บทที่ 38 ข่าวร้ายและข่าวดี 1
บทที่ 38 ข่าวร้ายและข่าวดี 1
จัดการเรื่องพินัยกรรมแล้ว สามีภรรยาก็กลับมาที่ค่ายทหาร ทั้งสองใช้ชีวิตด้วยกันอย่างเรียบง่าย แต่ก็จะมีช่วงเวลาที่ซูเจียซินต้องตระเวนไปตามร้านเสื้อผ้าทั้งสี่สาขาของเธอบ้าง ไปสั่งเสื้อผ้าที่โรงงานบ้าง แล้วก็ไปดูการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ที่ถนนอวี้หรงด้วย
และแน่นอนว่าร้านเสื้อผ้าสาขาที่ห้าก็จะเปิดที่ถนนอวี้หรงนี้ด้วย ซึ่งอยู่ห่างจากสาขาสองคนละมุมเมือง เปิดสาขาเพิ่มตรงนี้ ก็ไม่กระทบกับยอดขายของสาขาที่สอง
โรงแรมสร้างไปอย่างรวดเร็ว อาคารพาณิชย์ของซูเจียซินก็เช่นกัน เธอรวบรวมเงินสดของตัวเองและเงินของสามี รวมถึงเงินมรดกที่คุณปู่เพิ่งให้มา นำมาสร้างอาคารพาณิชย์ที่นี่ กระทั่งสร้างอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้นได้สี่หลัง หลังละแปดคูหา
ในเวลาต่อมาก็ได้มีการสร้างท่าเรือเพิ่มขึ้นที่นี่ เพื่อรับส่งคนจากฝั่งเหิงโจวให้มาเที่ยวที่ถนนอวี้หรงแห่งนี้ และก็ส่งคนจากฝั่งถนนอวี้หรงไปเสี่ยงโชคที่ฝั่งเหิงโจวด้วย จึงทำให้ถนนอวี้หรงเริ่มคึกคัก ผู้คนสัญจรมากขึ้น ซูเจียซินก็ได้โอกาสดำเนินการสร้างตลาดสดขึ้นทันที
งานทางฝั่งนี้หญิงสาวได้มอบให้เซียวหลินอวี้ช่วยดูแล เมื่อสร้างตลาดแล้วเสร็จ ซูเจียซินก็ให้เซียวหลินอวี้หาคนมาช่วยงานเขา ชายหนุ่มจึงให้น้องสาวมาช่วยทำงาน เซียวหว่านชิงจะมาดูเรื่องการรับพ่อค้าแม่ค้ามาขายของที่ตลาด
เริ่มแรกแม่ค้าไม่เยอะมาก ทว่าในเวลาต่อมาก็ทยอยมาขายของกันที่ตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ
โรงแรมใช้เวลาสร้างปีกว่าก็ตั้งตระหง่านใหญ่โตอยู่ตรงถนนอวี้หรง และจากการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลท้องถิ่น อีกทั้งหน่วยงานส่วนกลางก็ช่วยส่งเสริม เพื่อต้องการที่จะพัฒนาพื้นที่แถบนี้ ทำให้ไม่นานผู้คนก็รู้จักโรงแรมฝูหรงแห่งนี้
หนึ่งปีให้หลังพื้นที่แถบนี้ก็กลายเป็นดินแดนที่ไม่เคยหลับใหล โรงแรมฝูหรงเป็นที่ขึ้นชื่อ ใครมาที่นี่ก็ต้องมาพักที่โรงแรมแห่งนี้ โรงแรมสวยแปลกตาและยังหันหน้าเข้าสู่ท้องทะเลสีคราม ถือเป็นจุดเด่นของโรงแรมนี้
เมื่อโรงแรมได้รับความนิยม ถนนอวี้หรงที่เคยเงียบเหงาก็คึกคักเฟื่องฟู แน่นอนว่าอาคารพาณิชย์ของซูเจียซินก็ถูกจับจองจนหมด ตลาดสดของเธอก็มีแม่ค้าพ่อค้าเข้ามาค้าขายเต็มทุกแผง เงินทุนที่ลงไปก็เริ่มได้กลับคืนมา
เซี่ยเหว่ยกั๋วไม่เคยมายุ่งวุ่นวายกับการตัดสินใจของลูกสะใภ้ แต่เขาเป็นรองเลขาธิการพรรคของมณฑลอวิ๋นหยาง เรื่องที่ลูกสะใภ้ของเขาทำยังไงเขาก็ต้องรู้ เซี่ยเหว่ยกั๋วคิดว่าตัวเองตัดสินใจไม่ผิด ที่มอบที่ดินให้กับเซี่ยอี้เฉินและซูเจียซินไป
ที่ดินที่เขาเคยคิดว่าไร้ค่า ตอนนี้ได้ทำเงินให้กับลูกชายและลูกสะใภ้ของเขาไม่น้อย จากนี้เขาก็ไม่ต้องเป็นห่วงความเป็นอยู่ของลูกชายคนโตอีก และเซี่ยอี้เฉินก็เลือกภรรยาได้ดีมาก
เมื่อก่อนผู้อื่นปรามาสว่าซูเจียซินเป็นเพียงหญิงสาวจากชนบท ทว่าตอนนี้เธอก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนเก่งไม่ได้อยู่แต่ในเมือง ลูกสะใภ้หลายคนของสหายเขายังหาเงินได้ไม่เก่งเท่าซูเจียซินเลย ผู้อื่นยังมีลูกหลานล้างผลาญสมบัติ แต่ลูกสะใภ้ของเขานำสมบัติที่แต่เดิมแทบไม่มีราคาค่างวด มาสร้างจนเกิดรายได้ให้กับตัวเอง
