บทที่ 2-3 : จังหวะตกหลุมรัก (100%)
บทที่ 2-3 : จังหวะตกหลุมรัก (100%)

บทที่ 2
จังหวะตกหลุมรัก
“อันที่จริงก็ไม่ได้ปรับตัวอะไรมากหรอกค่ะ วุ้นเคยเรียนที่กรุงเทพฯ ก็จริง แต่กลับมาอยู่บ้านที่ปากช่องได้สามเป็นปีแล้ว งานใหม่ก็สนุกดีค่ะ เพื่อนก็น่ารัก นิดชวนวุ้นคุย ช่วยสอนงานวุ้น น้องนิสัยดีนะคะ”
วราลีตอบพร้อมรอยยิ้มแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องเธอต้องกังวลเลย...
การมาทำงานที่เดอะมูนวัลลีย์ของเธอไม่ได้รับการยินยอมจากแม่ซึ่งตอนนี้ท่านรับรู้เรื่องที่เธอหนีออกจากบ้านแล้ว เพราะคืนแรกที่หนีออกจากบ้านหลังวางสายมิลานันท์ไม่นาน เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็โทรมาเล่าว่าแม่โทรไปถามอีกฝ่ายว่าได้ติดต่อกับเธอบ้างไหม มันเกิดอะไรขึ้นทำไมแม่ถึงถามเช่นนั้น
วราลีรับรู้ได้ในทันทีว่าแม่คงได้อ่านจดหมายที่เธอเขียนทิ้งเอาไว้แล้วว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เธอต้องหนีออกจากบ้าน และด้วยความที่ท่านรักหน้าตาทางสังคมยิ่งกว่าอะไร ท่านจึงไม่กล้าเล่าเรื่องที่เธอหนีออกจากบ้านให้เพื่อนของเธอฟังจนเพื่อนเธอสงสัยถึงได้โทรมาถามกับเธอ
วราลีไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง แต่เธอไม่ได้สนิทกับเพื่อนในมหาวิทยาลัยมากนัก เธอจึงไม่ได้เล่ารายละเอียดให้เพื่อนฟัง และบอกเพียงว่าเธอลืมบอกแม่ว่าไปเที่ยวต่างจังหวัด เดี๋ยวเธอจะโทรไปบอกท่านเอง
เมื่อวานมิลานันท์โทรหาวราลีตอนเย็นๆ แล้วเล่าว่าแม่ได้โทรไปถามกับหล่อนเรื่องวราลี ถึงแม้มิลานันท์จะเป็นคนเดียวที่รู้ความจริงทุกอย่างและเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่รู้ว่าวราลีอยู่ที่ไหน แต่มิลานันท์ก็บอกท่านแค่เพียงว่าหล่อนไม่รู้ไม่เห็นแล้วรีบส่งข่าวให้วราลี
ด้วยความที่หญิงสาวมีเพื่อนน้อย อีกทั้งยังแทบไม่เคยให้รายละเอียดเพื่อนแต่ละคนกับแม่ ท่านจึงไม่ค่อยมีเบาะแสที่จะตามตัวเธอ วราลีหวังอย่างยิ่งว่าเมื่อท่านได้อ่านจดหมายที่เธอเขียนไว้แล้วท่านจะเข้าใจและยอมรับในการตัดสินใจของเธอ เพราะเธอไม่มีทางทำตามความต้องการของท่านได้
“แสดงว่าผมจับถูกคู่แล้วสินะ”
เสียงของไรวินทร์ดึงสติของวราลีให้กลับมาสนใจสถานการณ์ปัจจุบันอีกครั้ง
“คุณไวน์ตั้งใจให้วุ้นสนิทกับนิดเหรอคะ”
“ก็ไม่เชิงหรอก แต่ผมคิดว่าวุ้นกับนิดน่าจะเข้ากันได้ดีกว่าน้ำกับวดี”
