บทที่ 37 เกาะขาผู้อื่นร่ำรวย 3
บทที่ 37 เกาะขาผู้อื่นร่ำรวย 3
เซี่ยอี้เฉินยังไม่กลับมา ซูเจียซินจึงกินข้าวคนเดียวและก็เข้านอนคนเดียว ทว่ากลางดึกขณะที่ซูเจียซินกำลังหลับสนิท เธอก็รู้สึกได้ถึงแรงโอบรัดที่กลางลำตัว หญิงสาวรู้ตัวแล้ว และจะใช้กำลังต่อสู้ แต่ในตอนนั้นคนด้านหลังก็ซุกหน้าเข้ากับลำคอของเธอ แล้วก็ขบเม้มเบา ๆ
ซูเจียซินหยุดดิ้นเมื่อจำกลิ่นอายและบรรยากาศรอบตัวของสามีได้ จากนั้นก็ผลักหน้าของอีกคนออกไป ก่อนจะทุบตีเขาไปหนึ่งทีเพราะทำให้เธอตกใจ
“ทำให้ตื่นเหรอครับ ขอโทษนะ” ชายหนุ่มบอกแต่ก็ไม่ยอมขยับถอยห่าง ก่อนจะเปลี่ยนไปจูบกับภรรยาแทน
เขาออกไปทำภารกิจหลายวัน ตลอดเวลานั้นก็เอาแต่คิดถึงภรรยาของตัวเอง คิดถึงตัวหอม ๆ ของเธอ ครั้นกลับมาถึงและเห็นว่าเธอนอนอยู่บนเตียง เซี่ยอี้เฉินก็รีบไปอาบน้ำแล้วก็มานอนด้วยกัน แต่เขาไม่รู้สึกง่วงจึงเปลี่ยนมาขึ้นคร่อมทับซูเจียซินแทน
หญิงสาวไม่ทันได้ร้องประท้วง ก็ถูกจัดการไม่เหลือ เสื้อผ้าชุดนอนถูกถอดออกไปอย่างรีบเร่ง ในเวลาไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็เปลือยเปล่าแล้ว
เสียงหอบหายใจดังขึ้น ช่องทางรักชื้นแฉะเพียงแค่ถูกปลุกเร้าไม่นาน ร่างกายของเธอตอบสนองต่อสัมผัสของสามีเป็นอย่างดี อาจเพราะเธอก็ต้องการเขาเช่นกัน ยิ่งไม่ได้เจอกันก็ยิ่งอยากจะรักอีกคน
เสียงลมหายใจสอดประสาน เสียงเตียงสั่นคลอน เสียงเนื้อกระทบเนื้อ หนุ่มสาวบอกรักกันและกันนานร่วมชั่วโมง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องอย่างสุขสม และในเวลาไม่นานเสียงแหบพร่าก็ดังขึ้น แล้วเขาก็ส่งตัวเองไปถึงพร้อมกับภรรยา
“กลับมานานหรือยังครับ” ชายหนุ่มถามก่อนจะจูบที่แผ่นหลังชื้นเหงื่อของซูเจียซิน
“เพิ่งมาถึงช่วงบ่ายค่ะ” หญิงสาวบอกด้วยเสียงหอบเหนื่อย แล้วก็พลิกตัวขึ้นไปเกยทับบนตัวของเซี่ยอี้เฉินแทน
“งานทางนั้นเป็นยังไงบ้างครับ” ชายหนุ่มถามพร้อมกับลูบไล้ภรรยาของตัวเองไปด้วย
“เริ่มก่อสร้างแล้วค่ะ ถ้าคุณมีเวลาไปดูด้วยกันนะคะ” หญิงสาวเอ่ยชวน
“ได้ครับ”
เซี่ยอี้เฉินตอบรับ มือที่คอยลูบไล้ภรรยาก็ทำให้ซูเจียซินเพลิดเพลินจนหลับไป ชายหนุ่มเห็นว่าคนรักหลับไปแล้ว เขาก็ลุกขึ้นมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับเธอ แล้วก็ช่วยใส่เสื้อผ้าให้ จากนั้นก็มาจัดการตัวเองบ้าง เสร็จแล้วก็กลับไปนอนกอดภรรยาเอาไว้ แล้วก็หลับไปพร้อมกัน
