เขาไปติดต่อเจ้าหน้าที่ให้มาติดตั้งโทรศัพท์ที่ร้าน แล้วก็ให้เขาเอาตู้เย็นมาส่งให้ที่นี่ ฉันซื้อตู้เย็นมาเก็บของสดด้วยค่ะ”
“อยากซื้อก็ซื้อเถอะครับ” ชายหนุ่มบอก
ซูเจียซินซื้อตู้เย็นไว้แล้ว เธอมีคูปองอุตสาหกรรมที่เซี่ยอี้เฉินให้ และก็ได้มาจากกู้อวิ๋นซวงอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้เอาไปซื้อตู้เย็นไว้ แล้วก็ฝากเซียวหลินอวี้ให้นำมาส่งที่นี่
“คราวนี้คงมีเรื่องให้ผู้อื่นนินทาอีก”
หญิงสาวว่าปนขำ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจเสียงของคนขี้อิจฉามากนัก เธอจะใช้ชีวิตของตัวเอง ทำไมต้องคอยมองสีหน้าคนอื่นด้วย ใครจะอิจฉาก็ให้อิจฉาไป เธอไม่ได้ใช้เงินของพวกเขาสักหน่อย
“ช่างเถอะ ไม่ต้องไปสนใจให้ปวดหัว” ชายหนุ่มบอก แล้วก็ก้มลงจูบที่กลางผมของภรรยา
แต่ก่อนที่เซี่ยอี้เฉินจะได้ต่อรอบสอง ซูเจียซินก็เอ่ยห้ามเอาไว้
“ฉันหิวแล้วค่ะ”
หญิงสาวบอก แล้วก็ลุกจากเตียงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่อีกครั้ง เธอหิว เธอจะไปหาอะไรกินก่อน
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)
