บทที่ 37 เกาะขาผู้อื่นร่ำรวย 2
บทที่ 37 เกาะขาผู้อื่นร่ำรวย 2
เสร็จธุระที่เมืองเซียงหยางแล้ว ซูเจียซินก็กลับมาที่ค่ายทหาร เย็นวันนั้นหลังกินมื้อเย็นแล้ว ซูเจียซินกับเซี่ยอี้เฉินก็มานั่งคุยกันที่โถงกลางบ้าน ซูเจียซินบอกเล่าเรื่องที่เธอได้คุยกับลู่อิ้งเยว่ให้เซี่ยอี้เฉินฟัง เธออยากจะสร้างอาคารพาณิชย์ปล่อยเช่า แต่สร้างในที่ดินของเซี่ยอี้เฉิน จึงต้องกลับมาปรึกษาเรื่องนี้กับเขาก่อน
“คุณทำไหวแน่นะ งานที่ร้านก็เยอะอยู่แล้ว”
เซี่ยอี้เฉินว่า เขาไม่อยากให้ซูเจียซินทำงานหนักเกินไป และรู้สึกว่าตัวเองดูแลภรรยาได้ไม่ดีนัก
“ทำสนุก ๆ ค่ะ ดีกว่าปล่อยที่ดินทิ้งว่างไว้แบบนั้น”
ซูเจียซินบอก ก่อนจะลุกไปนั่งตักของสามีด้วยความออดอ้อน แล้วก็จูบที่แก้มของเขาอีกหลายที
“ให้ฉันทำนะคะ ลงมือก่อนกอบโกยได้ก่อน”
เซี่ยอี้เฉินเอนตัวไปพิงกับพนักโซฟาด้านหลัง แล้วก็ปล่อยให้ภรรยาจูบเขาอีกหลายที ก่อนที่ชายหนุ่มจะยอมพยักหน้า
“ค่อย ๆ ทำไปแล้วกัน” ชายหนุ่มว่า
“ขอบคุณนะคะ แต่ต้องใช้เงินมากหน่อย ฉันคงต้องเอาเงินเก็บของคุณออกมาใช้ด้วย”
ซูเจียซินบอกไว้ก่อน เพราะเธอจำเป็นต้องเอาเงินเก็บของเขามารวมกับเงินของเธอ เตรียมเผื่อไว้ก่อนเพราะคิดว่าจะต้องใช้เงินเยอะ ยังดีที่เธอไม่ต้องซื้อที่ดินเอง
“ให้เซียวหลินอวี้ช่วย เขาทำได้หลายอย่าง คุณจะได้ไม่ต้องทำเองทั้งหมด” เซี่ยอี้เฉินบอก
“ค่ะ”
ซูเจียซินรอให้เซียวหลินอวี้ส่งเสื้อผ้าให้ครบทุกร้านก่อน แล้วจะให้เขาช่วยไปติดต่อหาช่างที่จะมาสร้างอาคารพาณิชย์ให้ โดยจะให้เลือกช่างที่ไว้ใจได้ ไม่ทิ้งงานและทำงานดี ซึ่งอาจจะต้องสืบประวัติการทำงานของช่างด้วย ซูเจียซินไม่รีบร้อนเพราะอยากได้ช่างที่ทำงานดีจริง ๆ
“งานแต่งของเรา ฉันไม่อยากจัดแล้วค่ะ ไม่อยากวุ่นวายด้วย ยังไงเราก็อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้แล้ว คนอื่นก็รู้แล้วว่าเราแต่งงานกัน ฉันว่าแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ”
หญิงสาวบอกกับสามี
“แน่ใจนะว่าจะไม่จัดงานแต่ง”
เซี่ยอี้เฉินไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาแล้วแต่ซูเจียซิน สำหรับเขาทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากันอยู่แล้ว
“ค่ะ”
เรื่องงานแต่งซูเจียซินเพิ่งคุยกับแม่ของเธอมา ตอนที่แวะไปพักที่บ้านแม่ เธอไม่อยากจัดงานแต่งแล้ว เพราะวุ่นวายและอยากจะไว้อาลัยให้กับเซี่ยวั่งซูด้วย ในเมื่องานแต่งเลื่อนไปแล้ว ซูเจียซินก็ตัดสินใจจะไม่จัดงานเลี้ยงฉลองแต่งงานแล้ว