เช้าวันต่อมาก่อนที่เซี่ยอี้เฉินจะออกไปฝึก เขาก็กระซิบบอกกับซูเจียซินว่าไม่ต้องทำอาหาร เขาจะซื้อเข้ามาให้ หญิงสาวพึมพำตอบออกไป แล้วก็หลับต่อกระทั่งได้ยินเสียงของเซี่ยอี้เฉินอีกครั้ง เธอจึงลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว
ครั้นแต่งตัวเสร็จก็เห็นคนเป็นสามี เตรียมอาหารใส่จานไว้รอแล้ว
“มากินข้าวก่อนครับ” ชายหนุ่มบอก ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ แล้วทั้งสองก็มากินข้าวด้วยกัน
แม้ชีวิตของสองสามีภรรยาจะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน ทว่าการที่อยู่ห่างกันบ้างก็ทำให้คิดถึงกันมากขึ้น โหยหากันและกันมากขึ้น ความรู้สึกแบบนี้ก็ดีไปอีกอย่าง
แต่ถึงอย่างนั้นหากได้อยู่ด้วยกันทุกวันก็คงดีกว่า ทว่าเซี่ยอี้เฉินก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เขาต้องไปทำภารกิจ ส่วนซูเจียซินก็มีงานของเธอ
เมื่อได้อยู่ด้วยกัน สามีภรรยาก็จะใช้เวลาอย่างคุ้มค่า หวงแหนช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน และทุกคืนจะบอกรักกันจนเหนื่อย ก่อนจะหลับไปพร้อมกัน
กระทั่งมาถึงวันเปิดพินัยกรรมของผู้อาวุโสเซี่ยวั่งซู ทุกคนในตระกูลเซี่ยจึงได้กลับมาที่บ้าน เซี่ยอี้หมิงก็อยู่ด้วยเพราะเป็นวันหยุดไม่ต้องไปโรงเรียน ส่วนเซี่ยอี้เฉินก็ลางานพาซูเจียซินกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลเซี่ย
พินัยกรรมอยู่กับเซี่ยเหว่ยกั๋วแล้ว พ่อของเขามอบพินัยกรรมไว้ให้ตั้งแต่ก่อนจะจากไป เนื่องจากเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียว จึงไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากมาย การเขียนพินัยกรรมขึ้นมาก็เพื่อต้องการจะถ่ายทอดคำพูดของผู้ที่จากไป และย้ำเตือนให้ลูกชายอย่างเซี่ยเหว่ยกั๋วอย่าได้ลืมปฏิบัติตาม
และให้หลานชายทั้งสองคนรู้ว่านี่คือความต้องการของผู้เป็นปู่ ป้องกันไม่ให้หลานชายคนใดคนหนึ่งคิดว่าพ่อของตนลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน แม้ว่าหลานชายทั้งสองคนจะไม่ได้มีนิสัยเช่นนั้นก็ตาม ทว่าเซี่ยวั่งซูก็อยากป้องกันไว้ก่อน
“เงินสดในธนาคารแบ่งเป็นสามส่วน ของพ่อกับแม่หนึ่งส่วน ของอี้เฉินหนึ่งส่วน ของอี้หมิงหนึ่งส่วน ซึ่งจะได้คนละหนึ่งแสนสองหมื่นหยวน”
เงินนี้เป็นเงินเก็บส่วนตัวของผู้ชรา จึงไม่ได้มีมากมายอะไร
“และก็มีโฉนดที่ดิน แบ่งให้อี้เฉินกับอี้หมิงคนละสามแปลง” เซี่ยเหว่ยกั๋วว่า