สิ่งที่ซูเจียซินสร้างไว้จะสามารถทำเงินให้ได้อีกหลายสิบปี จากนี้เธอไม่ต้องทำอะไรก็ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินแล้ว
ฝั่งซูเจียซินกำลังเป็นไปได้ด้วยดี ทว่าฝั่งเซี่ยอี้เฉินกลับมีเรื่องให้ตกใจ เพราะจู่ ๆ ก็มีประกาศปลดประจำการทหารกว่าครึ่ง
ซูเจียซินรู้เรื่องนี้หลังจากที่เดินทางกลับมาค่ายทหาร เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงบรรยากาศหดหู่ของทุกคน
“เจียซินกลับมาแล้วเหรอ” หวังลู่หลินเห็นซูเจียซินก็เอ่ยทัก
“พี่ลู่หลิน ที่นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ ฉันรู้สึกว่าบรรยากาศดูแปลกไป” ซูเจียซินกล่าว
“จะมีอะไรอีกล่ะ เพิ่งมีประกาศปลดประจำการทหาร รายชื่อชุดแรกก็ออกมาแล้ว”
เมื่อเห็นซูเจียซินถือของมาพะรุงพะรัง หวังลู่หลินก็ช่วยอีกฝ่ายถือของเข้าไปเก็บไว้ในบ้าน เมื่อทั้งสองคนวางของแล้ว หวังลู่หลินก็กล่าวอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“รายชื่อกลุ่มแรกสามีพี่ยังรอดไปได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าชุดที่สองจะรอดหรือเปล่า ครั้งนี้ปลดประจำการไม่น้อยเลยล่ะ”
หวังลู่หลินบ่น เธอได้ยินสามีบอกไว้ว่าอาจจะปลดประจำการนายทหารกว่าครึ่งที่มีอยู่
“ทุกบ้านก็อกสั่นขวัญแขวน ไม่มีใครมีอารมณ์มานั่งพูดคุยกันแล้ว”
ครั้นพูดถึงเรื่องนี้ หวังลู่หลินก็มองไปยังซูเจียซิน โชคดีว่าหญิงสาวมีร้านค้า มีกิจการเป็นของตัวเอง จึงไม่ต้องมาเดือดร้อนเรื่องเงินทองค่าใช้จ่าย ไม่ต้องพึ่งพาเงินเดือนของสามีก็ได้ และทั้งสองคนก็ยังไม่มีลูก ไม่มีภาระหนัก อีกทั้งตระกูลเซี่ยก็หาใช่ตระกูลธรรมดา
แม้จะเลวร้ายถึงขั้นเซี่ยอี้เฉินถูกปลดประจำการ แต่ทั้งสองคนก็คงไม่เดือดร้อน
“เธอยังโชคดีมีร้านค้าเป็นของตัวเอง ไม่ต้องพะวงเรื่องเงินทองเหมือนพวกพี่ ที่ต้องพึ่งพาเงินเดือนของสามีอย่างเดียว พอมีเรื่องนี้ก็ชวนให้หดหู่นัก ได้แต่ภาวนาว่าตัวเองจะไม่โชคร้าย” หวังลู่หลินว่า แต่ก็ไปโอดครวญกับใครไม่ได้
“ด้วยตำแหน่งของผู้พันไป๋ หากได้ปลดประจำการทางกองทัพก็ต้องมีงานให้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ”
“ไปเริ่มงานใหม่ไหนเลยจะสบายใจเท่ากับอยู่ที่นี่ อย่างไรเขาก็เป็นทหารมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ก็อายุสามสิบแล้ว ไปเริ่มงานใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
ยิ่งพูดหวังลู่หลินก็ไม่อยากไปจากค่ายทหาร และเธอก็ชินกับการอยู่ที่นี่แล้ว ไปอยู่ที่อื่นก็ไม่รู้จะเป็นยังไง ตำแหน่งดี ๆ สถานที่ทำงานดี ๆ ยังจะเหลือมาถึงพวกเธออีกหรือไม่
“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็อย่าเพิ่งคิดมากเลยค่ะ บางทีอาจจะไม่มีเรื่องเลวร้ายอย่างที่พี่กังวลก็ได้”
ซูเจียซินเอ่ยปลอบ เธอก็ยังไม่รู้ว่าสามีของตัวเองจะเป็นยังไง ถ้าเขาได้ไปอยู่ในที่ไกล ๆ เธอก็คงต้องจัดสรรเวลาทำงานใหม่ อย่างไรซูเจียซินก็คิดจะย้ายตามไปอยู่กับสามีด้วย
พูดคุยกันสักพักหวังลู่หลินก็ขอตัวกลับไป
ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

https://writer.dek-d.com/suchanya2117/writer/view.php?id=2703487
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มีทั้งหมด 39 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 117,800 คำ)
