บทที่ 36 เรื่องที่อยากบอกต่อ 3
บทที่ 36 เรื่องที่อยากบอกต่อ 3
เซี่ยอี้เฉินถูกความหิวของภรรยาเล่นงานจนพูดไม่ออก เขานอนลงไปกับเตียง ทำใจอยู่สักพักก่อนจะลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นก็เดินไปหาซูเจียซินในห้องครัว แล้วก็เห็นว่าเธอกำลังทำบะหมี่อยู่ จากนั้นทั้งสองก็ได้มื้อเย็นเป็นบะหมี่คนละชาม
“สะใภ้ตระกูลซ่งทั้งสองคนถูกจับตัวไปแล้วนะคะ” ซูเจียซินบอกกับสามี
หญิงสาวเดาว่าการจับกุมหานฉิงอี้และหวูชุนฟาง น่าจะเป็นฝีมือของเซี่ยเหว่ยกั๋วด้วย เพราะสามีของเธอต้องไปทำภารกิจ เขาคงยังไม่มีเวลามาจัดการเรื่องนี้
“ทั้งสองคนจะถูกตัดสินยังไงคะ”
“ถูกส่งไปใช้แรงงานปรับทัศนคติสักพักครับ” เซี่ยอี้เฉินบอก ทว่าเขาก็ไม่ได้บอกรายละเอียดมากไปกว่านั้น เพราะไม่อยากให้ซูเจียซินคิดมาก
“ดีแล้วค่ะ จะได้มีความคิดดี ๆ บ้าง” หญิงสาวว่า
จากนั้นเธอก็เอาถ้วยบะหมี่ที่กินหมดแล้วไปล้าง แล้วเซี่ยอี้เฉินก็พาภรรยาของเขาไปเดินเล่นอีกครึ่งชั่วโมงให้อาหารย่อย กลับมาที่บ้านเขาก็พาซูเจียซินเข้าไปในห้องนอน ไม่ได้เจอกันนานหลายวัน เขายังมีความคิดถึงที่ไม่ได้บอกเธออีกเยอะมาก กว่าหนุ่มสาวจะบอกรักกันจนพอใจก็เข้าสู่วันใหม่ไปแล้ว
บ่ายของวันต่อมาเซียวหลินอวี้ก็เอาตู้เย็นมาส่งให้กับซูเจียซิน พร้อมกับแจ้งเรื่องการติดตั้งโทรศัพท์ ด้วยความช่วยเหลือของฟู่จางหย่งพ่อบ้านตระกูลเซี่ย การติดตั้งโทรศัพท์ทั้งสองร้านก็สามารถทำได้ในเช้าวันนี้ เมื่อติดตั้งโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว เซียวหลินอวี้จึงได้มาแจ้งกับซูเจียซิน
“เรียบร้อยแล้วก็ดีค่ะ มีอะไรจะได้โทรหากันได้” ซูเจียซินว่า
จากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันยกตู้เย็นเข้าไปไว้ในบ้าน เห็นซูเจียซินตัวเล็ก ๆ แบบนี้ เธอสามารถช่วยเซียวหลินอวี้ยกตู้เย็นได้ เมื่อยกตู้เย็นไปไว้ในบ้านแล้ว เซียวหลินอวี้ก็จะกลับไปก่อน
“สหายซูจะให้ผมทำอะไรอีกหรือเปล่าครับ” เซียวหลินอวี้ถาม เพราะตอนนี้เขาถือว่าว่างงานอยู่
“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรให้ทำค่ะ สหายกลับไปช่วยงานที่ร้านสาขาเมืองลู่ชิงก่อน หากมีอะไรฉันจะโทรไปที่นั่น”