ซึ่งซูฟางเฟยก็ตามใจลูกสาว ซูฟางเฟยไม่ได้คิดมากเรื่องงานแต่ง เพียงแค่ตระกูลเซี่ยยอมรับลูกสาวของเธอก็พอแล้ว
เซี่ยอี้เฉินแล้วแต่ภรรยาทุกอย่าง เมื่อซูเจียซินไม่อยากจัดงานแต่งแล้ว เขาก็มีหน้าที่ต้องไปบอกเรื่องนี้กับคนเป็นพ่อ เอาไว้ให้พ่อของเขาไปจัดงานแต่งให้กับเซี่ยอี้หมิงแทน
จากนั้นเซี่ยอี้เฉินก็มาดูว่าเขามีที่ดินในเมืองเซียงหยางอีกหรือไม่ ในตอนนั้นก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้นกับคุณตาของเขา ช่วงเวลาที่ยากลำบาก มีสหายหลายคนของเฉียวหมินเซิง นำที่ทางมาขอแลกเงินและธัญพืชกับเขา ตอนนั้นเฉียวหมินเซิงยังพอมีกำลังก็ช่วยเหลือสหายไป จนเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีที่ดินเก็บไว้เท่าไหร่ กระทั่งเกิดเรื่องขึ้นเขาก็ยัดโฉนดที่ดินหลายแปลงใส่มือลูกสาวไว้
วันนี้เซี่ยอี้เฉินจึงได้ใช้สิ่งที่ผู้เป็นตาทิ้งไว้ให้
ผ่านไปสิบกว่าวันในที่สุดเซียวหลินอวี้ก็โทรมาบอกกับซูเจียซิน ว่าเขาหาช่างที่จะมาสร้างอาคารพาณิชย์ให้ซูเจียซินได้แล้ว ตรวจสอบประวัติมาแล้ว อีกฝ่ายรับผิดชอบงานดีและไม่เคยทิ้งงาน
ก่อนหน้านั้นระหว่างรอเซียวหลินอวี้หาช่าง ซูเจียซินก็ได้กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยอีกครั้ง เพื่อไปขอความช่วยเหลือจากพ่อสามี และด้วยความช่วยเหลือของเซี่ยเหว่ยกั๋ว เธอก็หาคนช่วยเขียนแบบอาคารพาณิชย์มาได้เรียบร้อย และมีที่ดินแปลงหนึ่งที่ซูเจียซินอยากจะทำเป็นตลาด เปิดให้คนมาเช่าแผงขายของ
วันต่อมาเซี่ยอี้เฉินต้องไปทำภารกิจ ซูเจียซินก็ถือโอกาสนี้เดินทางไปเมืองเซียงหยางอีกครั้ง จากนั้นเธอก็นัดช่างมาพูดคุยกัน ในวันที่เธอกลับมายังถนนอวี้หรงนี้อีกครั้ง สถานที่ที่จะสร้างโรงแรมก็เริ่มปรับที่ดินแล้ว ซูเจียซินเห็นว่าโรงแรมเดินหน้าแล้ว เธอก็ไม่อยากรอช้า
เมื่อช่างได้เห็นพื้นที่จริง ได้เห็นแบบอาคารพาณิชย์ที่ต้องทำแล้ว ก็มาพูดคุยถึงรายละเอียดสัญญาว่าจ้างกัน รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งจะแบ่งจ่ายเป็นสามงวด งวดแรกจ่ายก่อนเริ่มงาน งานเสร็จครึ่งหนึ่งจะจ่ายงวดที่สอง และหลังจากตรวจรับงานแล้วจะจ่ายเงินที่เหลือ
ครั้นตกลงกันได้ก็เซ็นสัญญาว่าจ้างให้เรียบร้อย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วช่างก็เริ่มงานทันที และเซียวหลินอวี้จะปักหลักอยู่ที่นี่ เพื่อช่วยดูแลการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ให้กับซูเจียซิน ส่วนงานส่งเสื้อผ้าให้กับร้านค้าเขาก็ยังทำอยู่