ในส่วนของที่ดินเซี่ยเหว่ยกั๋วไม่ได้ เพราะเขาได้ที่ดินและบ้านมาจากพ่อกับแม่ก่อนหน้านั้นบางส่วนแล้ว เรื่องนี้กู้อวิ๋นซวงก็รู้ และก็ยังมีที่ดินที่เขาสะสมไว้อีก ที่ดินที่แบ่งกันวันนี้ เป็นส่วนที่เซี่ยวั่งซูสะสมเอาไว้ภายหลัง ที่ดินแต่ละแปลงมีขนาดไม่น้อย มีทั้งในเมืองและนอกเมือง แต่ก็แบ่งปันให้หลานชายทั้งสองคนอย่างเท่าเทียม
“สุดท้ายก็เป็นเครื่องประดับของคุณย่า คุณปู่แบ่งไว้แล้วสองกล่อง แกสองคนก็เลือกไปคนละกล่อง”
เซี่ยเหว่ยกั๋วบอก เครื่องประดับสินเดิมของนายหญิงผู้เฒ่าเซี่ย ส่วนหนึ่งได้ยกให้ลูกสะใภ้อย่างเฉียวอวี่ซินและกู้อวิ๋นซวงไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็ให้กับหลานชายทั้งสองคน เพื่อที่พวกเขาจะได้เอาไปมอบให้กับภรรยาของตัวเอง
“นายหยิบไปก่อน”
เซี่ยอี้เฉินบอกกับน้องชาย เซี่ยอี้หมิงก็ไม่พูดมาก หยิบกล่องที่อยู่ใกล้ตัวเองไป อีกกล่องเซี่ยอี้เฉินก็มอบให้กับซูเจียซิน โฉนดที่ดินเซี่ยเหว่ยกั๋วก็ยื่นให้ลูกชายไปคนละสามฉบับ
ในพินัยกรรมบอกไว้แค่นี้ เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว เซี่ยเหว่ยกั๋วก็ให้ทุกคนไปกินข้าวด้วยกัน นาน ๆ จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้
“บ้านที่ซินซินไปปรับปรุงไว้ เสร็จแล้วนะครับ ผมอาจจะอยู่ที่นั่นบ้าง มาอยู่ที่นี่บ้างนะครับ”
เซี่ยอี้เฉินบอกกับคนเป็นพ่อ เขาอยากใช้ชีวิตอยู่กับซูเจียซินเหมือนที่อยู่ในค่ายทหาร อยู่กันสองคนสะดวกกว่ามาก
เซี่ยอี้หมิงได้ยินพี่ชายพูดแบบนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ความจริงเขาก็ไม่คิดว่าตนเองจะได้ครอบครองคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยหลังนี้ ทว่าการที่พี่ชายจะย้ายไปอยู่บ้านตัวเอง ก็ทำให้เซี่ยอี้หมิงรู้สึกไม่สบายใจนัก เขามักจะคิดมาตลอดว่าตัวเองเอาเปรียบพี่ชายผู้นี้
เขาได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้า แต่พี่ชายอย่างเซี่ยอี้เฉินตั้งแต่เขาจำความได้ ก็เหมือนว่าพี่ชายคนนี้จะอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ลึก ๆ แล้วเซี่ยอี้หมิงไม่อยากให้พี่ชายจากบ้านหลังนี้ไป อย่างน้อยก็อยู่ที่บ้านหลังเล็กนั้น เพื่อให้ทุกคนยังเป็นครอบครัวเดียวกัน
เซี่ยอี้เฉินไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอย่างเซี่ยอี้หมิง เขาแค่อยากอยู่สองคนกับซูเจียซินเท่านั้น
ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

https://writer.dek-d.com/suchanya2117/writer/view.php?id=2703487
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)