หลังจากที่รับพนักงานใหม่เข้ามาทำงาน ไรวินทร์ก็สังเกตเธอกับ ‘คู่หู’ อยู่เหมือนกันว่าจะเข้ากันได้ดีไหม ทำงานเป็นยังไงบ้าง ซึ่งเท่าที่เขาเห็นก็มีแนวโน้มไปในทางที่ดี พอได้ยินเธอยืนยันอย่างนี้เขาก็ยิ่งเบาใจ
ไม่ใช่อะไรหรอก เขาแค่ไม่อยากเปลี่ยนพนักงานบ่อยๆ
“แล้วคุณไวน์ล่ะคะ งานหนักมั้ย”
“งานผมสบายจะตายไป” ชายหนุ่มตอบติดตลก “แต่ช่วงที่กลับมาช่วยแม่บริหารงานแรกๆ ก็หนักเหมือนกันครับ เพราะเจอพิษโควิด ต้องปิดบริการไปช่วงหนึ่ง แม่ก็ไม่ค่อยสบายด้วย พอจะกลับมาเปิดอีกครั้งก็ต้องปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง คู่แข่งเราเยอะขึ้นด้วย อย่างฝั่งเขาใหญ่ก็มีที่พักและรีสอร์ตผุดขึ้นแทบทุกวัน”
“จริงด้วยค่ะ ที่พักสวยๆ ทั้งนั้น วุ้นเห็นรีวิวแล้วยังอยากไปเที่ยวเลย แต่ที่เดอะมูนวัลลีย์ก็สวยไม่แพ้ใครเลยนะคะ วุ้นชอบวิวตรงที่คุณไวน์จะทำคาเฟ่ใหม่ วิวตรงนั้นมองพระอาทิตย์ตกดินสวยมาก ถ้าคาเฟ่เปิดเมื่อไหร่จะต้องกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินของวังน้ำเขียวที่ใครๆ ก็อยากมาแน่นอนค่ะ”
“วุ้นพูดเหมือนแม่ผมเลย”
รอยยิ้มของไรวินทร์กว้างขึ้น สายตาคมเหลือบมองคนตัวเล็กอย่างขบขัน จากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยทำให้บรรยากาศในรถผ่อนคลายขึ้น
กระทั่งรถกระบะสี่ประตูคันใหญ่แล่นมาจนถึงสามแยกวงเวียน ไรวินทร์จึงหักพวงมาลัยเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรี-ปักธงชัยแล้วขับต่อไปอีกเล็กน้อยเพื่อยูเทิร์นรถ เพราะร้านตัดชุดและร้านค้าที่วราลีจะซื้อของอยู่ที่ถนนฝั่งตรงกันข้าม
ตลาด 79 อยู่ติดกับทางหลวงหมายเลข 304 บนเนินค่อนข้างชัน ทั้งรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ และรถส่งของต่างจอดชิดริมถนน ตอนเย็นๆ ผู้คนกลับจากทำงาน อีกทั้งยังออกมาจับจ่ายใช้สอย ทำให้ไรวินทร์ต้องขับรถอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
วราลีสังเกตว่าแม้ตลอดทางจะมีรถยนต์และรอมอเตอร์ไซค์ขับแช่ขวาหรือมีรถขับปาดหน้า เจ้านายของเธอก็ไม่แสดงอาการหงุดหงิดหรือสบถด่าใคร แสดงว่าเขาเป็นคนใจดีและใจเย็นจริงๆ
ผู้ชายบางคนภาพลักษณ์นุ่มนวล ใจเย็น และใจดีมาก แต่พอขับรถเท่านั้นแหละ! กลายร่างเป็นคนละคน ไม่รู้ไปหงุดหงิดมาจากไหน เอาคำหยาบมากมายที่ไหนมาพ่น ตัวอย่างเช่น พ่อเลี้ยงของเธอไง