ซูเจียซินบอก เพราะบ้านของเซียวหลินอวี้อยู่ที่เมืองลู่ชิง เธอจึงให้เขาไปช่วยงานที่ร้านสาขาเมืองลู่ชิง หากมีอะไรเธอจะโทรไปสั่งงานเขาเอง
“ได้ครับ”
เซียวหลินอวี้ตอบรับ แล้วก็ขอตัวกลับไป ซูเจียซินให้เขาขับรถกลับไปที่เมืองลู่ชิงด้วย ถ้าเธอสั่งงานเขาจะได้มีรถไว้ใช้
ครั้นเซียวหลินอวี้กลับไปแล้ว กงซิ่วลี่ก็แวะมาทักทายซูเจียซินที่บ้าน
“เจียซิน” เมื่อได้ยินเสียงเรียกซูเจียซินก็เดินไปเปิดประตู
“พี่ซิ่วลี่เข้ามาในบ้านก่อนค่ะ”
“พี่เห็นรถมาส่งตู้เย็น เธอซื้อตู้เย็นเหรอ” กงซิ่วลี่ถาม
“ค่ะ ซื้อมาใส่ของสดจะได้ไม่เน่าเสียง่ายค่ะ” หญิงสาวบอก
กงซิ่วลี่เดินไปดูตู้เย็นใกล้ ๆ
“พี่เปิดดูได้ไหมจ๊ะ” กงซิ่วลี่ถาม
“ได้ค่ะ เปิดดูได้เลย แต่ฉันยังไม่ได้เสียบปลั๊กไฟนะคะ” ซูเจียซินบอก
ครั้นเปิดดูภายในตู้เย็นแล้ว ก็ให้รู้สึกว่ามีตู้เย็นก็น่าจะดี จะได้ช่วยเก็บของสดอย่างที่ซูเจียซินว่า เพราะเมืองทางนี้ไม่ได้มีอากาศหนาวเย็นเหมือนเมืองทางเหนือ มีตู้เย็นก็ดี
“ตู้เย็นนี้ราคาเท่าไหร่จ๊ะ พี่ก็อยากได้อยู่เหมือนกัน” กงซิ่วลี่ถาม
“790 หยวนค่ะ รวมคูปองอุตสาหกรรมด้วย” ซูเจียซินบอก
“แพงมากเหมือนกันนะ”
กงซิ่วลี่บ่น ราคานี้ถือว่าแพงมาก โดยเฉพาะเธอที่ไม่ได้ทำงาน และมีสามีทำงานอยู่คนเดียว กงซิ่วลี่ถอนหายใจออกมา เธอยังตัดใจซื้อตู้เย็นในตอนนี้ไม่ได้ แล้วก็เปลี่ยนไปสอบถามเรื่องร้านเสื้อผ้าของซูเจียซินแทน
“เมื่อวานพี่ได้ยินลู่หลินบอกว่าเธอเปิดร้านเสื้อผ้าที่ถนนหนิงเฉิง วันนี้พี่เข้าไปในเมืองเลยแวะไปดูร้านของเธอด้วย คนแน่นร้านจนแทบจะเบียดกัน เสื้อผ้าก็สวยงามมาก พี่อดใจไม่ไหวยังซื้อเสื้อกลับมาด้วยสองตัว ของพี่ตัวหนึ่ง ของสามีพี่ตัวหนึ่ง”
กงซิ่วลี่ว่าก่อนจะหัวเราะออกมา เธอเห็นแจ็กเกตตัวหนึ่งเหมาะกับสามีของเธอมาก จึงซื้อมาให้เขาด้วย ส่วนเธอก็ซื้อเสื้อเชิ้ตมาหนึ่งตัว เพราะเห็นว่าเข้ากับกระโปรงที่เธอมีอยู่
“ตอนนี้คนในค่ายทหารเอาแต่พูดถึงเรื่องที่เธอเปิดร้านเสื้อผ้า บางคนก็ไปดูที่ร้านมาแล้ว พวกนั้นคงไม่กล้าว่าเธอแต่งตัวสวยไปวัน ๆ อีกแล้วล่ะ”
กงซิ่วลี่ว่าและไม่ได้กลัวซูเจียซินจะโกรธที่เธอพูดแบบนี้ เพราะรู้ดีว่าหญิงสาวไม่ค่อยสนใจเรื่องนินทาพวกนั้น
“พวกเธอพูดกันแบบนั้นเหรอคะ” ซูเจียซินถามก่อนจะหัวเราะออกมา