เมื่อธุระทางเมืองเซียงหยางเสร็จแล้ว ซูเจียซินก็เดินทางกลับไปที่ค่ายทหาร เธอซื้อข้าวของกลับไปใส่ตู้เย็นไว้ด้วย คิดว่าคราวนี้น่าจะอยู่ที่บ้านพักหลายวัน
กลับมาถึงที่บ้านพักก็ทำความสะอาดบ้านก่อน จากนั้นก็จัดเก็บของที่ซื้อมาให้เรียบร้อย แล้วก็มาเดินดูแปลงผักเล็ก ๆ ที่ข้างบ้าน ซูเจียซินอยากจะปลูกผักไว้กินเองแต่เธอก็ยุ่งจนไม่ได้ทำ เซี่ยอี้เฉินจึงต้องมาปลูกผักไว้ให้
พอผักเริ่มโตแล้ว แต่ซูเจียซินต้องเดินทางไปเมืองเซียงหยาง ตอนแรกเธอก็กังวลว่าผักจะเฉาตาย เพราะเซี่ยอี้เฉินไม่อยู่ จะไม่มีใครรดน้ำผักให้ และเธอก็ไม่กล้าวานให้ผู้อื่นช่วย ได้แต่ทำใจว่าผักน่าจะเหี่ยวตาย
ทว่าจากที่เห็นผักของเธอยังต้นอวบสวย ต้นโตขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อีกด้วย ดูเหมือนว่าจะมีใครสักคนมาช่วยรดน้ำผักให้
“พี่รดน้ำผักให้เองแหละ ปีนขึ้นมายืนบนเก้าอี้ และก็รดน้ำจากตรงกำแพงนี่แหละ เห็นผักโตกำลังกินก็ไม่อยากให้แห้งเหี่ยวไปเสียก่อน”
กงซิ่วลี่ว่า หลังเห็นซูเจียซินมายืนมองแปลงผักที่ข้างบ้าน เธอไม่ได้เข้าไปในบ้านผู้อื่น แต่เลือกที่จะเอาเก้าอี้มาวางไว้ข้างกำแพงบ้านตัวเอง แล้วก็ต่อสายยางมารดน้ำผักให้กับเซี่ยอี้เฉิน เพราะเห็นว่าเขาปลูกผักเอาไว้ ระหว่างที่สองสามีภรรยาไม่อยู่บ้านเธอจึงมารดน้ำให้ด้วยวิธีนี้
“ขอบคุณนะคะ ลำบากพี่แย่เลย พี่ซิ่วลี่มาเก็บผักไปกินบ้างสิคะ ผักกำลังสวยเลยค่ะ” ซูเจียซินบอก เพราะผักกำลังกิน เธอคงกินคนเดียวทั้งหมดนี้ไม่ไหว
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เกรงใจแล้วนะ จะขอผักกาดขาวสักสองหัว”
กงซิ่วลี่ว่า ซูเจียซินก็เดินไปเปิดประตูบ้านรอ ในตอนนั้นหวังลู่หลินที่ได้ยินเสียงพูดคุยกัน จึงได้แวะมาที่บ้านของซูเจียซินด้วย
“พี่ลู่หลินก็เก็บผักไปกินด้วยสิคะ กำลังสวยเลยค่ะ” ซูเจียซินบอกกับหวังลู่หลิน
“ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะ ขอกวางตุ้งไปสักกำ” หวังลู่หลินบอก จากนั้นก็เดินไปเก็บผักหนึ่งกำมือใหญ่เพื่อจะเอาไปผัด
ทั้งสามเก็บผักไปพูดคุยกันไป จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับไปทำอาหารรอสามี
ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

https://writer.dek-d.com/suchanya2117/writer/view.php?id=2703487
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)