“ร้านขายของอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ ถ้าวุ้นซื้อของเสร็จก่อนก็มารอผมที่รถนะ” ไรวินทร์บอกหลังจากหาที่จอดรถได้แล้ว ชายหนุ่มเลือกจุดจอดรถอยู่ระหว่างร้านขายของกับร้านตัดชุดพอดี
“ค่ะคุณไวน์”
วราลีพยักหน้ารับก่อนที่ทั้งสองจะลงจากรถแล้วแยกย้ายกันไปทำธุระ วราลีไปเลือกซื้อของขวัญให้อรวีก่อนจะไปเลือกซื้อของใช้จำเป็นของตัวเอง เช่น ครีมอาบน้ำ ยาสระผม ชั้นวางของใช้จุกจิก ฯลฯ ถึงแม้หญิงสาวจะพยายามทำเวลาเพื่อไม่ให้เจ้านายต้องรอนาน แต่เธอก็ใช้เวลาไปหลายสิบนาที
ร่างเล็กหอบของพะรุงพะรังเดินมาที่รถ เธอใช้สองมือกอดลังกระดาษใบใหญ่ใส่ของ นิ้วของทั้งสองมือก็มีถุงพลาสติกใส่ของแขวนอยู่อีกหลายถุง ทำให้คนที่กำลังรออยู่ในรถต้องรีบเปิดประตูรถลองไปช่วยเธอทันที
“ซื้อของเยอะขนาดนี้ทำไมไม่โทรบอกให้ผมไปช่วยถือ”
ไรวินทร์แค่มารับชุดให้อรวี เขาใช้เวลาในการทำธุระไม่ถึงสิบนาทีก็มานั่งเล่นโทรศัพท์มือถือรอวราลีในรถ จังหวะที่กำลังพักสายตาจากหน้าจอก็เหลือบไปเห็นวราลีเดินออกมาจากร้านขายของพอดี
“มันไม่ได้หนักขนาดนั้นหรอกค่ะ วุ้นถือเองได้”
วราลียิ้มแหยๆ ด้วยความเกรงใจ คำพูดสวนทางกับข้าวของที่เธอหอบมาซึ่งมีน้ำหนักหลายกิโลกรัม แต่เธอจะโทรตามไรวินทร์ให้มาช่วยถือของได้ยังไง เขาเป็นเจ้านายเธอนะ อีกอย่างเธอก็ไม่มีเบอร์โทรของเขาด้วย
“ถือเองได้ยังไง นิ้วมือวุ้นแดงหมดแล้ว”
ชายหนุ่มปลดถุงพลาสติกใส่ของใช้ต่างๆ ข้างละสองใบออกจากนิ้วของวราลี ดวงตาสีนิลมองวงหน้าเล็กๆ ของเธอเหมือนผู้ใหญ่ดุเด็กดื้อ แต่กลับทำให้คนที่ถือของเดินมาเหนื่อยๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกหลายระดับ
ไม่ๆๆ นี่ไม่ใช่ความหวั่นไหว เธอแค่เดินมาเหนื่อยเท่านั้นแหละวุ้น!
คุณไวน์อย่าแสนดีขนาดนี้ คนที่ไม่ได้เป็นเมียมันลำบาก >,.<
นิยายซีรี่ส์ในจักรวาลบ้านไร่ฯ มีดังนี้นะคะ
อ่านแยกเล่มได้ ไม่งงแน่นอน แต่ถ้าอ่านทุกเรื่องก็จะอินและผูกพันกับเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น เหมือนได้ติดตามชีวิตของพวกเขาแบบเรียลไลฟ์ค่ะ กดซื้อได้ที่ลิ้งก์นี้เลย >> https://www.mebmarket.com/index.php?store=publisher&action=book_list&publisher_id=1219967

ฝากผลงานเรื่องล่าสุดด้วยนะคะ ใครชอบพระเอกภายนอกดุดันอันตราย แต่ความจริงคลั่งรัก สายเปย์ เยดุ ห้ามพลาดน้าาา กดเลย! >> https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTIxOTk2NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM5NTQ2NDt9
