LNCrawler

บทที่ 3 กลับมาอยู่บ้านตระกูลซู 2

ชีวิตใหม่นี้ไม่เหมือนเดิมอีก — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 3 กลับมาอยู่บ้านตระกูลซู 2

ระหว่างรอบ้านซ่อมเสร็จ ซ่งเจียซินก็ไปจัดการเรื่องย้ายทะเบียนบ้าน ในวันที่เอ่ยตัดขาดกัน ทั้งสองครอบครัวก็ตกลงกันไว้แล้ว ซ่งจื้อเผิงจะนำทะเบียนบ้านมาที่สถานีตำรวจด้วยตัวเอง และเขาอยากจะมาข่มขู่สองแม่ลูกด้วย ว่าจากนี้จะกลับไปที่ตระกูลซ่งไม่ได้อีกแล้ว

ทว่าซ่งจื้อเผิงก็ต้องผิดหวังเมื่อเขาไม่เห็นภรรยาของตัวเอง ส่วนคนเป็นลูกก็ไม่แม้แต่จะมองหน้าพ่อ ทำให้ซ่งจื้อเผิงไม่พอใจซ่งเจียซินอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าเสียงดังใส่ลูกสาวต่อหน้าซูสือเหล่ย

ใช้เวลาไม่นานการแจ้งย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านตระกูลซ่งก็แล้วเสร็จ โดยสองแม่ลูกได้ย้ายเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านเดิมของตระกูลซู มีซูฟางเฟยเป็นเจ้าบ้าน ได้ซูสือเหล่ยช่วยยืนยันและยังมีหนังสือรับรองจากหัวหน้าหมู่บ้านมาด้วย เรื่องทุกอย่างจึงแล้วเสร็จภายในเวลาไม่นาน

“ลุงใหญ่คะฉันอยากจะเปลี่ยนแซ่มาใช้แซ่ซูของแม่ด้วยค่ะ”

ซ่งเจียซินบอกกับผู้เป็นลุง โดยไม่สนใจสีหน้าไม่พอใจของซ่งจื้อเผิงที่อยู่ตรงนั้นด้วย อีกฝ่ายได้ยินลูกสาวพูดแบบนั้นก็มีความเสียใจอยู่บ้าง ทว่าด้วยทิฐิเมื่อได้ยินลูกสาวพูดตัดรอนแบบนั้น เขาก็หันหลังจากไปทันทีด้วยความไม่พอใจ และในใจยังคิดว่าในวันที่สองแม่ลูกซมซานกลับมาหา เขาจะต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบ

“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”

ซูสือเหล่ยกล่าว แล้วก็พาหลานสาวไปจัดการเปลี่ยนแซ่เป็นซูเจียซิน เมื่อเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยซูเจียซินก็สบายใจ จากนี้เธอจะไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลซ่งอีก

 

สองวันต่อมาบ้านก็ซ่อมแซมแล้วเสร็จ ตู้หลันเฟินแบ่งของใช้ในครัวของที่บ้านไปให้สองแม่ลูกด้วย

“พี่สะใภ้เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ” ซูฟางเฟยบอกกับพี่สะใภ้ที่ใจดีแบ่งเครื่องครัวมาให้เธอได้ใช้บ้าง

“ที่นอนกับผ้าห่มก็เอาของที่บ้านไปใช้ก่อน ถึงจะเก่าไปบ้างแต่ฉันก็ซักทำความสะอาดมาแล้ว” เมื่อเป็นพี่น้องที่เหลือกันอยู่เพียงเท่านี้ ตู้หลันเฟินก็ไม่อาจใจร้าย หากเธอไม่ช่วยก็เหมือนคนไร้น้ำใจ

“ขอบคุณค่ะ”

ซูฟางเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แม้เธอจะแต่งงานออกไปหลายปีแล้ว ทว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้ก็ยังดีกับเธอ

“ป้าสะใภ้ วันหน้าฉันจะตอบแทนบุญคุณนี้อย่างแน่นอนค่ะ” ซูเจียซินบอก หากไม่ได้ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ช่วยเหลือ เธอกับแม่คงลำบากมากกว่านี้