“ใช่น่ะสิ แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าว่าเธอแบบนั้นแล้วล่ะ ก่อนหน้าลู่หลินก็ไปประกาศว่าเธอมีร้านขายเสื้อผ้าตั้งสี่สาขา สองสาขาแรกเธอเปิดตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน ผู้อื่นจะได้เลิกคิดว่าเธอถลุงเงินผู้พันเซี่ยเสียที”
กงซิ่วลี่ว่า คนพวกนั้นก็หาเรื่องติผู้อื่นไปเรื่อย ทั้งที่ตัวเองก็ใช้เงินเดือนของสามีเหมือนกัน และร้านเสื้อผ้านี้ก็เป็นของซูเจียซินเองอีกด้วย
“ถ้าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายก็ปล่อยพวกเธอพูดไปเถอะค่ะ” ซูเจียซินบอก และเธออยากเห็นคนอกแตกตายเพราะความอิจฉา
“ใครจะกล้ามาพูดเรื่องเลวร้ายอีกล่ะ ก่อนหน้าสหายหญิงคนนั้นก็ไปประกาศความผิด และกล่าวขอโทษเธอผ่านเสียงตามสายตั้งเจ็ดวัน ตอนนี้ยังไม่กล้าสู้หน้าคนอื่นเลย” กงซิ่วลี่บอก
ซูเจียซินคิดว่าเธอคนนั้นไม่ใช่ไม่กล้าสู้หน้าคนอื่น แต่ไม่กล้าสู้หน้าเซี่ยอี้เฉินกับตระกูลเซี่ยของเขามากกว่า ตอนนี้ทุกคนคงได้รู้แล้วว่าคนตระกูลเซี่ยไม่อนุญาตให้ผู้อื่นมารังแก
กงซิ่วลี่อยู่พูดคุยเรื่องเสื้อผ้ากับซูเจียซินอีกสักพัก ก่อนจะกลับไป เมื่อเพื่อนบ้านกลับไปแล้ว ซูเจียซินก็ไปซื้อของที่ร้านค้าสหกรณ์ ตอนนี้ไม่มีใครมองเธอด้วยสายตาดูถูกอีกแล้ว ก่อนหน้านั้นทุกคนในค่ายทหารคิดว่าซูเจียซินก็แค่ผู้หญิงที่โชคดีได้แต่งงานกับเซี่ยอี้เฉิน
เหตุเพราะข่าวลือของเธอ ทำให้คนอื่นรู้ว่าเธอมาจากครอบครัวชาวนาในหมู่บ้านชนบท หลายคนจึงดูถูกเธอ พลอยคิดว่าเธอรังแกได้ง่าย และตระกูลเซี่ยอาจจะไม่ยอมรับเธอเป็นลูกสะใภ้
ภายหลังเซี่ยอี้เฉินไปพูดกับสหายทหารที่โรงอาหาร ว่าร้านเสื้อผ้าเหล่านั้นไม่เกี่ยวกับเขา เป็นซูเจียซินลงทุนสร้างร้านมาด้วยตัวเอง และเธอยังเป็นคนออกแบบเสื้อผ้าให้กับโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าอีกด้วย เสื้อผ้าที่ขายในร้าน เธอก็เป็นคนออกแบบด้วยตัวเอง
หลายคนเมื่อได้รู้เรื่องนี้ก็ต้องมองซูเจียซินใหม่ และจากนั้นก็ไม่มีใครว่าร้ายเธออีก
ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

https://writer.dek-d.com/suchanya2117/writer/view.php?id=2703487
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)