“ช่างเถอะ พวกเธอสองคนเอาตัวเองให้รอดก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

เห็นหลานสาวมีความตั้งใจแบบนั้น ตู้หลันเฟินก็คิดว่าที่ตนช่วยไปไม่เสียเปล่าแล้ว เธอไม่ได้หวังให้ใครมาตอบแทนน้ำใจ แค่ทั้งสองคนดูแลตัวเองได้ และไม่มาสร้างเรื่องให้เธอปวดหัวก็พอ

“ค่ะ” ซูเจียซินตอบรับ บอกเรื่องตอบแทนน้ำใจไปตอนนี้ใครจะเชื่อ ได้แต่ต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นเท่านั้น

เมื่อบ้านเรียบร้อยแล้ว สองแม่ลูกก็ปัดกวาดทำความสะอาดบ้านอีกครั้ง แล้วก็ลงมือเปิดเตาทำอาหารง่าย ๆ กินกันสองคนแม่ลูก เดิมซูฟางเฟยอยากจะทำอาหารเลี้ยงขอบคุณพี่ชายและพี่สะใภ้ ทว่าเงินในมือของเธอตอนนี้ร่อยหรอลงไปแล้ว

แม้ของในบ้านจะได้จากพี่สะใภ้มาบ้าง แต่ก็ยังมีส่วนที่ต้องซื้อเพิ่ม ข้าวและเครื่องปรุงก็ยังต้องซื้อ สองสามีภรรยาก็รู้และเข้าใจ จึงบอกว่าเรื่องอื่น ๆ ค่อยว่ากันที่หลัง ตอนนี้ขอให้ทั้งสองคนเลี้ยงดูตัวเองให้ได้ก่อน

ซูฟางเฟยจึงไม่ฝืนตัวเองอีก มีแต่เธอต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน พี่ชายกับพี่สะใภ้ถึงจะเบาใจ แต่จะเอาตัวเองให้รอดได้ยังไงซูฟางเฟยยังคิดไม่ออก

 

ทางด้านบ้านตระกูลซ่งเมื่อสองแม่ลูกได้จากไปแล้ว งานในบ้านก็ต้องตกมาที่สะใภ้ใหญ่ งานที่เคยเป็นเรื่องง่ายเมื่อมีซูฟางเฟยอยู่ ก็กลายเป็นงานหนักกับคนที่เหลือ เมื่องานมากขึ้นคนที่บ้านนั้นก็เริ่มทะเลาะเพราะเกี่ยงกันทำงาน

แม้ซ่งจื้อเผิงจะหัวอ่อนและถูกผู้อื่นชักจูงได้ง่าย ทว่าผู้เป็นแม่อย่างหูฮุ่ยหรูก็ไม่มีทางยอมให้ลูกชายทำงานบ้าน งานทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่หานฉิงอี้ผู้เป็นสะใภ้ใหญ่ และซ่งเจียหนิงที่ไม่เคยต้องทำงานพวกนี้มาก่อน ตอนนี้เธอต้องทำงานบ้านแล้ว เพราะแม่ของเธอสั่งให้เธอช่วยกันทำงาน ด้วยความที่เป็นผู้หญิงแม้ผู้เป็นย่าจะรัก ทว่าก็ยังรักน้อยกว่าหลานชายอยู่ดี เรื่องนี้จึงไม่พ้นซ่งเจียหนิงไปได้

ทางด้านซ่งจื้อเผิงเมื่อต้องมาใช้ชีวิตคนเดียว เขาก็นึกถึงภรรยาของตัวเองอยู่บ้าง ก่อนจะก้มมองเสื้อที่ขาดของตน เพราะไม่มีใครช่วยปะชุนให้ เมื่อก่อนจะมีคนคอยถามคอยเป็นห่วงเขาและก็คอยดูแลเขา ทว่าตอนนี้ทั้งภายในห้องและในใจของเขากลับดูว่างเปล่า จนน่าใจหาย

และตอนนี้เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองได้สูญเสียของสำคัญไปแล้ว